แท็ก

real racing 3 audi e tron

บทความที่เกี่ยวข้อง real racing 3 audi e tron

ควักเพิ่ม 2 แสน! ทำไมถึงควรเลือก 2020 Audi e-tron Sportback มากกว่า e-tron สแตนดาร์ด

2020 Audi e-tron Sportback (อาวดี้ อี-ทรอน สปอร์ตแบ็ก) รุ่นใหม่เปิดตัวลุยตลาดบ้านเราแล้วด้วยราคา 5.299

Toyota Gazoo Racing Motorsport 2020 ปิดเมืองซิ่ง เข้าชมฟรี และมี Supra มาโชว์ดริฟต์ด้วย

rdquo; เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 30 กรกฎาคม 2563 ณ Toyota Driving Experience Parkรุ่นการแข่ง Toyota Gazoo Racing

2020 Audi e-tron Sportback จ่อลุยเมืองไทยสัปดาห์หน้า คาดราคาทะลุ 5.3 ล้านบาท

บริษัท ไมซ์สเตอร์ เทคนิค จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์ Audi ในประเทศไทยเตรียมเปิดตัว 2020 Audi e-tron Sportback

รวมรถ EV เปิดตัวใหม่ในงานมอเตอร์โชว์ 2021 ราคาเริ่มตั้งแต่ 3 แสนกว่าจนถึงหลายล้าน

และยังคงความหรูหราด้วยวัสดุดีตามสไตล์รถนำเข้าจากญี่ปุ่น ขายราคา 3.49 ล้านบาทTesla Model 3 Performance2021

ชมคันจริง 2020 Audi e-Tron Sportback ขายไทยในราคา 5.299 ล้านบาท มีดีแค่หลังคาลาดลงรึเปล่า?

2020 Audi e-tron Sportback (อาวดี้ อี-ตรอน สปอร์ตแบ็ค) เปิดตัวขายในไทยแล้วด้วยราคา 5,299,000 บาท เป็นรถเอสยูวีพลังไฟฟ้าล้วน

แบงค์บอกต่อ CX-5 ลดเหลือ 1,160,000 บาทกับ Audi อัดดอกเบี้ย 0% ก่อนงาน Motor Expo 2020

Mazda และ Audi นำรถมาลดราคา และขนแคมเปญงาน Motor Expo 2020 เพื่อให้ลูกค้าได้ออกมาจับจองกันก่อน พร้อมแล้ววันนี้Mazda

"ซิลิโคน" จะเป็นทางเลือกใหม่ในการผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าให้ อึด ทน นาน กว่าเดิม

อายุการใช้งานนาน: ลิเธียมไอออนมีประจุไฟฟ้าที่สูงและเก็บประจุได้นาน (Low Discharge) กว่าแบตเตอรี่ชนิดอื่น ๆ3.

ส่องรถยนต์ไฟฟ้าใน 3 ประเทศหลักอาเซียน เมื่อนโยบายและความพร้อมไม่เท่าเทียมกัน

Hyundai Kona (ฮุนได โคน่า) Tesla (เทสล่า) Renault Twizy (เรโนลต์ ทวิซี่) และ BMW i3s (บีเอ็มดับเบิลยู ไอ3เอส

เผยโฉม 2022 BMW iX รถเอสยูวีไฟฟ้าที่ดีที่สุดเวลานี้? เบียด Audi e-tron

แหงนมองบนหลังคาเป็นพาโนรามิกรูฟขนาดใหญ่เบิ้มที่ละสายตาไปไม่ได้เลยคือพวงมาลัยรูปทรง 6 เหลี่ยมแบบ 2 ก้านที่ฉีกแนวไปจากภาพลักษณ์พวงมาลัย 3

2021 Mazda BT-50 Racing กระบะตัวเตี้ยแต่งหล่อ เรนเดอร์ภาพที่อาจกลายเป็นจริง

ซึ่งเป็นรุ่นที่น่าจะได้รับความสนใจไม่น้อย ราคา 2021 Mazda BT-50 รุ่น ราคา Standard Cab 1.9 E

ดูเพิ่มเติม

Audi e-Tron รุ่นย่อย Premium ใหม่ ราคาถูกลง 10% ตัดออพชั่นอะไรบ้าง?

Audi e-Tron รถครอสโอเวอร์พลังไฟฟ้าล้วน ซึ่งทำยอดขายไม่ดีนักในสหรัฐอเมริกา จึงได้ออกกลยุทธ์ใหม่ เปิดตัวรุ่นล่างสุดที่มีราคาเอื้อมถึงง่ายขึ้น

อาวดี้เตรียมเปิดตัว 2021 Audi e-tron GT พร้อมสู้ Porsche Taycan ได้หรือไม่?

Audi e-tron GT Concept ในงาน Los Angeles Auto Show หลังจากที่มีการเปิดตัว Audi e-tron Quattro และ รถอเนกประสงค์

เปิดตัว 2020 Audi e-tron Sportback ค่าตัว 5.299 ล้านบาท จำกัดโควต้า 15 คันในไทย

2020 Audi e-tron Sportback 55 quattro S line (อาวดี้ อี-ทรอน สปอร์ตแบ็ก) เปิดตัวอย่างเป็นทางการในไทย

2021 Audi RS Q3 Sportback ยืนยันมาไทย 19 ก.พ. นี้ คาดราคา 5 ล้านกว่าบาท สู้กับ Mercedes-AMG เต็ม ๆ

2021 Audi RS Q3 Sportback (อาวดี้ อาร์เอส คิว3 สปอร์ตแบค) เอสยูวีท้ายลาดพื้นฐานจาก Audi Q3 จะมาขายไทยวันที่

สำรวจความนิยมแบรนด์รถยนต์ในแต่ละประเทศ ใครยืนหนึ่ง? อันดับสองค่ายใดมาชมกัน

ขณะที่ Chevrolet (เชฟโรเลต) เป็นแบรนด์ยอดนิยมในอียิปต์ ส่วน Toyota ครองส่วนแบ่งตลาดเกือบ 100% ในเยเมนAudi

Review 2020 Audi e-tron Sportback รถไฟฟ้าเสียบปลั๊ก 5.299 ล้านบาท ครบทั้งแรงทั้งหรูแบบไร้คู่แข่ง

2020 Audi e-tron Sportback 55 quattro S line (อาวดี้ อี-ตรอน สปอร์ตแบ็ค) รถยนต์ไฟฟ้าทรงเอสยูวีคูเป้จากค่ายสี่ห่วง

2021 Lexus UX300e เปิดตัวใหม่จะได้ส่วนแบ่งตลาดรถไฟฟ้าหรูจาก Audi e-tron ได้หรือไม่

Premiumสำหรับ 2021 Lexus UX300e ที่เพิ่งเปิดตัวนี้จะมีความสามารถเพียงพอที่จะได้ส่วนแบ่งตลาดรถไฟฟ้าสุดหรูจาก Audi

ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในนอร์เวย์ พ่งสูงเกือบ 90% เอาชนะเครื่องยนต์ดีเซลและเบนซินที่แรกในโลก

Norwegian Road Federation (OFV-กรมการขนส่งนอร์เวย์) ในปี 2020 รถที่ขายดีที่สุดคือ Audi e-tron (อาวดี้

Review: 2019-2020 Audi e-tron เอสยูวีพรีเมียมพลังงานไฟฟ้า

Audi (อาวดี้) ค่ายรถยนต์หรูจากยุโรป ส่งรถเอสยูวีอเนกประสงค์หรูพลังงานไฟฟ้าอย่าง 2019-2020 Audi e-tron

Volvo เตรียมเพิ่มผลิตรถไฟฟ้า 3 เท่าที่โรงงานเกนท์ หลังลูกค้าตอบรับพุ่งทั่วโลก

ประกาศความพร้อมในการบุกตลาดรถยนต์ไฟฟ้า ด้วยการประกาศเพิ่มกำลังการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าที่โรงงานเกนท์ ประเทศเบลเยี่ยม เพิ่มอีก 3

ชมงาน BIMS 2021 ดู GWM มาแรง MG Extender หน้าใหม่ หรือ Audi e-tron GT และอื่น ๆ เรารวมไว้ให้คุณแล้วที่นี่

อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2021) เปิดตัวกันอย่างเป็นทางการแล้ววันนี้ที่ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3

นอร์เวย์ผงาดชาติแรกยอดขายรถพลังไฟฟ้าแซงรถเครื่องยนต์สันดาป – แล้วเมืองไทยล่ะ?

จะพบว่ารถพลังไฟฟ้ามีสัดส่วนยอดขายเพียง 1% เท่านั้นสมาคมยานยนต์แห่งนอร์เวย์ (OFV) ระบุว่ารถพลังไฟฟ้าที่มียอดขายสูงที่สุดในปี 2020 คือ Audi

2021 Audi e-tron GT เตรียมบุกไทยปีนี้ พร้อมตระกูล RS อีกหลายรุ่น

ซึ่งรวมไปถึงรถยนต์สปอร์ตไฟฟ้า Audi e-tron GT (อาวดี้ อี-ตรอน จีที) ที่จะเปิดตัวในตลาดโลกในสัปดาห์หน้า

Audi Thailand ปรับกลยุทธ์ฝ่า COVID-19 เน้นเพิ่มสินค้า-ทำราคาสู้-ปรับบริการรับลูกค้า

Audi Thailand (อาวดี้ ประเทศไทย) ปรับแผนงานฝ่าวิกฤต COVID-19 เน้น 3 นโบายหลัก เพิ่มความหลากหลายของสินค้า

Audi เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าสปอร์ตรุ่นใหม่ 2022 Audi e-tron GT และ Audi RS e-tron GT เริ่ม 3,621,000 บาท

Coupe คือ 2022 Audi e-tron GT (อาวดี้ อีทรอน จีที) เริ่ม 3,621,000 บาท และ Audi RS e-tron GT (อาวดี้

เป็นไปได้? ผู้บริหาร Audi ชี้รถพลังไฟฟ้าจะมีแบตเตอรี่เล็กลงในอนาคต

ซีอีโอ Audi (อาวดี้) ออกมาให้ความเห็นว่ารถยนต์ไฟฟ้าจะมีแบตเตอรี่ขนาดเล็กลงในอนาคต เมื่อเทคโนโลยีการชาร์จไฟและจุดชาร์จไฟมีพัฒนาการก้าวหน้ามากขึ้นจากการแข่งขันด้านพละกำลังทั้งแรงม้าและแรงบิดของรถเครื่องยนต์สันดาปในอดีต

เปิดตัว 2021 Audi RS e-tron GT ราคา 6.39 ล้านบาท สเปคนำเข้าฝาแฝด Taycan

2021 Audi e-tron GT (อาวดี้ อี-ตรอน จีที) รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นล่าสุดจากเยอรมนี ที่เปิดตัวในเยอรมนีเมื่อเดือนก่อน

ชมคุณสมบัติเด่น 2022 Audi Q4 e-tron รถเอสยูวีไฟฟ้าขนาดเล็กแฝงความดุดัน

2022 Audi Q4 e-tron2022 Audi Q4 e-tron และ Q4 e-tron Sportback (2022 อาวดี้ คิว4 อี-ทรอน) เผยโฉมอย่างเป็นทางการ

พาชม 2020 Audi TT RS สีส้ม Pulse Orange 400 แรงม้า เจ้าของค่าตัว 5.299 ล้านบาท

All-New 2020 Audi TT RS (2020 อาวดี้ ทีที อาร์เอส) เปิดตัวในประเทศไทยด้วยฝึมือของอาวดี้ ไทยแลนด์ และทำราคาแบบหยุดโลกที่

Audi เดินหน้าเข้าสู่ยุครถยนต์ไฟฟ้าเต็มตัวภายใน 2035 หลัง Audi e-tron ขายได้ 9,227 คัน ขึ้นอันดับ 1 ใน Norway

2035ซึ่งจะมีการแจ้งแผนออกมาในอีกไม่กี่เดือน พร้อมสถานะของโรงงานที่จะต้องเปลี่ยนไปผลิตแบบไฟ้าแบบเต็มตัวยอดขาย e-Tron

รีวิวโพสต์ real racing 3 audi e tron

I liked a @YouTube video from @realracingguru Real Racing 3 Head to Head. Porsche 919 Hybrid v Audi r18 e tron

#RealRacing3 #TRACKDAY #Virtual #Audi #etron #GTReal Racing 3でアウディe-tron GTコンセプトを使うイベント「トラックデイ: バーチャル」をやってみました。ステージ02は、「ベスト・オブ・ザ・ベスト」となります。

アウディでゴボウぬき Real Racing 3 Audi R18 E tron: @YouTube #Porsche #RealRacing3

Видео "REAL RACING 3//Audi R18 e- tron quattro( 2015)" (на @YouTube добавлено в

Real Racing 3 Le Mans update Audi R18 E Tron night race http://youtu.be/n2jeY_5_KdM?a

รีวิว Q&A real racing 3 audi e tron

In which order should I buy cars in asphalt 8? Or which cars are necessary to complete races?

I mostly play offline career mode in asphalt 8, so if you are looking to buy cars to complete the career most efficiently, these are the cars you need to buy in the exact order- Dodge Dart- Already owned Audi R8 E-tron- Use it to do some races and earn stars Tesla Model S- Use it to make a little money and earn more stars Audi RS Sportback- Use it to earn stars Audi TT- Use it to earn stars Citroen Survolt-(Sorry for bad spellings) Use it to earn stars and earn money for a log time in B class races. It is better than any other starter B class car Audi S8- Good D-class car, it will earn you most of the D- class stars and money. Now, don’t upgrade you any of these cars other than fitting the 1st engine, acc. and nitro upgrade, that’s all. By the time when you complete all the races with these cars and ensure that you have not spend a penny anywhere else and have earned 5 stars in all possible races as you can, then go on for the next cars which will now ease our pain- McLaren 12c Spyder- Probably the best car for its value in A class. Best and very solid handling, very less nitro consumption, superb acceleration, good top speed. You don’t need to buy another A class car for career after this. Ford Shelby GT500- Very good car and high rating in B class. Now you don’t need to buy another car for B class. Buy cheap cars- Buy all the cars under 15K-20K and use them to earn stars. Now you might have unlocked season 7 by now. If you have not, then you must be lagging some stars here and there. Make sure you unlock season 7 before going ahead. Earn and save money-Now the days of buying cars is over. Now complete season 7 and season 8 and save all the money, don’t spend. After you complete all the possible races by now, you still be laggging with some money Choices- a) Choice-1 Bugatti Veyron(recommended)-Its over 200K and a very good car. Buy it only if you think that it will unlock all events required to give you enough stars to get into season 9, or you will be in trouble. b)Choice-2 Mercedes Silver Lightning- Its over 300K and a nice car, but very bad handling. If you need some starts for getting into season 9, buy this car. In season 9 if you want to earn money the fastest in season 9, use this car. Low upgrade cost(in comparison with other S class cars). If you can master this car, you will be able to earn over 4500 in less than 50 seconds in dubai. c) Choice-3 Koinegsegg Agera R(not recommended)- 37500000, very expensive car, if you need to real good S class car, buy this. Little stiff handling, bad acceleration but very nice top speed. You’ll past your rivals in no time. Buy this car only if you want some racing experience else not.

Do you think any electric car companies will give Tesla any competition in the future?

You are asking a very broad question. And this is actually good, because the whole year 2018 there were questions “Is this or that a Tesla killer”. We have advanced. So let’s return to your question. Any electric car company in any future? Yes. Sure. They may make some competition. Tesla is currently having 80% of the US market, which is a lot. Their market share will eventually drop, but not by losing to competitors, but by simply having the market for EVs expanding on the cost of ICE cars. I don’t see any competitor coming from China. NIO has a long way to go to make consumer cars, BYD will get stuck in their battery exchange technology - which will put them a couple years behind since their batteries most likely don’t have a thermal management system - where Tesla excels. Toyota is stuck in it’s hybrid and hydrogen technology. Dead end. Probably they have a big R&D team, working on battery technology. Hyundai and Kia are actually quite good, closest competitors to Tesla, but they need to enhance their battery supply chain. And they are still one foot in the hybrid + hydrogen technology which is, as I said, a dead end. Nissan? Horrible story. They started with the Leaf in 2011, a car which was somehow OK for that year. But since then, they are dragging their feet. It seems like their design team starts to design a car which the customers would want today instead what the customers would want in 3 years when the car will be on the production line. I would either drastically change their policy in R&D - or change the person who is responsible for it. Mercedes Benz? The EQC is a luxury show-car, not a competitor. BMW? The i3 is an expensive toy and the i8 is a compliance hybrid - joke. All design, nothing under the hood. And most certainly not an electric car. VW, on the other hand, is learning the hard lessons. You cannot convert a very good car (VW Golf) and make a good electric out of it. It charges very slow, it can overheat, the battery space is limited. It has to be a new platform. The Audi e-Tron has shown that making cost-effective EVs is a hard job. Porsche Taycan has yet to show what it will be capable to do, but it is a high-end car, competing with Model 3 Performance, Model S Performance and the new Roadster. The Taycan is the sports car version of the Tesla Model S 85D from 2012 (admitted, with a faster charging speed since it will work on 800V instead of 400V). You see how much Porsche lags behind. So my prediction? VW might get in the race by 2025 and might become a real competitor by the end of the next decade. It’s all whether they are really willing to produce EVs that will really replace their ICE cars (VW Golf, Passat, Audi-s, Porsche-s). We’ll see. But will any of these (VW, Hyundai/Kia, any other) actually threaten Tesla? No way. They have slept too long.

What are some good cars in Asphalt 8?

I mostly play offline career mode in asphalt 8, so if you are looking to buy cars to complete the career most efficiently, these are the cars you need to buy in the exact order- Dodge Dart- Already owned Audi R8 E-tron- Use it to do some races and earn stars Tesla Model S- Use it to make a little money and earn more stars Audi RS Sportback- Use it to earn stars Audi TT- Use it to earn stars Citroen Survolt-(Sorry for bad spellings) Use it to earn stars and earn money for a log time in B class races. It is better than any other starter B class car Audi S8- Good D-class car, it will earn you most of the D- class stars and money. Now, don’t upgrade you any of these cars other than fitting the 1st engine, acc. and nitro upgrade, that’s all. By the time when you complete all the races with these cars and ensure that you have not spend a penny anywhere else and have earned 5 stars in all possible races as you can, then go on for the next cars which will now ease our pain- McLaren 12c Spyder- Probably the best car for its value in A class. Best and very solid handling, very less nitro consumption, superb acceleration, good top speed. You don’t need to buy another A class car for career after this. Ford Shelby GT500- Very good car and high rating in B class. Now you don’t need to buy another car for B class. Buy cheap cars- Buy all the cars under 15K-20K and use them to earn stars. Now you might have unlocked season 7 by now. If you have not, then you must be lagging some stars here and there. Make sure you unlock season 7 before going ahead. Earn and save money-Now the days of buying cars is over. Now complete season 7 and season 8 and save all the money, don’t spend. After you complete all the possible races by now, you still be laggging with some money Choices- a) Choice-1 Bugatti Veyron(recommended)-Its over 200K and a very good car. Buy it only if you think that it will unlock all events required to give you enough stars to get into season 9, or you will be in trouble. b)Choice-2 Mercedes Silver Lightning- Its over 300K and a nice car, but very bad handling. If you need some starts for getting into season 9, buy this car. In season 9 if you want to earn money the fastest in season 9, use this car. Low upgrade cost(in comparison with other S class cars). If you can master this car, you will be able to earn over 4500 in less than 50 seconds in dubai. c) Choice-3 Koinegsegg Agera R(not recommended)- 37500000, very expensive car, if you need to real good S class car, buy this. Little stiff handling, bad acceleration but very nice top speed. You’ll past your rivals in no time. Buy this car only if you want some racing experience else not.

Which is better, Asphalt 8 or 9?

[Update (2021–03–19): This answer is pretty old now, and it is very likely that this is quite outdated. A9 has gone through some more significant updates. Some events have been good. Some have been s***. But, it's a lot different from when I first wrote this answer. So, other than my point about time investment, which is still applicable, take the rest of my answer with a grain of salt. Thanks for reading.] I would like to say, neither (personal opinion). But, that was mainly because I didn’t have the time to play those 2 games for many, many hours, on a daily basis. When Asphalt 9 had not been released, I was not fond of Asphalt 8 that much. It felt like, it was not very rewarding for the amount of time invested on it. I used to play 2–3 hours daily, at that time. I kind of started playing it at the wrong time, when college end semester exams were a few weeks away. But, it was really fun in the beginning. I remember how much I used to enjoy the game until an update came with the “Mercedes SLK special edition” car. That changed a lot of things, at least from my perspective. It changed from “a variety of cars which were competitive at a particular car rank” to “one car is the king, and it stays the king in particular rank ranges, even after so many updates”. The Audi R8 e-Tron special edition is such a good example for this. That car is so good, but, it ruined the fun of Multiplayer experience. If you didn't have those set of “Kings"(cars), you were sure to not come 1st in 98% of the races (random figure I pulled out of my head. Don't take this number too seriously. xD) Then, after a long wait, I got a chance to play Asphalt 9. And…..I was ….totally……disappointed. It's graphics are, without doubt, amazing. But, the gameplay wasn't thrilling enough for me. -Nitros in the air….not a fan of it. -360 knockdowns….looked fun in the beginning, but became more of an annoyance later on. -Nitro speed. This was the most upsetting. I remember how thrilled I was when I used the perfect nitro in Asphalt 8, and tried to play with the Lykan Hypersport (the fastest car I had in that game). It was so awesome. But, in Asphalt 9, it's not the same feeling. Cars with Nitro on don't feel the same. They don't feel fast. They didn't for me, at least. Yeah. Yeah. I know. I know. its not always about the speed. And, tbh, I agree with that. They included things like the speed slowing down while taking turns, which, I think, wasn't there in A8. I appreciate that they tried to make the game feel as real as possible. But, it is a Game. It’s okay if some concepts still remain fictional. According to me, they should have removed the knockdowns concept from MP, and only kept it in career. The air nitro speed boost was a good idea. But, reducing speed on turns is not (sounds stupid) I know. I've lost interest in these 2 games. And, I am most probably heavily biased against them. Idr having felt as much rage for any other game that I played as I did when I played A8 and A9. That, and combined with how very little rewards you get, even if you are a average or above average player, really ruined it for me. There were so many moments when I felt like throwing my phone at the wall, after playing these 2 games. I ended up mostly throwing them at the bed/sofa. xD (phew!!!) I think I now hate these 2 games with a passion. I'm sorry if you are a fan of these games, and if my answers hurt you in any way. Believe me, I didn't mean to offend any one of you. These are just my personal views on it. I won't deny it. I am a noob. An average player at best. But, I think I deserve more rewards than what I was offered, for playing the number of hours that I did at that time, despite having college, despite having exams. Sorry for the loong answer. This answer is probably gonna be irrelevant by the time I post it. In my opinion, Asphalt 8 was better, but only slightly. You are probably better off not playing either, if you don't have the time to play these games for many many hours per day. Thank you for reading. Have a nice day.

Why is the the Jaguar I-Pace so inefficient when compared to the Tesla Model X?

The limiting factor for performance is set by how much power and how fast the power can be modulated in the inverter. How much power can be released by the batteries is another quality parameter, as is the performance of the electric motor. At the moment I can not see where exactly the advantages of Tesla are, but the drivetrain (batteries, inverter motor) is clearly more efficient, than the iPace, I think also more efficient than the Nissan Leaf, taken all into consideration (in particular weight, size and Cw value of cars). The Cw values have to be multiplied with the total frontal area to indicate drag, so the bigger car needs a smaller Cw value to have similar drag. It is clear that models with all wheel drive will have higher mechanical losses than RWD models, and the iPace is AWD, so there could go easily 10–20% of the efficiency, if you compare it to a RWD only model. The losses come from the additional inverter losses, transmission, and motor, they all warm up, which equals loss if efficiency. The batteries will probably not be punished much more when you drive at constant speed 4 wheel or 2 wheel drive, but will eat more due to the AWD when accelerating. However, the AWD Tesla 85D had a 5 mile range increase over the 85, but it seems a bit more complex than that, up to the point where Tesla (like other companies) use sometimes different type of EVs in AWD models:Tesla Model S Dual-Motor Is Quicker, Has Higher Range Too: How Do They Do That? (UPDATED) . I would guess the main underlying effect is that EVs loose efficiency when they are under load (mainly because they heat up more and the inverters are less efficient, and the batteries more strained?). Two motors can sometimes overcome the loses and punishment in weight to increase range by anything from 2–13% depending on how you drive, by keeping the drivetrains in the lower load range of higher efficiency: Notice, the torque is capped by regulation (more is not needed), the motor alone could develop a lot more torque. The motors and their regulation are complex, so much so that further increases in efficiency are to be expected, if you are interested read up on it here:r/teslamotors - The new Model 3 motor. Its history and what it is likely to be. Long + References. Interestingly, the iPace is up there with Teslas acceleration, as it might well be for a Jag. It is between an XP100D and the X100D in acceleration, slower than the first, and faster than the latter. Interestingly, the iPace can hold its top speed without diminishing, basically it drives 130mph till the battery is empty. This is surely due to a restriction of the iPace to a lower speed; several Teslas drive a lot faster than that, for about 7 minutes, then the are overheated (I am guessing the batteries) and drop back to the same 130mph as the iPace. The iPace and the X100PD are within a second around Laguna Seca, the Tesla is more expensive of course, has nearly twice the power, is the bigger car and is 1 sec faster at 1.47. So in performance the iPace is there, very impressive! Back to efficiency; at top speed (208km/h) the iPace does 570 KWh/km, the Tesla X100D does 456 KWh/km at the slower 147km/h average (both from user videos), so I think at high speeds both are comparable. At lower speed (100-120km/h around 65mph) the Tesla X is clearly better, about 23% better than the iPace (it is also bigger and heavier, which is not a factor at constant speed): So basically a 90KWh iPace will give the range of an 70KWh Tesla (if it existed) in most situations. I would assume that Tesla simply has the better overall efficiency at moderate speeds, a better control of the inverter, more efficient batteries (less “internal resistance”), the better software for the inverter and a more efficient motor. It could also be that Tesla manages to run the motor for longer in the high efficiency range of the drive train by a different ratio of the transmission; the iPace seems to prefer the sprint, compared to the Tesla X and might have a shorter transmission ratio, forcing higher losses at switching the voltages and the power in the inverter, which (particular with batteries as source) gets less efficient at higher RPM (ranging from maybe 94% to 82%). Will Jaguar be able to change this via software updates a la Tesla? I doubt it, but at least a partial remedy might be possible. Both cars charged relatively similar, and the charging time will depend most likely on the installed performance, which will increase drastically on the iPace system soon (the one in the test was limited to 85KW). Edit: Tesla’s batteries come in small, metal encased units (some are plastic?) while the iPace uses pouches. I could not find any real information, but if you cool a pack of 4 or more battery pouches down to 30 degrees, the interior might well be 40 degrees, which makes the batteries less efficient. The metal in the small batteries is a heat sink, and allows in principle better cooling, this might be a factor for efficiency! Jaguar has answered the calls why it seems less efficient than “the other guys”, but it is mostly no real information, other than that it is all state of the art, has a heat pump, and the motor uses synchronous permanent magnets (but not what type of motor it is, they seem to use identical motors front and rear, one point for Tesla), see also comments.Jaguar Responds To Criticism About I-PACE Efficiency Interestingly Jaguar states their efficiency for the motor is over 95% from 30–150km/h (20–94mph), supporting the graph shown earlier and stating efficiency is lower at very low speeds (not important) and importantly at higher speeds, which is seen in all electric cars. See the direct efficiency comparison here: In Dscherman, but with English subtitles.Would we not all be interested in direct comparisons with the model 3? On the motorway, the Autobahn (no Teslas 3 in Europe, so far) and on drag strips and race tracks, all to come soon, as is the Audi E Tron (also AWD, with an ugly grill).

FAQs ที่เกี่ยวข้อง real racing 3 audi e tron

  • Q

    ระบบปรับอากาศอัตโนมัติของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    ณัฐกล มุสิกวรรณวัฒน์

    มีระบบปรับอากาศอัตโนมัติและรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม
  • Q

    ฝาครอบล้อของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    Keawjai Chaihong

    มีฝาครอบล้อและรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม
  • Q

    ระบบป้องกันการลื่นไถลของรถของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    Ja Kamonchanok

    มีระบบป้องกันการลื่นไถลของรถและรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม

Tags

หน้าหลัก