แท็ก

audi e tron 5 seater

บทความที่เกี่ยวข้อง audi e tron 5 seater

2021 Audi RS Q3 Sportback ยืนยันมาไทย 19 ก.พ. นี้ คาดราคา 5 ล้านกว่าบาท สู้กับ Mercedes-AMG เต็ม ๆ

2021 Audi RS Q3 Sportback (อาวดี้ อาร์เอส คิว3 สปอร์ตแบค) เอสยูวีท้ายลาดพื้นฐานจาก Audi Q3 จะมาขายไทยวันที่

ฟังเหตุผล ทำไมรถล้ำ ๆ อย่าง 2022 Mercedes-Benz EQS ยังใช้กระจกมองข้างแบบดั้งเดิม

ผลการศึกษาพบว่าการดูภาพหน้าจอที่แสดงผลด้านหลังหรือด้านข้างตัวรถจะทำให้ผู้ขับขี่ส่วนใหญ่เวียนศีรษะ”กระจกมองข้างดิจิทัลใน Audi

ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในนอร์เวย์ พ่งสูงเกือบ 90% เอาชนะเครื่องยนต์ดีเซลและเบนซินที่แรกในโลก

3จากการรายงานของ Norwegian Road Federation (OFV-กรมการขนส่งนอร์เวย์) ในปี 2020 รถที่ขายดีที่สุดคือ Audi

Audi e-Tron รุ่นย่อย Premium ใหม่ ราคาถูกลง 10% ตัดออพชั่นอะไรบ้าง?

Audi e-Tron รถครอสโอเวอร์พลังไฟฟ้าล้วน ซึ่งทำยอดขายไม่ดีนักในสหรัฐอเมริกา จึงได้ออกกลยุทธ์ใหม่ เปิดตัวรุ่นล่างสุดที่มีราคาเอื้อมถึงง่ายขึ้น

2021 Lexus UX300e เปิดตัวใหม่จะได้ส่วนแบ่งตลาดรถไฟฟ้าหรูจาก Audi e-tron ได้หรือไม่

Premiumสำหรับ 2021 Lexus UX300e ที่เพิ่งเปิดตัวนี้จะมีความสามารถเพียงพอที่จะได้ส่วนแบ่งตลาดรถไฟฟ้าสุดหรูจาก Audi

สำรวจความนิยมแบรนด์รถยนต์ในแต่ละประเทศ ใครยืนหนึ่ง? อันดับสองค่ายใดมาชมกัน

ขณะที่ Chevrolet (เชฟโรเลต) เป็นแบรนด์ยอดนิยมในอียิปต์ ส่วน Toyota ครองส่วนแบ่งตลาดเกือบ 100% ในเยเมนAudi

"ซิลิโคน" จะเป็นทางเลือกใหม่ในการผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าให้ อึด ทน นาน กว่าเดิม

ไม่มีส่วนประกอบที่เป็นอันตรายต่อธรรมชาติ เช่น ของเหลว กรด หรือตะกั่ว จึงปลอดภัยต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อมAudi

แบงค์บอกต่อ CX-5 ลดเหลือ 1,160,000 บาทกับ Audi อัดดอกเบี้ย 0% ก่อนงาน Motor Expo 2020

Mazda และ Audi นำรถมาลดราคา และขนแคมเปญงาน Motor Expo 2020 เพื่อให้ลูกค้าได้ออกมาจับจองกันก่อน พร้อมแล้ววันนี้Mazda

Review: 2019-2020 Audi e-tron เอสยูวีพรีเมียมพลังงานไฟฟ้า

Audi (อาวดี้) ค่ายรถยนต์หรูจากยุโรป ส่งรถเอสยูวีอเนกประสงค์หรูพลังงานไฟฟ้าอย่าง 2019-2020 Audi e-tron

รวมรถ EV เปิดตัวใหม่ในงานมอเตอร์โชว์ 2021 ราคาเริ่มตั้งแต่ 3 แสนกว่าจนถึงหลายล้าน

เพิ่มความเป็นไฟฟ้าที่ดูแลง่าย จึงทำยอดจองเยอะมาก ต้องต่อคิวรอนานเป็นปี ด้วยราคาขายเพียง 2.29 ล้านบาทAudi

ดูเพิ่มเติม

เป็นไปได้? ผู้บริหาร Audi ชี้รถพลังไฟฟ้าจะมีแบตเตอรี่เล็กลงในอนาคต

ยิ่งถูกใจผู้บริโภคมากขึ้นเท่านั้นเพราะจะช่วยลดความวิตกกังวลด้านการใช้งานจริงอย่างไรก็ตาม มาร์คัส ดอยส์แมนน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Audi

ชมคันจริง 2020 Audi e-Tron Sportback ขายไทยในราคา 5.299 ล้านบาท มีดีแค่หลังคาลาดลงรึเปล่า?

2020 Audi e-tron Sportback (อาวดี้ อี-ตรอน สปอร์ตแบ็ค) เปิดตัวขายในไทยแล้วด้วยราคา 5,299,000 บาท เป็นรถเอสยูวีพลังไฟฟ้าล้วน

Audi Thailand ปรับกลยุทธ์ฝ่า COVID-19 เน้นเพิ่มสินค้า-ทำราคาสู้-ปรับบริการรับลูกค้า

Audi Thailand (อาวดี้ ประเทศไทย) ปรับแผนงานฝ่าวิกฤต COVID-19 เน้น 3 นโบายหลัก เพิ่มความหลากหลายของสินค้า

เปิดตัว 2020 Audi e-tron Sportback ค่าตัว 5.299 ล้านบาท จำกัดโควต้า 15 คันในไทย

2020 Audi e-tron Sportback 55 quattro S line (อาวดี้ อี-ทรอน สปอร์ตแบ็ก) เปิดตัวอย่างเป็นทางการในไทย

พาชม 2020 Audi TT RS สีส้ม Pulse Orange 400 แรงม้า เจ้าของค่าตัว 5.299 ล้านบาท

All-New 2020 Audi TT RS (2020 อาวดี้ ทีที อาร์เอส) เปิดตัวในประเทศไทยด้วยฝึมือของอาวดี้ ไทยแลนด์ และทำราคาแบบหยุดโลกที่

2019 Mazda MX 5 RF และ 2019 Audi TT Roadster คันไหนจะได้เป็นโรดสเตอร์ที่เหมาะสำหรับคุณ

RF และ 2019 Audi TT Roadster มาเปรียบเทียบกัน ด้วยเหตุผลในเรื่องของราคาที่ไม่ต่างกันมากนัก โดย Mazda

Audi เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าสปอร์ตรุ่นใหม่ 2022 Audi e-tron GT และ Audi RS e-tron GT เริ่ม 3,621,000 บาท

Coupe คือ 2022 Audi e-tron GT (อาวดี้ อีทรอน จีที) เริ่ม 3,621,000 บาท และ Audi RS e-tron GT (อาวดี้

ชมคุณสมบัติเด่น 2022 Audi Q4 e-tron รถเอสยูวีไฟฟ้าขนาดเล็กแฝงความดุดัน

2022 Audi Q4 e-tron2022 Audi Q4 e-tron และ Q4 e-tron Sportback (2022 อาวดี้ คิว4 อี-ทรอน) เผยโฉมอย่างเป็นทางการ

Review 2020 Audi e-tron Sportback รถไฟฟ้าเสียบปลั๊ก 5.299 ล้านบาท ครบทั้งแรงทั้งหรูแบบไร้คู่แข่ง

2020 Audi e-tron Sportback 55 quattro S line (อาวดี้ อี-ตรอน สปอร์ตแบ็ค) รถยนต์ไฟฟ้าทรงเอสยูวีคูเป้จากค่ายสี่ห่วง

2020 Audi e-tron Sportback จ่อลุยเมืองไทยสัปดาห์หน้า คาดราคาทะลุ 5.3 ล้านบาท

บริษัท ไมซ์สเตอร์ เทคนิค จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์ Audi ในประเทศไทยเตรียมเปิดตัว 2020 Audi e-tron Sportback

2021 Audi e-tron GT เตรียมบุกไทยปีนี้ พร้อมตระกูล RS อีกหลายรุ่น

ซึ่งรวมไปถึงรถยนต์สปอร์ตไฟฟ้า Audi e-tron GT (อาวดี้ อี-ตรอน จีที) ที่จะเปิดตัวในตลาดโลกในสัปดาห์หน้า

อาวดี้เตรียมเปิดตัว 2021 Audi e-tron GT พร้อมสู้ Porsche Taycan ได้หรือไม่?

Audi e-tron GT Concept ในงาน Los Angeles Auto Show หลังจากที่มีการเปิดตัว Audi e-tron Quattro และ รถอเนกประสงค์

Audi เดินหน้าเข้าสู่ยุครถยนต์ไฟฟ้าเต็มตัวภายใน 2035 หลัง Audi e-tron ขายได้ 9,227 คัน ขึ้นอันดับ 1 ใน Norway

2035ซึ่งจะมีการแจ้งแผนออกมาในอีกไม่กี่เดือน พร้อมสถานะของโรงงานที่จะต้องเปลี่ยนไปผลิตแบบไฟ้าแบบเต็มตัวยอดขาย e-Tron

นอร์เวย์ผงาดชาติแรกยอดขายรถพลังไฟฟ้าแซงรถเครื่องยนต์สันดาป – แล้วเมืองไทยล่ะ?

จะพบว่ารถพลังไฟฟ้ามีสัดส่วนยอดขายเพียง 1% เท่านั้นสมาคมยานยนต์แห่งนอร์เวย์ (OFV) ระบุว่ารถพลังไฟฟ้าที่มียอดขายสูงที่สุดในปี 2020 คือ Audi

Audi เปิดตัว 2021 Audi TT สเปคใหม่ พร้อมแคมเปญดอกเบี้ย 0% 5 ปีไม่มีบอลลูนกับอีก 10 รุ่นฮิต

Audi (อาวดี้) ประเทศไทยนำ Audi TT Coupé (อาวดี้ ทีที คูเป้) และ Audi TT Roadster (อาวดี้ ทีที

จับตา 10 รถใหม่เตรียมเปิดตัวปี 2021 รุกตลาดโลก หลายรุ่นเข้ามาขายเมืองไทยด้วย

ซึ่งจัดโดยสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และจักรยานยนต์ไทยสำหรับ CX-50 จะถูกวางตำแหน่งการตลาดให้เป็นรถเอสยูวีคูเป้ที่มีความโฉบเฉี่ยวมากกว่า CX-5

เปิดตัว 2021 Audi RS e-tron GT ราคา 6.39 ล้านบาท สเปคนำเข้าฝาแฝด Taycan

2021 Audi e-tron GT (อาวดี้ อี-ตรอน จีที) รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นล่าสุดจากเยอรมนี ที่เปิดตัวในเยอรมนีเมื่อเดือนก่อน

ชมงาน BIMS 2021 ดู GWM มาแรง MG Extender หน้าใหม่ หรือ Audi e-tron GT และอื่น ๆ เรารวมไว้ให้คุณแล้วที่นี่

ๆ ร้อน ๆ ก็คือ Audi Q5 (อาวดี้ คิว5) ที่มาพร้อมชุดแต่งเอสไลน์ ทั้งภายในและภายนอก รวมไปถึงช่วงล่างที่ได้รับการปรับแต่งใหม่

เผยโฉม 2022 BMW iX รถเอสยูวีไฟฟ้าที่ดีที่สุดเวลานี้? เบียด Audi e-tron

BMW Operating System เจนเนอเรชั่นใหม่ซึ่งข่าวระบุว่าผลิตด้วยวัสดุคริสตัล BMW iX Audi

ควักเพิ่ม 2 แสน! ทำไมถึงควรเลือก 2020 Audi e-tron Sportback มากกว่า e-tron สแตนดาร์ด

2020 Audi e-tron Sportback (อาวดี้ อี-ทรอน สปอร์ตแบ็ก) รุ่นใหม่เปิดตัวลุยตลาดบ้านเราแล้วด้วยราคา 5.299

รีวิว Q&A audi e tron 5 seater

What is your review of the MG Hector 7-seater?

British company MG Motors recently introduced its upcoming SUV in India. This 5 seater SUV is the company's first product in India. It will be launched in India this June. This car booking will start in the first week of June. According to a report by Autocar India, the company will also launch a 7-seater variant of this car in the Indian market. The 7 seater variant of this SUV will be made available for sale in India next year. Not much change in the 7 seater variant, the company will introduce the third row of seats in this car. This car comes with large dimensions so that it can be easily added to the third row. The car was recently introduced. This car comes with the largest boot space in its segment. The boot space of the car is 587 liters. That is, the third row of seats can be easily added to this car. There will be no need to change this car much to add a third row. The 7-seater variant of the car will be based on the Baujon 530 SUV which is already available in the Chinese market. The MD and CEO of MG Motors India said, 'Technically we cannot call it 7 or 8 seater due to its dimensions, but the third row of seats will be added to the hectare. At the same time, BS6 emission norms will be effective. Luxury carmaker Audi unveiled its new coupe-styled electric SUV E-Tron Sportback prototype at the Geneva Motor Show. The production version of this electric SUV introduced in orange finish will also come in almost the same look. Let us tell you about this new electric SUV from Audi ... Sporty look Audi e-Tron Sportback is built on the platform with e-Tron Quattro. It will also have the same engine as the e-Tron Quattro. It is a 4-seater SUV with a sporty look. It has a digital rearview camera, 23-inch alloy wheels, LED full-beam headlights, new DRLs and LED tail-lamps. Power This electric coupe-SUV has three motors. Their combined output generates 503hp power and 800Nm torque. Charge 80% in 30 minutes The company introduced its first car in India yesterday. Talking about the dimensions of this car, its length is 4,655mm, width 1,835mm and height is 1,760mm. The Veele base of this car is 2,750mm. The car's ground clearance is 192mm. The price of the company's 7 seater variant may be slightly higher than the regular variant. It is believed that the price of 7 seater SUV will be around 25 lakh rupees. After the launch of this car in India, it will compete with Tata Cassini (Harrier's 7 seater variant), Toyota Fortuner, Ford Endeavor and Skoda Kodiaq.

After this successful trip from Mumbai to Delhi and back in a Tata Nexon electric vehicle, will more people be motivated to switch to electric vehicles?

Lol, no. Most Indians rarely have to drive hundreds of kilometers anyway. So this will barely have any effect. What's the main issue in India? When the educated average Indian still thinks of electric vehicle what comes to their mind is a weak, slow (possibly two seater) mini-car that looks like a golf-cart. That's why out of 150 million, only 8,000 got electric cars in 2019 India ! No desi car company has any reason to try & change that view among their potential customers. Because in absence of incentives they felt no need to push EVs, let alone invest in R&D of motor/battery tech. ICE vehicle market is profitable enough & they won't care about pollution, by risking their pockets. Only now India government has set a goal to have 30% electric vehicles by 2030 & come up with the FAME-2 scheme. It sets electricity tariffs for charging same as domestic consumption & allow setting up charging station without license. But most importantly, it offers significant subsidy to the earliest buyers . Otherwise having lots of charging stations on roads will solve little. They take too long anyways. So what will it take? First & foremost, Indians will buy EVs in meaningful numbers only when they get smaller & cheaper instead of costing a kidney. Govt. itself need to boost inducements to public by waiving off road tax or registration fees & giving reduced interest loans for such cars being bought in the toxic-air hellholes that are india cities. Personally I think GOI should also push for electrification of the metropolitan taxis older than 15 years. Comparies can be provided tax deductions to offer car exchanges at cheaper rate, oratleast legal EV conversion for those models. Car companies need to provide service to install fast-chargers at the houses of their customers. People will find it convenient when government of India makes it mandatory to install paid charging ports at offices, restaurants etc. Lastly, something like an universal battery system (for individual companies atleast) that can be changed at stations with charged battery should be good… Kinda like our LPG cylinders. That way the disposal controvery can be avoided too, as they themselves will hold those & send for recycling on expiry. Thankfully, the results are starting to show. The next decade will see significantly increase in the availability & option of EVs in Indian market. In 2021 alone, amongst every leading automobile seller in India are launching several models: 5 New Mahindra Electric Vehicles To Launch In 2021 Maruti WagonR Electric India Launch Delayed: Pushed to 2021 Volvo XC40 Recharge EV India launch in 2021 Audi e-tron electric SUV may make India debut in 2021 Gravitas to Altroz EV: Tata Motors likely to launch 5 new cars in 2021 Hyundai Kona Electric Facelift Revealed. India Launch Likely In 2021 Toyota confirms launch of electric car for India in 2021

If you believe that Tesla is five years ahead of the competition, does that mean that their products and prices from five years ago would be market competitive today, and is that true?

If you believe that Tesla is five years ahead of the competition, does that mean that their products and prices from five years ago would be market competitive today, and is that true? OK, let’s look at the 2015 Tesla range and see how it stacks up against the current offerings. The Tesla 2015 Model S came in three basic variants, the 70D, 85D and 90D. All were dual motor (although I believe that there was a single rwd version of the “85”), all wheel drive vehicles and were mostly differentiated by the different battery capacities and trim levels. The model range covered a price from $75,000 to $105,000, with engine power starting at 329 hp all the way to 691 hp for the P85D, and had a range that varied from 240 miles to 270 miles, depending on battery pack and model specification. Reviews of the day were rather effusive, with The Car Connection saying, “The 2015 Tesla Model S has no direct competition; the electric luxury hatchback is the benchmark among its kind in a market with more than 20 plug-in models. It's likely the most advanced car on the planet.” The Model X came in 75D, P90D or P100D variants, once again all were dual motor driven and mostly differentiated by the different battery pack capacities. At the time of its launch, it was the quickest and most aerodynamic SUV on the market, yet was still a seven seater. Prices ranged from $132,000 for the 90D with 257 miles range, to $142,000 for the P90D with 250 miles range. Performance was otherworldly, with 11.7 second quarter mile times from the P90D possible, putting it well inside the normal super car territory. Now lets look at the current competition, starting with the lovely Jaguar I-Pace. The current offering costs between $71,000 and $82,000 for a vehicle with 394 hp on tap and a claimed range of 253 miles…. Sounds rather familiar to the 5 year old Model S, doesn’t it? (although to be fair the current base model S is actually cheaper by a few hundred dollars than the base I-Pace) Perhaps the Audi E-Tron can fare better. Not bad looking, but a bit fussy and fiddly to my mind, but anyway that’s purely subjective, lets look at the basic specs. The E-Tron costs between $78,395 and $84,295 for this particular variant, and boasts of 355 hp with a range of only 204 miles. This looks to be rather less than what Tesla was offering 5 years ago, which seems strange. Perhaps the all new, all singing Polestar 2 can fare better. This is the new automotive line established by Volvo, who wish to make significant inroads into the EV market with fresh designs. The Polestar 2 is aimed at a lower market and as such starts at $61,200 for the base model, which is the only available model at the moment. It has a 201 hp motor mounted front and rear which gives a lively performance similar to the 2015 Model S. The 78 kWh battery gives the car a 233 mile range, which once again is right back at 2015 Tesla levels. Now it can be said that at $61k it’s substantially cheaper than the 2015 model S was when it was released, but it now has to compete with $39,190 to $56,190 Model 3s that offer ranges from 263 miles to 353 miles. Another point that has not been mentioned until now is the fact that Tesla has been continually expanding its Supercharger network which is something that no other manufacturer has even attempted. The sheer fact of this system of fast charging depots exists means that Tesla could easily operate with reduced range than the competition, yet they consistently offer more. Look, I’m really pleased that cars like the I-Pace, E-Tron and Polstar 2 exist, and I would absolutely love to own any one of them because they are all really great cars that are absolutely superior to their ICE brethren. The fact of the matter is that these manufacturers are aiming at an ever receding target that Tesla represents, and it’s no good if your model in development can only match the competitions current model in production when they are one or two development cycles ahead of you. (Vehicle prices and specs taken from Car and Driver magazine)

Why does a new 2019 Tesla Model X cost $90,000 and what is the resale value of the 2018 models?

Because there is no competition. Not just because the E-Tron is not out and the i-Pace is very limited. The Model X is a 7-seat Electric vehicle with distinctive styling, a luxury interior, unbeatable electronics, unbeatable acceleration (0–60 in 2.7–4.6 sec), unbeatable interior room for its size, unbeatable range (250 or 325 miles) for an electric SUV, and the coup de grâce - an extensive and excellent charging network. For where we are right now in the world, this vehicle is worth the money you spend, if what it offers is your priority. The E-Tron is a 5-seat SUV with a paltry 256 hp combined, can do a claimed 5.5 sec 0–60 with “boost” (whatever the hell that is) has a top speed of 124 mph, and has Audi’s “touchscreen system” that appears to be a far cry from the integrated, updateable design that Tesla pioneered. There is no charging infrastructure, and its range is a claimed 205 miles. Oh, and it costs ~$80,000 The i-Pace exists (yay Jaguar!), has a range up to 234 miles, is a 5-seater, very small in the interior, 0–60 in 4.5 seconds, average electronics compared to the Tesla, but nice styling. All in all, a great effort by Jaguar, one of the few car companies that gets it. Price ~$85,000. So you see, the Tesla, when compared to its actual competition, is very competitive. However, it’s thrilling to see some actual contenders in the market. What about the gasoline powered 7-seat luxury market? All models comparably equipped to Tesla. And they all have 0–60 times in the 6–8 second range. In other words, they are pigs to drive. Audi Q7 - ~$77,000 MB 450 GLS - $93,000 Escalade - $88,000 (!) Or maybe you were thinking that all of these prices are RIDICULOUS to spend for a car/SUV. I understand that. In that case, for the regular 7 seat SUV market (new) we have: 2019 Honda Pilot - $51,000 VW Atlas - $40,000 These cars are in a completely different category. They offer nowhere near the luxury and features of the vehicles above, but they are much more affordable. Finally, there is this: Chrysler Pacifica Elite - $45,000 I hope this helped! Good luck finding a used 2018 Model X. 2016s are going for &70,000-$80,000.

Which are the top 10 fastest accelerating seven seater SUVs in the world?

The top fastest accelerating SUVs in the world are 1.Porsche 918 Spyder (2.2 seconds) 2. Dodge Challenger SRT Demon (2.3 seconds) 3. Lamborghini Huracan Performante (2.3 seconds) 4. Buggati Chiron (2.5seconds) 5. McLaren P1 (2.6 seconds) 6. BMW M5 Competition (2.6 seconds) 7. Porsche 911 GT2 RS (2.7 seconds) 8. Chevrolet Corvette (2.8 seconds) 9. Tesla Model X P90D (3.2 seconds) 10. Lamborghini Urus (3.2 seconds) 11. Jaguar I-Pace (4.0 seconds) 12. Audi E-Tron (5.1 seconds)

FAQs ที่เกี่ยวข้อง audi e tron 5 seater

  • Q

    ระบบเบรกมือไฟฟ้าของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    คน เคียงข้าง

    มีระบบเบรกมือไฟฟ้าและรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม
  • Q

    ระบบความปลอดภัยอัจฉริยะของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    กินเที่ยวทะลุโลก

    มีระบบความปลอดภัยอัจฉริยะและรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม
  • Q

    ระยะห่างระหว่างล้อคู่หลังของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    ตี้ดี๊ด๊าปาทังกี้ปาทังก้า

    มีระยะห่างระหว่างล้อคู่หลังและรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม

Tags

หน้าหลัก