แท็ก

where is the audi e tron build

บทความที่เกี่ยวข้อง where is the audi e tron build

Review 2020 Audi e-tron Sportback รถไฟฟ้าเสียบปลั๊ก 5.299 ล้านบาท ครบทั้งแรงทั้งหรูแบบไร้คู่แข่ง

2020 Audi e-tron Sportback 55 quattro S line (อาวดี้ อี-ตรอน สปอร์ตแบ็ค) รถยนต์ไฟฟ้าทรงเอสยูวีคูเป้จากค่ายสี่ห่วง

รู้ข้อดีข้อเสีย Lexus IS ก่อนให้เป็นรถคู่ใจ

ไฟหน้าทำให้รถดูพรีเมียม2.วัสดุภายใน Lexus IS คุณภาพสูงห้องโดยสารของ Lexus IS ใช้วัสดุดี มีพื้นผิวสัมผัสที่นุ่มนวล

อาวดี้เตรียมเปิดตัว 2021 Audi e-tron GT พร้อมสู้ Porsche Taycan ได้หรือไม่?

Audi e-tron GT Concept ในงาน Los Angeles Auto Show หลังจากที่มีการเปิดตัว Audi e-tron Quattro และ รถอเนกประสงค์

ชมคันจริง 2020 Audi e-Tron Sportback ขายไทยในราคา 5.299 ล้านบาท มีดีแค่หลังคาลาดลงรึเปล่า?

2020 Audi e-tron Sportback (อาวดี้ อี-ตรอน สปอร์ตแบ็ค) เปิดตัวขายในไทยแล้วด้วยราคา 5,299,000 บาท เป็นรถเอสยูวีพลังไฟฟ้าล้วน

สำรวจความนิยมแบรนด์รถยนต์ในแต่ละประเทศ ใครยืนหนึ่ง? อันดับสองค่ายใดมาชมกัน

ขณะที่ Chevrolet (เชฟโรเลต) เป็นแบรนด์ยอดนิยมในอียิปต์ ส่วน Toyota ครองส่วนแบ่งตลาดเกือบ 100% ในเยเมนAudi

เปิดตัว 2020 Audi e-tron Sportback ค่าตัว 5.299 ล้านบาท จำกัดโควต้า 15 คันในไทย

2020 Audi e-tron Sportback 55 quattro S line (อาวดี้ อี-ทรอน สปอร์ตแบ็ก) เปิดตัวอย่างเป็นทางการในไทย

สโลแกนยี่ห้อรถดัง ตั้งแต่ยุค 90 ถึงปัจจุบัน พูดแล้วติดหู คนบ้ารถจำได้แน่

2000 และเปลี่ยนเป็น Mobility of Hapiness “ขับเคลื่อนความสุข” ใช้มาจนถึงปัจจุบันHonda : The

2021 Lexus UX300e เปิดตัวใหม่จะได้ส่วนแบ่งตลาดรถไฟฟ้าหรูจาก Audi e-tron ได้หรือไม่

Premiumสำหรับ 2021 Lexus UX300e ที่เพิ่งเปิดตัวนี้จะมีความสามารถเพียงพอที่จะได้ส่วนแบ่งตลาดรถไฟฟ้าสุดหรูจาก Audi

Review: 2020 The All-New BMW X5 ครอสโอเวอร์หรูสปอร์ตเพื่อไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่

BMW (บีเอ็มดับเบิลยู) ค่ายรถยนต์จากยุโรปส่ง 2020 The All-New BMW X5 (บีเอ็มดับเบิลยู เอ็กซ์ 5) รถยนต์อเนกประสงค์

Audi เดินหน้าเข้าสู่ยุครถยนต์ไฟฟ้าเต็มตัวภายใน 2035 หลัง Audi e-tron ขายได้ 9,227 คัน ขึ้นอันดับ 1 ใน Norway

2035ซึ่งจะมีการแจ้งแผนออกมาในอีกไม่กี่เดือน พร้อมสถานะของโรงงานที่จะต้องเปลี่ยนไปผลิตแบบไฟ้าแบบเต็มตัวยอดขาย e-Tron

ดูเพิ่มเติม

เปิดตัว 2021 Lexus UX300e เอสยูวีไฟฟ้ารุ่นแรกเคาะ 3.49 ล้านบาท พร้อม IS และ LS ใหม่

รถครอสโอเวอร์-เอสยูวีรุ่นเล็กขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทย พร้อมด้วย 2021 Lexus LS (เลกซัส แอลเอส) และ 2021 Lexus IS

ชมคุณสมบัติเด่น 2022 Audi Q4 e-tron รถเอสยูวีไฟฟ้าขนาดเล็กแฝงความดุดัน

2022 Audi Q4 e-tron2022 Audi Q4 e-tron และ Q4 e-tron Sportback (2022 อาวดี้ คิว4 อี-ทรอน) เผยโฉมอย่างเป็นทางการ

พาชม 2020 Audi TT RS สีส้ม Pulse Orange 400 แรงม้า เจ้าของค่าตัว 5.299 ล้านบาท

All-New 2020 Audi TT RS (2020 อาวดี้ ทีที อาร์เอส) เปิดตัวในประเทศไทยด้วยฝึมือของอาวดี้ ไทยแลนด์ และทำราคาแบบหยุดโลกที่

แบงค์บอกต่อ CX-5 ลดเหลือ 1,160,000 บาทกับ Audi อัดดอกเบี้ย 0% ก่อนงาน Motor Expo 2020

Mazda และ Audi นำรถมาลดราคา และขนแคมเปญงาน Motor Expo 2020 เพื่อให้ลูกค้าได้ออกมาจับจองกันก่อน พร้อมแล้ววันนี้Mazda

ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในนอร์เวย์ พ่งสูงเกือบ 90% เอาชนะเครื่องยนต์ดีเซลและเบนซินที่แรกในโลก

3จากการรายงานของ Norwegian Road Federation (OFV-กรมการขนส่งนอร์เวย์) ในปี 2020 รถที่ขายดีที่สุดคือ Audi

2021 Audi RS Q3 Sportback ยืนยันมาไทย 19 ก.พ. นี้ คาดราคา 5 ล้านกว่าบาท สู้กับ Mercedes-AMG เต็ม ๆ

2021 Audi RS Q3 Sportback (อาวดี้ อาร์เอส คิว3 สปอร์ตแบค) เอสยูวีท้ายลาดพื้นฐานจาก Audi Q3 จะมาขายไทยวันที่

Audi TT RS 40 years of Quattro ฉลอง 40 ปีระบบขับเคลื่อนสี่ล้อของอาวดี้ จำกัด 40 คันเท่านั้น

Audi (อาวดี้) เฉลิมฉลอง 40 ปีเทคโนโลยี Quattro ขับเคลื่อน 4 ล้อ ด้วยการแต่งโมเดลโรดสเตอร์รุ่นดังอย่าง

เผยโฉม 2022 BMW iX รถเอสยูวีไฟฟ้าที่ดีที่สุดเวลานี้? เบียด Audi e-tron

BMW Operating System เจนเนอเรชั่นใหม่ซึ่งข่าวระบุว่าผลิตด้วยวัสดุคริสตัล BMW iX Audi

2021 Audi e-tron GT เตรียมบุกไทยปีนี้ พร้อมตระกูล RS อีกหลายรุ่น

ซึ่งรวมไปถึงรถยนต์สปอร์ตไฟฟ้า Audi e-tron GT (อาวดี้ อี-ตรอน จีที) ที่จะเปิดตัวในตลาดโลกในสัปดาห์หน้า

เปิดตัว 2021 Audi RS e-tron GT ราคา 6.39 ล้านบาท สเปคนำเข้าฝาแฝด Taycan

2021 Audi e-tron GT (อาวดี้ อี-ตรอน จีที) รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นล่าสุดจากเยอรมนี ที่เปิดตัวในเยอรมนีเมื่อเดือนก่อน

Audi e-Tron รุ่นย่อย Premium ใหม่ ราคาถูกลง 10% ตัดออพชั่นอะไรบ้าง?

Audi e-Tron รถครอสโอเวอร์พลังไฟฟ้าล้วน ซึ่งทำยอดขายไม่ดีนักในสหรัฐอเมริกา จึงได้ออกกลยุทธ์ใหม่ เปิดตัวรุ่นล่างสุดที่มีราคาเอื้อมถึงง่ายขึ้น

Audi Thailand ปรับกลยุทธ์ฝ่า COVID-19 เน้นเพิ่มสินค้า-ทำราคาสู้-ปรับบริการรับลูกค้า

Audi Thailand (อาวดี้ ประเทศไทย) ปรับแผนงานฝ่าวิกฤต COVID-19 เน้น 3 นโบายหลัก เพิ่มความหลากหลายของสินค้า

นอร์เวย์ผงาดชาติแรกยอดขายรถพลังไฟฟ้าแซงรถเครื่องยนต์สันดาป – แล้วเมืองไทยล่ะ?

จะพบว่ารถพลังไฟฟ้ามีสัดส่วนยอดขายเพียง 1% เท่านั้นสมาคมยานยนต์แห่งนอร์เวย์ (OFV) ระบุว่ารถพลังไฟฟ้าที่มียอดขายสูงที่สุดในปี 2020 คือ Audi

รวมรถ EV เปิดตัวใหม่ในงานมอเตอร์โชว์ 2021 ราคาเริ่มตั้งแต่ 3 แสนกว่าจนถึงหลายล้าน

เพิ่มความเป็นไฟฟ้าที่ดูแลง่าย จึงทำยอดจองเยอะมาก ต้องต่อคิวรอนานเป็นปี ด้วยราคาขายเพียง 2.29 ล้านบาทAudi

เป็นไปได้? ผู้บริหาร Audi ชี้รถพลังไฟฟ้าจะมีแบตเตอรี่เล็กลงในอนาคต

ซีอีโอ Audi (อาวดี้) ออกมาให้ความเห็นว่ารถยนต์ไฟฟ้าจะมีแบตเตอรี่ขนาดเล็กลงในอนาคต เมื่อเทคโนโลยีการชาร์จไฟและจุดชาร์จไฟมีพัฒนาการก้าวหน้ามากขึ้นจากการแข่งขันด้านพละกำลังทั้งแรงม้าและแรงบิดของรถเครื่องยนต์สันดาปในอดีต

ชมงาน BIMS 2021 ดู GWM มาแรง MG Extender หน้าใหม่ หรือ Audi e-tron GT และอื่น ๆ เรารวมไว้ให้คุณแล้วที่นี่

ฮอลล์ 1-3 เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม-4 เมษายน 2564 เป็นครั้งที่ 42 ในธีม “Shaping the

ควักเพิ่ม 2 แสน! ทำไมถึงควรเลือก 2020 Audi e-tron Sportback มากกว่า e-tron สแตนดาร์ด

2020 Audi e-tron Sportback (อาวดี้ อี-ทรอน สปอร์ตแบ็ก) รุ่นใหม่เปิดตัวลุยตลาดบ้านเราแล้วด้วยราคา 5.299

Review: 2019-2020 Audi e-tron เอสยูวีพรีเมียมพลังงานไฟฟ้า

Audi (อาวดี้) ค่ายรถยนต์หรูจากยุโรป ส่งรถเอสยูวีอเนกประสงค์หรูพลังงานไฟฟ้าอย่าง 2019-2020 Audi e-tron

Audi เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าสปอร์ตรุ่นใหม่ 2022 Audi e-tron GT และ Audi RS e-tron GT เริ่ม 3,621,000 บาท

Coupe คือ 2022 Audi e-tron GT (อาวดี้ อีทรอน จีที) เริ่ม 3,621,000 บาท และ Audi RS e-tron GT (อาวดี้

2020 Audi e-tron Sportback จ่อลุยเมืองไทยสัปดาห์หน้า คาดราคาทะลุ 5.3 ล้านบาท

บริษัท ไมซ์สเตอร์ เทคนิค จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์ Audi ในประเทศไทยเตรียมเปิดตัว 2020 Audi e-tron Sportback

รีวิว Q&A where is the audi e tron build

How strong is China’s copying ability?

China economy find it’s niche in mass manufacturing and when you have most of the parts available, How hard will be to finish an already successful product in market This lead to huge market of copying in Chinese economy Coming from automotive background, I would bring point where Chinese not only copy already available cars from market but Chinese court of law dismiss the case when automotive giants register the concern Chinese Knockoff: BYD S8 Original Design: Mercedes-Benz CLK The BYD S8 looks a lot like the Mercedes CLK.Handout The 2006 Mercedes-Benz CLKHandout, Mercedes-Benz Chinese brands. But there’s nothing original about the S8, first seen in 2007. It’s a blatant knockoff of a 2000 to 2009 Mercedes-Benz CLK convertible. Chinese Knockoff: Landwind X7 Original Design: Land Rover Range Rover Evoque The LandWind7 looks suspiciously like the Land Rover 2014 Range Rover Evoque DynamicDavid Booth, Driving Imported luxury SUVs are a hot commodity in China. But with import duties and whatnot, they tend to be a bit expensive for the average Chinese new car buyer. So SUV design rip-offs are plentiful. Witness the Landwind X7, a near-Xerox copy of the current Land Rover Range Rover Evoque luxury compact SUV. Ironically, Landwind became the first Chinese automaker to sell its cars in Europe, starting with the X6 SUV in 2005. But the company hasn’t had the chutzpah to sell its X7/Evoque knockoff on the Continent — yet. Chinese Knockoff: Brilliance V5 Original Design: BMW X1 The Brilliance V5 is a bad imitation BMW X1.Handout, Brilliance 2013 BMW X1 xDrive35i.Derek McNaughton, Postmedia News The Brilliance V5 is a great example of the convoluted business relationships that make up the Chinese auto industry. It’s obvious to anyone with eyeballs that the V5 is a design rip-off of BMW’s X1 compact SUV. But Germany’s BMW seems OK with that. Primarily because Brilliance China Automotive Holdings holds a 50% stake in BMW Brilliance , a joint venture that produces, distributes and sells BMWs (including the original X1) in China. Chinese Knockoff: Dong Feng Motors EQ2050 HMV Original Design: AM General Humvee Dong Feng Motors EQ2050 HMV or Hummer?Supplied, Wikimedia Commons Hummers were the first to see the effects of a tough market.File photo, CNS Although there may be more, there are at least three Chinese automakers making civilian knockoffs of the original AM General Humvee (High Mobility Multipurpose Wheeled Vehicle). Many of these Chinese rip-offs are crudely built from copied Humvee parts, from the chassis to the transmission to the diesel engine. The Dong Feng EQ2050 HMV (High Mobility Vehicle), based on an imported AM General Hummer H1 chassis, is just such a copycat. Chinese Knockoff: Lifan 330 Original Design: Mini Cooper The Lifan 330 looks very "inspired" by the Mini Cooper.Handout, Lifan The Mini 5 Door.Graeme Fletcher, Driving BMW’s Mini Cooper is already a pricey proposition here in North America, so a cheap, Chinese rip-off makes a lot of sense. That’s where China’s Lifan Motors steps in with its 330. First seen in 2008 as the 320, the Mini Cooper knockoff has been so popular it was facelifted in 2013 to keep up with the original Mini Cooper’s design evolution, and is now called the 330. Amazingly, Lifan sells its Cooper copycat in other countries outside of China with lax copyright infringement laws, such as Peru and Russia. Chinese Knockoff: Rayttle E28 Original Design: Renault Twizy Rattle E28 or a Renault Twizy?Handout, Rattle Formula One German triple world champion Sebastian Vettel poses with Renault ZE's director Benoit Treilhou and drives a Renault Twizy electric car at French carmaker Renault 'ZE' test center in Boulogne-Billancourt, near Paris.Patrick Kovarik, AFP / Getty The Renault Twizy is a truly revolutionary mode of transport. On sale in Europe since 2012, it’s an all-electric 1+1 urban vehicle meant to deal with congested city traffic in a practical and inexpensive (prices start at around $12,000) way. Unfortunately, the Twizy is not available to Chinese customers. But no worries, because China’s Zhejiang Litong New Energy Automobile Corporation has stepped in with its Rayttle E28, a near clone of the original French car. Chinese Knockoff: BYD S7 Original Design: Lexus RX BYD S7Handout, BYD 2006 Lexus RX 350Handout, Lexus Perhaps China’s BYD should change its name to BYDR, as in Build Your Dream Rip-offs. Like its BYD S8/Mercedes-Benz CLK design rip-off, BYD’s S7 is a full-on copycat of the Lexus RX crossover. At least BYD isn’t cloning a recent RX. The S7 is a near copy of the second-generation 2003 to 2008 Lexus crossover. Credit to BYD, you can get an S7 with seven seats, unlike the five-seat RX. And while the Lexus only came with a V6, the BYD rip-off is powered by a turbocharged four-cylinder. Chinese Knockoff: Hawtai B35 Original Design: Porsche Cayenne The Hawtai B35 was designed in the likeness of a Porsche Cayenne.Handout, Hawtai Porsche Cayenne V6 6MPHOTO: Derek McNaughton, Driving For Chinese buyers who can’t afford a real Porsche Cayenne, there’s the Hawtai B35. Hawtai is a Beijing-based automaker that partnered with Hyundai between 2002 and 2010 to manufacture the Korean automaker’s cars in China. One residual from that relationship is the Hawtai B35 SUV, a Porsche Cayenne design rip-off built off a first-generation 2000 to 2006 Hyundai Santa Fe platform. Chinese Knockoff: CH Auto Lithia Original Design: Audi R8 e-tron The Lithia is a blatant Audi R8 rip-off.Archive, SondAuto 2010 Audi R8 V10Handout, Audi Apparently, China’s CH Auto is sort of like a Bertone or Pininfarina, an independent company that designs, engineers and builds prototypes before they go into production. However, unlike those Italian design houses, CH Auto doesn’t bother with anything like, say, an original idea. Take for instance the Lithia, a direct rip-off of Audi’s R8 e-tron electric supercar. Seen at last year’s Beijing show, the Lithia allegedly can be driven up to 150 kilometres on lithium-battery power alone — “allegedly.” Chinese Knockoff: Shuanghuan Auto Noble Original Design: Smart ForTwo The Shuanghuan Auto Noble takes comes "inspiration" from the Smart fortwo.Handout, Shuanghuan Auto Smart fortwoHandout, Smart Source: AutomotiveGuide

How do the Tesla Y and the Audi E-Tron compare on all fronts?

All fronts are kind of tough, but the basics: Tesla’s has a much longer range and lower price. About 100 mile more range (low 200’s to low 300’s for the Y), and about $15-20k lower in base price. Audi doesn’t have a competitor for the performance trim of the Y. Tesla gets better reviews on sport handling and acceleration. It has about 20% more storage space in the back, and is a bit roomier in the back seats (1.5 more inches of legroom, 1 inch more headroom). Audi gets… well Audi luxury, quiet, build quality, and comfort. The E-tron is called Audi’s best overall vehicle by a few different reviewers that I’ve seen. That’s no small statement. Audi makes magnificent cars, especially in ride quality. The Audi is the smoother quieter ride, in part because it’s a heavier car (5700lbs vs. 4400 for the Y). Thus the bigger battery for the slower vehicle with less range. Both have different strengths for options, be it lift-gate access, parking assist, seating for 7 option (coming for the Y). The Audi has a lot of options that are standard on the Tesla (adaptive cruise, heated rear seats), but also has options that go above where the Y does (massaging seats, air fragrance system, ventilated seats, more color options). Tesla has their rapid charging infrastructure, Audi uses the existing ones, which tends to be more about urban areas rather than set up for road trips (looking at US/Canada here, unsure in Europe) which Tesla is ahead of the game on as well as consistent high speed chargers. Both have home charging options. The Y does have the quickest possible charging speed though (both charge 80% in about 30 minutes, but that’s 80 more miles of range on the Tesla. Tesla has the better warranty as well. If cost is no concern, and neither is long trip driving the Audi is the better luxury vehicle. But the Tesla wins out in range, performance, price, charging infrastructure and speed, storage space, efficiency, warranty coverage, and tech (by far in the basic trim vs. basic).

Are the big car makers not responding to Tesla in a big way because they don't regard it as a threat?

They are responding to Tesla in a big way and they do regard Tesla Motors as a threat. By 2021, in Europe there will be 218 EV models for sale on new car lots. VW — 48 PSA — 23 Daimler — 21 Fiat Chrysler — 18 BMW — 17 Renault/Nissan — 17 Hyundai — 16 Toyota — 15 Volvo/Geely — 15 Jaguar/Land Rover — 13 Others — 8 Tesla — 5 Ford — 4 GM’s CEO was on the tube yesterday. “GM will not build hybrids, they are just a stop gap measure and a waste of development money. We will build EV’s only.” Just how the hell is that not “in a big way?” There are, planned or under construction, 81 battery plants to be operating by 2028. Audi e tron outsold Tesla Model 3 in Norway last month. Horrors! In the EU for the last quarter of sales, IC vehicle sales are negative and EV sales are up. Lets’ step back from “Tesla this and automaker’s that” for the simple reason that….nobody cares. The human race is subject to behavioral concepts. I don’t know why, I’ve just observed them since the 60’s. Electric vehicles are no different from color TV’s, wifi, smart phones, refrigerators. Humans have black and white TV’s and then…poof! They have color ones. Talk about robots? In 15 years if you aren’t driving an EV you’ll just be regarded as some prehistoric flip phone wielding loser. It’s how it works. We are in the blade of the hockey stick now and when we hit the handle? You’ll be gassing up your Subaru at your favorite gas station and will realize that you’re the only one there. Across the street, at the electric charging place? It’ll be freaking mobbed. All those car companies are going positively full bore at cranking out EV’s because, if they don’t? They will lose market share and get fired. In Europe? They’re going to ban IC vehicles and have already started the process. You’re on you way to work in Belgium somewhere in your VW Golf Diesel and there’s a sign where you pull off the highway to go to work. So you grab your flip phone and call the boss. “Boss? I’m gonna be late for work. I uh…I have to go buy an electric car.”

Can Audi eTron catch Tesla in the market?

Can Audi eTron catch Tesla in the market? In sales numbers get close to sales numbers of the Model S or Model X? In European market which has a fairly good rapid charging network? Even as the eTron has significantly less range, but better build and soundproofing. Maybe. We’ll see by the end of 2020, when the whole market stabilises. In US where people make significantly longer trips and more rarely use planes? No way. But the elephant in the room is the Tesla Model 3, the mid-sized premium sedan. Trying to catch the Model S or Model X is like catching a ghost. At the end - you are empty-handed. The simple answer is of course - no, the eTron cannot compete against the Tesla Model 3. eTron is just trying to catch the wrong target.

Will Tesla eventually overtake traditional auto manufacturers?

Thanks for the A2A. Electric does seem to be the future, and Tesla is leagues ahead of the traditional car makers in this space. Their technology is vastly underrated. When it comes to electric cars, batteries, motors, charging, and technology all play a significant role in EV market success. Batteries Batteries are the core of electric cars, so this is where it can be make or break for prospective electric car companies. When it comes to batteries, no one comes even remotely close to the sheer scale of Tesla’s battery manufacturing. Gigafactory 1 in Nevada, despite being just 30% complete, already produces almost more Lithium-ion battery cells than the rest of the world COMBINED. That’s right, Gigafactory 1 produces almost 50 Gigawatt hours of these batteries per year. Not only do they produce the MOST batteries per year, but they produce the BEST batteries as well! Tesla’s are of the highest technological standards today. While this is astonishing enough, Tesla still plans on building TWO MORE Gigafactories in the near future. There is one in Shanghai being built as we speak, it’s completion date being later this year. Tesla also plans to build another Gigafactory in Europe as well. With these 3 factories up and running, I find it hard to believe traditional car companies like Volkswagen catching up to Tesla. Motors Motors also play a very important role in electric cars, and again Tesla is far ahead. Their motors are the most efficient, powerful, lightest, and cheapest. Yes, all of the above is true, here is just a snippet of what experts have said on the Model 3 motor. “Another innovation that impressed the teardown team was how advanced the inverter/convertor device was that provides power to the motor, particularly in the use of silicon carbide on the devices’ integrated circuits. “It creates a lot less heat and is a lot faster than the Chevy and BMW,” Ellis added to the discussion. “Silicon carbide is the latest and greatest and Tesla so far is the only vehicle out there with it.” Munro and Ellis further noted the high level of tech Tesla’s motor contained, all while being considerably smaller than the competition. The study will be released in a few weeks and also includes detailed information about the motors inside the Chevy Bolt, BMW i3, and Jaguar I-Pace. Munro had very positive things to say about Tesla’s technology, but the electric vehicles produced by industry giants did not receive quite the same accolades. “It looks like the other guys just went around and glued together whatever they could find off the shelf,” Munro jabbed at Tesla’s competition.” These are the words of Sandy Munro, a man with 30 years of experience in designing, building and processing components in automobiles, not mine. Range, Charging, and Infrastructure Next comes charging. Electric cars are limited greatly by their range and charging speeds. Tesla AGAIN comes out on top here. Their cars have more range than basically every other EV on the market. The Long Range Model 3 can go 325 miles on a charge, while the highest capacity Nissan Leaf and Chevy Bolt can only go 226 miles and 238 miles, respectively. This is a 30% lower range than the Model 3, a significant margin indeed. When it comes to the Model S, there is really no level EV competitor to compare it to. The only significant non-SUV EV’s are the 2 aforementioned plus the BMW i3 and Volkswagen e-Golf. The Model X does have 2 competitors, the Jaguar i-Pace and the Audi E-Tron. The Model X outdoes the Jaguar and Audi in range as well, besting it 325 miles versus 234 miles and 204 miles, respectively. This gap is extremely significant, as the Model X is much larger than the 2 other cars. What is also disappointing is the range of the so called “ Model X killer “ E-Tron. How does it only have 204 miles of range? This pales in comparison to the Model X, a significant drawback indeed. It is also important to note the efficiencies of the batteries here. The Jaguar and Audi have capacities of 90kWh and 95kWh, respectively. The Model X has a 100kWh capacity. They are all within 5–10% of each other in terms of battery capacity, why does the Tesla Model X have 30–35% more range WHILE being the larger vehicle? This has to do with the superior battery and powertrain technology that Tesla is known to have. It is clear that the traditional car companies are significantly behind in the technology here, and the numbers show it. Here is a graph that shows battery capacity versus range. The Tesla’s make FAR better use of very similar battery capacity versus its current competitors. Here is a graph of the battery consumption at an average speed of 120 km/h. The Jaguar and Audi are FAR behind the Tesla. Next comes charging infrastructure. The great thing with EV’s is that for the great majority of the time, you never have to charge anywhere other than your home or work. You wake up with a full “ tank “ of juice, which should be more than enough for your daily commute. For longer trips, however, things get tricky. EV’s do not have the battery technology to charge in 5 minutes like you would similarly with an Internal Combustion Engine vehicle at a gas station. For trips like these, you need charging stations that are both FAST and COMMON. As you can probably guess, Tesla again is ahead of the competition. Tesla’s network of superchargers is by far the most intricate and largest in the United States. Here is the closest competitor, Electrify America, with it’s 900 charging stations. As you can see, Tesla is still ahead. There are now over 1,400 Tesla supercharger stations in America. They are all strategically located off of major highways at the optimal distance from each other to allow EV access to where ever you please to visit. It doesn’t end there though. In addition to having the most charging stations, Tesla superchargers, more importantly, are also the FASTEST available EV chargers at the moment. They charge at a max rate of 120kW. To put this into perspective, all a Tesla owner needs, the majority of the time, is a 30 minute charge to continue on their trip with enough range. This is not the case for other EV owners. The Leaf, Bolt, i3, I-Pace, and E-tron cannot charge at the 350kWh speeds that their charging stations offer as their battery technology cannot handle those speeds. Furthermore, Tesla has just announced v3 superchargers that can charge all Model 3’s and new Model S and X’s at 170kWh. This again pulls Tesla ahead of the competition, making it harder for the traditional car companies to catch up as they simply don’t have the battery technology just yet. Here is a graph that better displays the information regarding charging speeds. As you can see, the Teslas have the most range and fastest charging speeds compared to the competition. We aren’t done yet. Tesla just announced that they will be putting the new batteries and motors of the Model 3 into the new Model S’s and X’s. The Model 3 contained Tesla’s most technologically advanced batteries and motors, and they are now present in the newest Model S’ and X’s. These battery packs are capable of charging at 170kWh on the new v3 superchargers. It is true that the EV market at this current moment is underdeveloped and needs time before true competition starts, so let’s talk about technology and safety overall, encompassing ALL current vehicles. Technology It is no secret that Tesla makes technologically driven cars. A simple way to explain a Tesla is to think of it as a smartphone on wheels. It responds to all of your commands, receives software updates regularly, evolves with time and changing needs, and is extremely user intuitive. The center screen controls EVERYTHING in the car. Many people prefer buttons, and that’s perfectly fine, but the software configurability of a central screen like this is something hard to pass on. It’s basically a top of the line iPad slammed onto the dash. Everything is easy to use, exactly where it needs to be, and configurable. The left portion of the screen is an overhead view of the car showing all nearby object, speed, and range information. The right side is all Google Maps, arguably the best navigation system available today. The bottom contains all quick access climate control buttons. The screen is massive, completely lag free, and of the highest resolution of any screen in any car today. No other car company at this moment offers this level of technology. Now to the software, oh boy. Teslas wouldn’t be Teslas if it weren’t for the software configurability. Everything in the car can be readily improved via over the air free software updates. This is very under appreciated by the car industry. Imagine waking up, getting into your car to get to work, and seeing that your car now can automatically change lanes on highways and recognize red lights? What about being able to summon the car to your location in a parking lot? A security system utilizing 4 cameras that records suspicious movement/damage near and to your car? Improved braking distances and a 5% increase to peak power and range? The list goes on and on, showing the capabilities of having a car built around a software centered design. No other car manufacturer today has this level of software configurability in their GAS powered cars, forget trying to make an ELECTRIC VEHICLE from SCRATCH and trying to match this level of technology. It just isn’t possible. By the time some companies DO get to this point, Tesla will be 4 steps ahead of them. I think this analogy works well to describe what Tesla has done to the car industry. This Is to that What This Did to that I personally don’t look at it as Tesla overtaking other companies, but rather other companies trying to catch up and contest Tesla. Electric vehicles are the future, and having this sort of lead is simply HUGE. Tesla will stay at the top of the EV game for a long time until other car companies can produce EV’s that have comparable technology and infrastructure. Thanks, Liam Johnson

FAQs ที่เกี่ยวข้อง where is the audi e tron build

  • Q

    ระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชันของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    มานพ ดอนบุญไทย

    มีระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชันและรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม
  • Q

    ระบบควบคุมประตูแบบอัจฉริยะของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    กินเที่ยวทะลุโลก

    มีระบบควบคุมประตูแบบอัจฉริยะและรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม
  • Q

    ถุงลมฝั่งคนนั่งของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    คิดดีมีสูข

    มีถุงลมฝั่งคนนั่งและรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม

Tags

หน้าหลัก