แท็ก

audi e tron e motor

บทความที่เกี่ยวข้อง audi e tron e motor

ขายดีถล่มทลาย 2021 Nissan Note e-Power ยอดจองเยอะกว่าที่ Nissan คาดการณ์ไว้ 2 เท่า

นอกจากนี้ ตัวรถยังได้รับเครื่องยนต์แบบใหม่ เป็นแบบ e-Power เจเนอเรชั่นที่ 2 และเป็นตัวเลือกเดียวที่มีในขณะนี้

2021 Audi e-tron GT เตรียมบุกไทยปีนี้ พร้อมตระกูล RS อีกหลายรุ่น

ซึ่งรวมไปถึงรถยนต์สปอร์ตไฟฟ้า Audi e-tron GT (อาวดี้ อี-ตรอน จีที) ที่จะเปิดตัวในตลาดโลกในสัปดาห์หน้า

Audi เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าสปอร์ตรุ่นใหม่ 2022 Audi e-tron GT และ Audi RS e-tron GT เริ่ม 3,621,000 บาท

Coupe คือ 2022 Audi e-tron GT (อาวดี้ อีทรอน จีที) เริ่ม 3,621,000 บาท และ Audi RS e-tron GT (อาวดี้

รวม 10 รถใหม่เด่นสุด ในงานมอเตอร์โชว์ 2021 มีสเปคและราคา ยกเว้น Great Wall Motor

สปีด พร้อมขายแล้วด้วยราคา 9,999,000 บาทHaval H62021 Haval H6 (ฮาวาล เอช6) เอสยูวีจากเครือ Great Wall Motor

ขายดีทุกที่เว้นไทย Nissan e-Power ขายเกินครึ่งล้านคันแล้วทั่วโลก

Nissan (นิสสัน) ได้ประกาศยอดขายรวมรถยนต์เทคโนโลยี e-Power ที่คว้ารางวัลเทคโนโลยีแห่งปีมาแล้ว ขายทั่วโลกได้

รวมรถ EV เปิดตัวใหม่ในงานมอเตอร์โชว์ 2021 ราคาเริ่มตั้งแต่ 3 แสนกว่าจนถึงหลายล้าน

โดยเราได้รวบรวมข้อมูลและราคา EV ของใหม่มาอัพเดตกัน พร้อมบอกสเปคและราคา ยกเว้นรถไฟฟ้าในบูธ Great Wall Motor

2019 Subaru BRZ กับ 2020 Mercedes-Benz E 200 Coupe’ AMG Dynamic สองเทคโนโลยีความแรงจากสนามแข่งสู่ท้องถนน

แต่น่าเสียดายที่ในประเทศไทยไม่มีการขายจากตัวแทนจำหน่ายแล้วในขณะที่รถสปอร์ต 2 ประตูรุ่นอื่นอย่าง Toyota Supra และ Audi

เปิดตัว 2021 Audi RS e-tron GT ราคา 6.39 ล้านบาท สเปคนำเข้าฝาแฝด Taycan

2021 Audi e-tron GT (อาวดี้ อี-ตรอน จีที) รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นล่าสุดจากเยอรมนี ที่เปิดตัวในเยอรมนีเมื่อเดือนก่อน

2021 Lexus UX300e เปิดตัวใหม่จะได้ส่วนแบ่งตลาดรถไฟฟ้าหรูจาก Audi e-tron ได้หรือไม่

Premiumสำหรับ 2021 Lexus UX300e ที่เพิ่งเปิดตัวนี้จะมีความสามารถเพียงพอที่จะได้ส่วนแบ่งตลาดรถไฟฟ้าสุดหรูจาก Audi

นอร์เวย์ผงาดชาติแรกยอดขายรถพลังไฟฟ้าแซงรถเครื่องยนต์สันดาป – แล้วเมืองไทยล่ะ?

จะพบว่ารถพลังไฟฟ้ามีสัดส่วนยอดขายเพียง 1% เท่านั้นสมาคมยานยนต์แห่งนอร์เวย์ (OFV) ระบุว่ารถพลังไฟฟ้าที่มียอดขายสูงที่สุดในปี 2020 คือ Audi

ดูเพิ่มเติม

2020 Audi e-tron Sportback จ่อลุยเมืองไทยสัปดาห์หน้า คาดราคาทะลุ 5.3 ล้านบาท

บริษัท ไมซ์สเตอร์ เทคนิค จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์ Audi ในประเทศไทยเตรียมเปิดตัว 2020 Audi e-tron Sportback

เปิดตัว 2020 Audi e-tron Sportback ค่าตัว 5.299 ล้านบาท จำกัดโควต้า 15 คันในไทย

2020 Audi e-tron Sportback 55 quattro S line (อาวดี้ อี-ทรอน สปอร์ตแบ็ก) เปิดตัวอย่างเป็นทางการในไทย

Review 2020 Audi e-tron Sportback รถไฟฟ้าเสียบปลั๊ก 5.299 ล้านบาท ครบทั้งแรงทั้งหรูแบบไร้คู่แข่ง

2020 Audi e-tron Sportback 55 quattro S line (อาวดี้ อี-ตรอน สปอร์ตแบ็ค) รถยนต์ไฟฟ้าทรงเอสยูวีคูเป้จากค่ายสี่ห่วง

อาวดี้เตรียมเปิดตัว 2021 Audi e-tron GT พร้อมสู้ Porsche Taycan ได้หรือไม่?

Audi e-tron GT Concept ในงาน Los Angeles Auto Show หลังจากที่มีการเปิดตัว Audi e-tron Quattro และ รถอเนกประสงค์

Audi e-Tron รุ่นย่อย Premium ใหม่ ราคาถูกลง 10% ตัดออพชั่นอะไรบ้าง?

Audi e-Tron รถครอสโอเวอร์พลังไฟฟ้าล้วน ซึ่งทำยอดขายไม่ดีนักในสหรัฐอเมริกา จึงได้ออกกลยุทธ์ใหม่ เปิดตัวรุ่นล่างสุดที่มีราคาเอื้อมถึงง่ายขึ้น

ชมคันจริง 2020 Audi e-Tron Sportback ขายไทยในราคา 5.299 ล้านบาท มีดีแค่หลังคาลาดลงรึเปล่า?

2020 Audi e-tron Sportback (อาวดี้ อี-ตรอน สปอร์ตแบ็ค) เปิดตัวขายในไทยแล้วด้วยราคา 5,299,000 บาท เป็นรถเอสยูวีพลังไฟฟ้าล้วน

Audi Thailand ปรับกลยุทธ์ฝ่า COVID-19 เน้นเพิ่มสินค้า-ทำราคาสู้-ปรับบริการรับลูกค้า

Audi Thailand (อาวดี้ ประเทศไทย) ปรับแผนงานฝ่าวิกฤต COVID-19 เน้น 3 นโบายหลัก เพิ่มความหลากหลายของสินค้า

2021 Audi RS Q3 Sportback ยืนยันมาไทย 19 ก.พ. นี้ คาดราคา 5 ล้านกว่าบาท สู้กับ Mercedes-AMG เต็ม ๆ

2021 Audi RS Q3 Sportback (อาวดี้ อาร์เอส คิว3 สปอร์ตแบค) เอสยูวีท้ายลาดพื้นฐานจาก Audi Q3 จะมาขายไทยวันที่

แบงค์บอกต่อ CX-5 ลดเหลือ 1,160,000 บาทกับ Audi อัดดอกเบี้ย 0% ก่อนงาน Motor Expo 2020

Mazda และ Audi นำรถมาลดราคา และขนแคมเปญงาน Motor Expo 2020 เพื่อให้ลูกค้าได้ออกมาจับจองกันก่อน พร้อมแล้ววันนี้Mazda

เป็นไปได้? ผู้บริหาร Audi ชี้รถพลังไฟฟ้าจะมีแบตเตอรี่เล็กลงในอนาคต

ซีอีโอ Audi (อาวดี้) ออกมาให้ความเห็นว่ารถยนต์ไฟฟ้าจะมีแบตเตอรี่ขนาดเล็กลงในอนาคต เมื่อเทคโนโลยีการชาร์จไฟและจุดชาร์จไฟมีพัฒนาการก้าวหน้ามากขึ้นจากการแข่งขันด้านพละกำลังทั้งแรงม้าและแรงบิดของรถเครื่องยนต์สันดาปในอดีต

สปายช็อต Honda e ในประเทศไทย มีโอกาสแค่ไหนที่เราจะได้ใช้รถพลังไฟฟ้ารุ่นนี้?

Honda e (ฮอนด้า อี) รถพลังงานไฟฟ้ารูปร่างหน้าตาน่ารักน่าหยิกถูกจับภาพสปายช็อตไว้ได้ระหว่างการขนส่งในประเทศไทย

Review: 2019-2020 Audi e-tron เอสยูวีพรีเมียมพลังงานไฟฟ้า

Audi (อาวดี้) ค่ายรถยนต์หรูจากยุโรป ส่งรถเอสยูวีอเนกประสงค์หรูพลังงานไฟฟ้าอย่าง 2019-2020 Audi e-tron

ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในนอร์เวย์ พ่งสูงเกือบ 90% เอาชนะเครื่องยนต์ดีเซลและเบนซินที่แรกในโลก

3จากการรายงานของ Norwegian Road Federation (OFV-กรมการขนส่งนอร์เวย์) ในปี 2020 รถที่ขายดีที่สุดคือ Audi

ชมงาน BIMS 2021 ดู GWM มาแรง MG Extender หน้าใหม่ หรือ Audi e-tron GT และอื่น ๆ เรารวมไว้ให้คุณแล้วที่นี่

เพื่อเรียกน้ำย่อยให้กับคุณผู้อ่านทั้งหลายที่อยากจะมาลองเข้าชมงานดูกันครับเอากลับบ้านได้ไหมครับGreat Wall Motorแน่นอนความน่าสนใจในงานนี้คือการเปิดตัว

ชมคุณสมบัติเด่น 2022 Audi Q4 e-tron รถเอสยูวีไฟฟ้าขนาดเล็กแฝงความดุดัน

2022 Audi Q4 e-tron2022 Audi Q4 e-tron และ Q4 e-tron Sportback (2022 อาวดี้ คิว4 อี-ทรอน) เผยโฉมอย่างเป็นทางการ

Hyundai เปิดตัวแพลตฟอร์มไฟฟ้า E-GMP รองรับอัตราเร่ง 0-100 กม.ต่อชม. ใน 3.5 วินาที

Hyundai Motor Group เปิดตัวแพลตฟอร์ม Electric-Global Modular Platform (E-GMP) สำหรับรถพลังงานไฟฟ้า โดดเด่นด้วยดีไซน์แบบโมดูลาร์

Audi เดินหน้าเข้าสู่ยุครถยนต์ไฟฟ้าเต็มตัวภายใน 2035 หลัง Audi e-tron ขายได้ 9,227 คัน ขึ้นอันดับ 1 ใน Norway

2035ซึ่งจะมีการแจ้งแผนออกมาในอีกไม่กี่เดือน พร้อมสถานะของโรงงานที่จะต้องเปลี่ยนไปผลิตแบบไฟ้าแบบเต็มตัวยอดขาย e-Tron

ควักเพิ่ม 2 แสน! ทำไมถึงควรเลือก 2020 Audi e-tron Sportback มากกว่า e-tron สแตนดาร์ด

2020 Audi e-tron Sportback (อาวดี้ อี-ทรอน สปอร์ตแบ็ก) รุ่นใหม่เปิดตัวลุยตลาดบ้านเราแล้วด้วยราคา 5.299

2022 Nissan e-Power ใกล้เปิดตัวจะสู้ Toyota C-HR Hybrid ได้ไหม?

โดยคาดว่า Nissan Note e-Power จะเปิดตัวในญี่ปุ่นปลายเดือนพฤศจิกายนนี้สำหรับ 2022 Nissan Note e-Power

เผยโฉม 2022 BMW iX รถเอสยูวีไฟฟ้าที่ดีที่สุดเวลานี้? เบียด Audi e-tron

BMW Operating System เจนเนอเรชั่นใหม่ซึ่งข่าวระบุว่าผลิตด้วยวัสดุคริสตัล BMW iX Audi

รีวิวโพสต์ audi e tron e motor

@_andyfox_ “Top cars from the 2015 Geneva Motor Show: ” check out the Audi R8 E Tron! Very cool

Audi Shines With Five Premieres At Qatar Motor Show: Surprise premieres of the new Audi A6 & e- tron Spyde... http://tinyurl.com/4jkgk7q

#Paris Motor Show will undoubtedly see the #Audi #e-tron Spyder, two-seat open sports car with plug-in hybrid drive http://bit.ly/aiwhZ4

A friend of mine spent £110k on a Tesla. The motor is great and it’s quick but he always comments on the lack of quality in the interior. I’d choose the Mach E or if the budget allowed it, the new Audi E Tron GT.

I uploaded a YouTube video -- New York Motor Expo, VW Golf R, Audi e Tron Concept Details, Porsche 911... http://bit.ly/19Zyzr

Last September at the Frankfurt Motor Show, Audi showed off its e tron . I never get so match money to buy... http://tmblr.co/ZDOiHvM8MNYW

@Audi Had the pleasure if the e tron at the Paris motor show this year

#Auto Audi unveils new products: Also to be seen at the motor show are the Audi Q7 e tron 3.0 TDI qu... #Audi #Q7

The #Audi #A3 #E-tron only has a little 1.4 L four cylinder and an electric motor to power itself.... http://fb.me/68ENFdHpB

New Audi R8 e-Tron - audi-e-tron The new Audi R8 e-Tron Concept officially revealed the Frankfurt Motor Show 2009. Super http://su.pr/1WkxBS

รีวิว Q&A audi e tron e motor

Is the reason the Tesla can go so much more than the other EVs, because of the size of the battery pack?

The size of the battery is important, but there’s more to it than that. The Tesla Model 3 Long Range has a 75 kWh battery and a range of 310 miles. The Audi e-tron has a 95 kWh battery and a range of 204 miles. The e-tron is a bigger and heavier car, but the larger and heavier Tesla Model S has a slightly larger 100 kWh battery pack but with a range of 370 miles! A 5% bigger battery gives 80% more range. The smaller and lighter the car, the less energy it takes to propel it, but other factors such as drag, electronics, charging efficiency, strength of regenerative braking and motor efficiency also make a difference. People ask what the “secret sauce” is that makes Teslas so efficient, and the Tesla Model 3 in particular more efficient. Some point to the Halbach Array magnets in the Model 3 motors, but Model S was superior even before it gained a Model 3 motor as one of its two. I think it’s the whole package. But battery size matters too. Update: And now the 370-mile Model S is rated at 390, and the 310 mile Model 3 is up to 326.

Why are Tesla cars not imported in India?

Tesla is one of the best and leading manufacturer of EVs all over the globe. The riding comfort, class, design, affordability…. Nearly everything of in cars is of top standard. Unfortunately, even after much efforts, Tesla motors is finding it difficult to enter India because Tesla EVs will be imported as a CBU(completely built unit), so it will invite huge import duties on its cars. For example: Tesla model 3, the most affordable Tesla ever made costs ₹25 lakhs(approx.) in USA. But after import, it would cost a whopping ₹75 lakhs in India which is totally illogical. But still, Tesla would launch its EVs by end of 2020. So, even being known for its affordability, Tesla would enter as a premium brand and compete with EVs of Audi(e-tron), Lexus, Jaguar, Land Rover and BMW.

Why is the Jaguar Ipace so inefficient in comparison to Tesla’s cars?

I think the question is backwards, and should be “Why is Tesla so efficient compared to the Jaguar I-Pace and the Audi e-tron. Model 3 is the most efficient Tesla and it gets that from a number of things: Smaller battery Lighter weight More aerodynamic (including Aero wheel covers) Secret Sauce Now there is some debate about the secret sauce. Sandy Munro of Munro and Associates, a company that tore down a Model 3 to see how it ticks, says much of it is due to a highly efficient motor. I also suspect that Tesla cars, which are computer controlled in almost everything, have better software controlling energy management and driving dynamics, and they have more efficient electronics. While Audi and Jaguar have massive experience building cars, they do not have experience building electric cars. Here are the EPA figures showing the stark contrast in efficiency. The I-Pace and e-tron consume 44 and 46 kWh per 100 miles, while the Model S and Model 3 consume 30 and 25 kWh respectively. Of course the I-Pace and e-tron are SUVs, but even the Tesla SUV, Model X, consumes 35 kWh / 100 miles, and it’s a bigger car than the other 2.

How can the Tesla Model S get 370 miles of range out of a battery pack the same size as other EVs with less range?

Primarily from superior aerodynamics, but also from superior EV technology and engineering. The EVs with similar battery packs are the Jaguar I-Pace (90kWh) and Audi e-tron (95kWh). They’re both smaller than the 100kWh pack in the long range Model S, but not by a lot - basically within 10%. Still, the EPA range of the I-Pace is a mere 234 miles, and the e-tron gets a relatively pitiful 204 miles. Relatively speaking, both the I-Pace and the e-tron are bricks compared to the Model S, which is the most aerodynamically efficient car in its class. This is evident when you look at their consumption numbers at various speeds. At low speed, where aerodynamics are not a big factor, the I-Pace is actually quite efficient, but at highway speed an I-Pace has higher consumption than the much larger Model X. The e-tron is in a whole other league of awfulness in the aero department, and that’s why it gets such a low EPA range out of its big battery. Then there’s the EV technology and engineering. Like the old Model S, the Audi uses AC induction motors, which are less efficient than the permanent magnet motors used in the Jaguar. However induction motors have the advantage that they can be idled without creating much drag. Back when Tesla introduced the dual motor version of the Model S, they also introduced something they call “torque sleep”, which essentially means that they disconnect the rear motor of the car in normal driving, not by using a clutch or anything mechanical, but electrically. The front motor drives the car, and is geared at lower ratio than the rear motor which allows it to consume less energy. This is why the dual motor Model S actually has better range than the single motor versions. The Jaguar uses permanent magnet motors, which cannot be torque slept. Both motors must be powered at all times, or they will create drag. The Audi uses an induction motor, but it’s just too heavy and aerodynamically inefficient to be saved by torque sleep (though I believe they do the same). Tesla’s stroke of brilliance in the updated Model S is that they’ve replaced the front induction motor, which is always running anyway, with a more efficient permanent magnet motor, while retaining the induction motor in the rear for the crazy performance and ability to torque sleep. It’s the best of both worlds. Furthermore, they’ve used their superior knowledge and experience in EV engineering to create a new inverter for the motors which is more efficient than the old one. All in all they’ve been able to squeeze out a fairly significant range increase by working smarter instead of harder. It’s very, very impressive.

If you believe that Tesla is five years ahead of the competition, does that mean that their products and prices from five years ago would be market competitive today, and is that true?

If you believe that Tesla is five years ahead of the competition, does that mean that their products and prices from five years ago would be market competitive today, and is that true? OK, let’s look at the 2015 Tesla range and see how it stacks up against the current offerings. The Tesla 2015 Model S came in three basic variants, the 70D, 85D and 90D. All were dual motor (although I believe that there was a single rwd version of the “85”), all wheel drive vehicles and were mostly differentiated by the different battery capacities and trim levels. The model range covered a price from $75,000 to $105,000, with engine power starting at 329 hp all the way to 691 hp for the P85D, and had a range that varied from 240 miles to 270 miles, depending on battery pack and model specification. Reviews of the day were rather effusive, with The Car Connection saying, “The 2015 Tesla Model S has no direct competition; the electric luxury hatchback is the benchmark among its kind in a market with more than 20 plug-in models. It's likely the most advanced car on the planet.” The Model X came in 75D, P90D or P100D variants, once again all were dual motor driven and mostly differentiated by the different battery pack capacities. At the time of its launch, it was the quickest and most aerodynamic SUV on the market, yet was still a seven seater. Prices ranged from $132,000 for the 90D with 257 miles range, to $142,000 for the P90D with 250 miles range. Performance was otherworldly, with 11.7 second quarter mile times from the P90D possible, putting it well inside the normal super car territory. Now lets look at the current competition, starting with the lovely Jaguar I-Pace. The current offering costs between $71,000 and $82,000 for a vehicle with 394 hp on tap and a claimed range of 253 miles…. Sounds rather familiar to the 5 year old Model S, doesn’t it? (although to be fair the current base model S is actually cheaper by a few hundred dollars than the base I-Pace) Perhaps the Audi E-Tron can fare better. Not bad looking, but a bit fussy and fiddly to my mind, but anyway that’s purely subjective, lets look at the basic specs. The E-Tron costs between $78,395 and $84,295 for this particular variant, and boasts of 355 hp with a range of only 204 miles. This looks to be rather less than what Tesla was offering 5 years ago, which seems strange. Perhaps the all new, all singing Polestar 2 can fare better. This is the new automotive line established by Volvo, who wish to make significant inroads into the EV market with fresh designs. The Polestar 2 is aimed at a lower market and as such starts at $61,200 for the base model, which is the only available model at the moment. It has a 201 hp motor mounted front and rear which gives a lively performance similar to the 2015 Model S. The 78 kWh battery gives the car a 233 mile range, which once again is right back at 2015 Tesla levels. Now it can be said that at $61k it’s substantially cheaper than the 2015 model S was when it was released, but it now has to compete with $39,190 to $56,190 Model 3s that offer ranges from 263 miles to 353 miles. Another point that has not been mentioned until now is the fact that Tesla has been continually expanding its Supercharger network which is something that no other manufacturer has even attempted. The sheer fact of this system of fast charging depots exists means that Tesla could easily operate with reduced range than the competition, yet they consistently offer more. Look, I’m really pleased that cars like the I-Pace, E-Tron and Polstar 2 exist, and I would absolutely love to own any one of them because they are all really great cars that are absolutely superior to their ICE brethren. The fact of the matter is that these manufacturers are aiming at an ever receding target that Tesla represents, and it’s no good if your model in development can only match the competitions current model in production when they are one or two development cycles ahead of you. (Vehicle prices and specs taken from Car and Driver magazine)

FAQs ที่เกี่ยวข้อง audi e tron e motor

  • Q

    ขนาดยางของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    ณัฐกล มุสิกวรรณวัฒน์

    มีขนาดยางและรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม
  • Q

    ระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัยของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    Virat Wongsawai

    มีระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัยและรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม
  • Q

    ความกว้างของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    lina_love_peace

    มีความกว้างและรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม
หน้าหลัก