แท็ก

maintenance on audi e tron

บทความที่เกี่ยวข้อง maintenance on audi e tron

ฟังเหตุผล ทำไมรถล้ำ ๆ อย่าง 2022 Mercedes-Benz EQS ยังใช้กระจกมองข้างแบบดั้งเดิม

ผลการศึกษาพบว่าการดูภาพหน้าจอที่แสดงผลด้านหลังหรือด้านข้างตัวรถจะทำให้ผู้ขับขี่ส่วนใหญ่เวียนศีรษะ”กระจกมองข้างดิจิทัลใน Audi

สำรวจความนิยมแบรนด์รถยนต์ในแต่ละประเทศ ใครยืนหนึ่ง? อันดับสองค่ายใดมาชมกัน

ขณะที่ Chevrolet (เชฟโรเลต) เป็นแบรนด์ยอดนิยมในอียิปต์ ส่วน Toyota ครองส่วนแบ่งตลาดเกือบ 100% ในเยเมนAudi

ชมคุณสมบัติเด่น 2022 Audi Q4 e-tron รถเอสยูวีไฟฟ้าขนาดเล็กแฝงความดุดัน

2022 Audi Q4 e-tron2022 Audi Q4 e-tron และ Q4 e-tron Sportback (2022 อาวดี้ คิว4 อี-ทรอน) เผยโฉมอย่างเป็นทางการ

รวมรถ EV เปิดตัวใหม่ในงานมอเตอร์โชว์ 2021 ราคาเริ่มตั้งแต่ 3 แสนกว่าจนถึงหลายล้าน

เพิ่มความเป็นไฟฟ้าที่ดูแลง่าย จึงทำยอดจองเยอะมาก ต้องต่อคิวรอนานเป็นปี ด้วยราคาขายเพียง 2.29 ล้านบาทAudi

ควักเพิ่ม 2 แสน! ทำไมถึงควรเลือก 2020 Audi e-tron Sportback มากกว่า e-tron สแตนดาร์ด

2020 Audi e-tron Sportback (อาวดี้ อี-ทรอน สปอร์ตแบ็ก) รุ่นใหม่เปิดตัวลุยตลาดบ้านเราแล้วด้วยราคา 5.299

Review 2020 Audi e-tron Sportback รถไฟฟ้าเสียบปลั๊ก 5.299 ล้านบาท ครบทั้งแรงทั้งหรูแบบไร้คู่แข่ง

2020 Audi e-tron Sportback 55 quattro S line (อาวดี้ อี-ตรอน สปอร์ตแบ็ค) รถยนต์ไฟฟ้าทรงเอสยูวีคูเป้จากค่ายสี่ห่วง

Audi เดินหน้าเข้าสู่ยุครถยนต์ไฟฟ้าเต็มตัวภายใน 2035 หลัง Audi e-tron ขายได้ 9,227 คัน ขึ้นอันดับ 1 ใน Norway

2035ซึ่งจะมีการแจ้งแผนออกมาในอีกไม่กี่เดือน พร้อมสถานะของโรงงานที่จะต้องเปลี่ยนไปผลิตแบบไฟ้าแบบเต็มตัวยอดขาย e-Tron

Hyundai x BTS เปิดตัวซิงเกิ้ล IONIQ: I’m on it โปรโมทรถยนต์ไฟฟ้า

Hyundai x BTS เปิดตัวซิงเกิ้ล IONIQ: I’m on it โปรโมทรถยนต์ไฟฟ้ารถยนต์ไฟฟ้านั้น เกิดขึ้นมาได้สักพักแล้ว

2021 Lexus UX300e เปิดตัวใหม่จะได้ส่วนแบ่งตลาดรถไฟฟ้าหรูจาก Audi e-tron ได้หรือไม่

Premiumสำหรับ 2021 Lexus UX300e ที่เพิ่งเปิดตัวนี้จะมีความสามารถเพียงพอที่จะได้ส่วนแบ่งตลาดรถไฟฟ้าสุดหรูจาก Audi

ชมงาน BIMS 2021 ดู GWM มาแรง MG Extender หน้าใหม่ หรือ Audi e-tron GT และอื่น ๆ เรารวมไว้ให้คุณแล้วที่นี่

ๆ ร้อน ๆ ก็คือ Audi Q5 (อาวดี้ คิว5) ที่มาพร้อมชุดแต่งเอสไลน์ ทั้งภายในและภายนอก รวมไปถึงช่วงล่างที่ได้รับการปรับแต่งใหม่

ดูเพิ่มเติม

2020 Audi e-tron Sportback จ่อลุยเมืองไทยสัปดาห์หน้า คาดราคาทะลุ 5.3 ล้านบาท

บริษัท ไมซ์สเตอร์ เทคนิค จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์ Audi ในประเทศไทยเตรียมเปิดตัว 2020 Audi e-tron Sportback

Audi Q2 เอสยูวีไซส์เล็กสุดหรูเพื่อคนรุ่นใหม่ พร้อมราคา 2.249 ล้านบาท

Audi Q2 (อาวดี้ Q2) SUV ขนาดกะทัดรัดจากค่ายหรู ด้วยราคาที่ถูกกว่าค่ายใหญ่อย่าง BMW และ Benz เลยทำให้

เผยโฉม 2022 BMW iX รถเอสยูวีไฟฟ้าที่ดีที่สุดเวลานี้? เบียด Audi e-tron

BMW Operating System เจนเนอเรชั่นใหม่ซึ่งข่าวระบุว่าผลิตด้วยวัสดุคริสตัล BMW iX Audi

ชมคันจริง 2020 Audi e-Tron Sportback ขายไทยในราคา 5.299 ล้านบาท มีดีแค่หลังคาลาดลงรึเปล่า?

2020 Audi e-tron Sportback (อาวดี้ อี-ตรอน สปอร์ตแบ็ค) เปิดตัวขายในไทยแล้วด้วยราคา 5,299,000 บาท เป็นรถเอสยูวีพลังไฟฟ้าล้วน

Audi ยกทัพตระกูลแรง RS บุกไทย 3 รุ่นรวด ทั้ง TT RS, RS Q8 และ RS4 Avant

(RS) พร้อมกันถึง 3 รุ่นในประเทศไทย ประกอบด้วย Audi TT RS (อาวดี้ ทีที อาร์เอส) Audi RS Q8 (อาวดี้ อาร์เอส

เปิดตัว 2020 Audi e-tron Sportback ค่าตัว 5.299 ล้านบาท จำกัดโควต้า 15 คันในไทย

2020 Audi e-tron Sportback 55 quattro S line (อาวดี้ อี-ทรอน สปอร์ตแบ็ก) เปิดตัวอย่างเป็นทางการในไทย

เป็นไปได้? ผู้บริหาร Audi ชี้รถพลังไฟฟ้าจะมีแบตเตอรี่เล็กลงในอนาคต

ซีอีโอ Audi (อาวดี้) ออกมาให้ความเห็นว่ารถยนต์ไฟฟ้าจะมีแบตเตอรี่ขนาดเล็กลงในอนาคต เมื่อเทคโนโลยีการชาร์จไฟและจุดชาร์จไฟมีพัฒนาการก้าวหน้ามากขึ้นจากการแข่งขันด้านพละกำลังทั้งแรงม้าและแรงบิดของรถเครื่องยนต์สันดาปในอดีต

อาวดี้เตรียมเปิดตัว 2021 Audi e-tron GT พร้อมสู้ Porsche Taycan ได้หรือไม่?

Audi e-tron GT Concept ในงาน Los Angeles Auto Show หลังจากที่มีการเปิดตัว Audi e-tron Quattro และ รถอเนกประสงค์

2021 Audi e-tron GT เตรียมบุกไทยปีนี้ พร้อมตระกูล RS อีกหลายรุ่น

ซึ่งรวมไปถึงรถยนต์สปอร์ตไฟฟ้า Audi e-tron GT (อาวดี้ อี-ตรอน จีที) ที่จะเปิดตัวในตลาดโลกในสัปดาห์หน้า

"ซิลิโคน" จะเป็นทางเลือกใหม่ในการผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าให้ อึด ทน นาน กว่าเดิม

ไม่มีส่วนประกอบที่เป็นอันตรายต่อธรรมชาติ เช่น ของเหลว กรด หรือตะกั่ว จึงปลอดภัยต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อมAudi

Audi Thailand ปรับกลยุทธ์ฝ่า COVID-19 เน้นเพิ่มสินค้า-ทำราคาสู้-ปรับบริการรับลูกค้า

Audi Thailand (อาวดี้ ประเทศไทย) ปรับแผนงานฝ่าวิกฤต COVID-19 เน้น 3 นโบายหลัก เพิ่มความหลากหลายของสินค้า

นอร์เวย์ผงาดชาติแรกยอดขายรถพลังไฟฟ้าแซงรถเครื่องยนต์สันดาป – แล้วเมืองไทยล่ะ?

จะพบว่ารถพลังไฟฟ้ามีสัดส่วนยอดขายเพียง 1% เท่านั้นสมาคมยานยนต์แห่งนอร์เวย์ (OFV) ระบุว่ารถพลังไฟฟ้าที่มียอดขายสูงที่สุดในปี 2020 คือ Audi

Review: 2019-2020 Audi e-tron เอสยูวีพรีเมียมพลังงานไฟฟ้า

Audi (อาวดี้) ค่ายรถยนต์หรูจากยุโรป ส่งรถเอสยูวีอเนกประสงค์หรูพลังงานไฟฟ้าอย่าง 2019-2020 Audi e-tron

แบงค์บอกต่อ CX-5 ลดเหลือ 1,160,000 บาทกับ Audi อัดดอกเบี้ย 0% ก่อนงาน Motor Expo 2020

Mazda และ Audi นำรถมาลดราคา และขนแคมเปญงาน Motor Expo 2020 เพื่อให้ลูกค้าได้ออกมาจับจองกันก่อน พร้อมแล้ววันนี้Mazda

พาชม 2020 Audi TT RS สีส้ม Pulse Orange 400 แรงม้า เจ้าของค่าตัว 5.299 ล้านบาท

All-New 2020 Audi TT RS (2020 อาวดี้ ทีที อาร์เอส) เปิดตัวในประเทศไทยด้วยฝึมือของอาวดี้ ไทยแลนด์ และทำราคาแบบหยุดโลกที่

Audi e-Tron รุ่นย่อย Premium ใหม่ ราคาถูกลง 10% ตัดออพชั่นอะไรบ้าง?

Audi e-Tron รถครอสโอเวอร์พลังไฟฟ้าล้วน ซึ่งทำยอดขายไม่ดีนักในสหรัฐอเมริกา จึงได้ออกกลยุทธ์ใหม่ เปิดตัวรุ่นล่างสุดที่มีราคาเอื้อมถึงง่ายขึ้น

Audi เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าสปอร์ตรุ่นใหม่ 2022 Audi e-tron GT และ Audi RS e-tron GT เริ่ม 3,621,000 บาท

Coupe คือ 2022 Audi e-tron GT (อาวดี้ อีทรอน จีที) เริ่ม 3,621,000 บาท และ Audi RS e-tron GT (อาวดี้

เปิดตัว 2021 Audi RS e-tron GT ราคา 6.39 ล้านบาท สเปคนำเข้าฝาแฝด Taycan

2021 Audi e-tron GT (อาวดี้ อี-ตรอน จีที) รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นล่าสุดจากเยอรมนี ที่เปิดตัวในเยอรมนีเมื่อเดือนก่อน

ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในนอร์เวย์ พ่งสูงเกือบ 90% เอาชนะเครื่องยนต์ดีเซลและเบนซินที่แรกในโลก

3จากการรายงานของ Norwegian Road Federation (OFV-กรมการขนส่งนอร์เวย์) ในปี 2020 รถที่ขายดีที่สุดคือ Audi

2021 Audi RS Q3 Sportback ยืนยันมาไทย 19 ก.พ. นี้ คาดราคา 5 ล้านกว่าบาท สู้กับ Mercedes-AMG เต็ม ๆ

2021 Audi RS Q3 Sportback (อาวดี้ อาร์เอส คิว3 สปอร์ตแบค) เอสยูวีท้ายลาดพื้นฐานจาก Audi Q3 จะมาขายไทยวันที่

รีวิว Q&A maintenance on audi e tron

What is Charlie Cheever's dream car?

I'm pretty happy with my current car because it's low key and gets good gas mileage and has been reliable for me. But I think the spirit of the question probably means something more exciting. Some possibilities: Porsche 911 Turbo Tesla Roadster Car that drives itself. Others have suggested the Audi e-tron and 2013 Nissan GT-R as cars I should consider, but I haven't evaluated them yet. I am looking forward to cars that can drive themselves, but I've heard it will take about 20 years for this technology to make it into mass production. I also really like energy efficiency, and so a Tesla electric car would probably be near the top of my list, though I haven't really looked into how efficient, reliable, or performant they are, so I don't know if this would stay on my list of dream cars or not. I do think the Tesla roadsters look cool. Growing up, I always really liked the Porsche 911 Turbo, but it doesn't seem very practical, so I'll probably never get one. Some other things that I'd like that the cars I've listed don't have: low maintenance, ability to drive in conditions like snow and mountains.

From the range and performance results of Audi's e-tron and Taycan, can we conclude that any existing car company will never catch up Tesla in the area of BEV? If not, who will be the first that break the current situation?

It isn’t just a question of catching up to Tesla on range and performance. Those are the easy challenges. The really hard ones are being overlooked by legacy car companies, and it means that a second wave of rude awakening awaits them. Tesla is changing the rule book on what it will take to be a successful auto maker in the coming decades. The notion that making an EV is simply a matter of replacing the IC engine and transmission with an electric motor and battery to attract customers away from Tesla is naive. The recent attempts to do so bear me out. Legacy car companies have been asleep at the wheel in so many ways, but particularly on innovation. Not just technological innovation, but production innovation, supply chain innovation, marketing and sales innovation, labor relations, and servicing. Almost every aspect of the automobile industry model is being turned upside down by Tesla to the detriment of the old school ways of traditional auto companies. Competency in software will be critical in the design of future automobiles. Cars of the future will be no less than mobile computer systems containing multiple millions of lines of code all designed to work seamlessly to control nearly every aspect of a car’s function. The current industry model of distributing software over dozens of individual microprocessors independently developed by outside component suppliers will never achieve high performance, reliable, and usable driver interfaces at competitive costs. Future vehicles will drive themselves to any destination without human supervision. They’ll charge themselves, park themselves, and hire themselves out as taxis. Only the most efficient, reliable, and lowest operating cost cars will succeed in eliminating the need to own a car at all. Anyone who thinks that converting 100 years of automotive hardware DNA evolution to software will be easy, has never attempted such a transition. Missteps will be fatal. Even hardware development presents a challenge to traditional car makers. Battery technology is key to achieving favorable price competition. Electric motor and electronics technology can make a huge difference in the efficiency of an EV. And how many auto companies are capable of designing their own special purpose chips for autonomous drive systems? Accelerated, continuous improvement development cycles will make it extremely difficult to keep pace with the leading companies. How cars are sold and serviced will be radically changed. The dealership sales and service model of car ownership will no longer be needed. On-line purchasing at fixed pricing is the wave of the future. Buying a car will be like buying something on Amazon. Don’t like it? Return it, no questions asked. It will no longer be acceptable for legacy auto companies to produce cars that require maintenance, have short life spans, and become obsolete one year after delivery. Over-the-air software updates, self diagnostics, automatic ordering of replacement parts, and come-to-you repair service will eliminate most trips to a service center. Not only do legacy auto makers face the challenge of catching up to Tesla, but they’ll have to keep up with Tesla, as well. I’m not optimistic. If anyone can, it will probably be some company you’ve never heard of. Even Tesla will one day become a little too comfortable and complacent. I think that will be awhile though.

I am trying to buy a German car. What are advantages and disadvantages of BMW, Audi, and Mercedes?

The disadvantages of German cars are that they are over-engineered, and if not maintained properly they will crumble. They are expensive to maintain and if you are on a budget buying a depreciated premium brand like Audi, BMW, or Mercedes is a bad, very bad idea. In detail these German brands do appeal to more or less the same crowd, however, they do have different philosophies. Audi Audi has the far better in-car tech, or at least they push that envelope in the cars they dish out. Many view Audi as upgraded Golf or Passat, but they are more than that. They made significant progress since the 80s with the Quattro (or the Audi 80 with AWD)which drove Audi to prominence. Now Audi has a wide diverse portfolio from mild (A1) to wild (R8). Sedans, hatches, coupes, and SUV along with three-ton SUV and e-Tron GT balance out the offerings. BMW It is sportier than other German brands, except for Porsche, and we see how BMW promotes its performance through its marketing. If you do your work on running a BMW it is not necessarily expensive, or If you have a good local independent BMW specialist it won't be any dearer than a Honda. However, if you go to the dealer it will hurt. Actually, in any top German Brand, this is the reality. Also, BMW is not as reliable as its competition, it has a lot of engine plastic parts that are prone to wear and tear. BMW looks great and drives beautifully. It is a masterpiece in the right owner's hands😏 Mercs Don’t buy an entry-level Mercedes. I would recommend that you aim for an actual proper Benz, go from the E class and up. Lower-end modern-day Mercs have Renault Magane engines. The older Mercedes is an option of purchase and has tank-like reliability, but the newer models are modern “schizophrenic” German engineering, so expect them to have issues. Remember, maintenance on the German cars is going to need a computer, even the simple things. Like any car, if the maintenance is carried out it can have somewhat decent reliability.

Is Tesla about to crash and burn? I keep hearing a lot of doom and gloom about Tesla. Is it as bad as they say, or fake news?

It’s not fake news, but it is a very pessimistic twist on the facts. Tesla’s first quarter for 2019 was below expectations. It probably shouldn’t have been a surprise for several reasons, but it depressed the stock. Some say Tesla has reached a “demand cliff” but they ignore the fact that all car companies slack off in the first quarter, Tesla is in transition shipping Model 3s to Europe and China, and Tesla has still not shipped the car that everyone is waiting for, the $35,000 Model 3 Standard Range. Another bit of negative news was that Tesla’s head of power trains has moved to Apple, boosting speculation of an Apple car. And in general the very long list of upcoming competitors (“Tesla killers” some say) might lead some to think Tesla was in trouble. I’ve been looking at each of these new BEV entries, and there are problems with all of them. In my mind, the best of the lot was the Audi e-tron that we understand will be released in the US around this month, but there is some terrible news about the e-tron—the EPA tested it and it has only 205 miles of range with a 95 kWh battery pack. My old Model S gets 249 EPA miles with a much smaller 75 kWh battery pack and my Model 3 gets 325 miles with a 75. There is a serious efficiency issue there. And the e-tron costs about twice as much as my Model 3. That’s not a recipe for a Tesla killer, even with its optional seat massager. It’s also an open secret that traditional car dealerships do not want to sell electric cars because it cuts into their maintenance revenue stream. There is an anecdote that someone went to one of the Audi e-tron events in the US, checkbook in hand, but stayed for two hours unable to find anyone with an interest in taking his order. He left. Update: April 15, a week after the original answer, I bought Tesla stock. I did that for a few reasons. The stock is down today ($261.27) Tesla has scheduled a major webcast on its full self-driving technology for April 22. The fact that this is happening suggests a major announcement and some breakthrough in this area which I think is important for the success of the company) Tesla announced that going forward it was not going to write leases allowing customers to buy the cars at the end. Tesla will take the cars back and use them for a future autonomous ride-sharing service. This could be disruptive for Uber and Lyft, since Tesla would have a huge cost advantage. Fiat Chrysler is paying Tesla hundreds of millions of dollars for zero emissions credits in the EU Model 3 sales in Europe have been strong It turns out that slow deliveries of Model 3 in the first quarter of 2019 were not due to a demand plateau, but a constraint on batteries. All the other EV offerings announced have one thing or another wrong with them—too expensive, poor range or poor performance. And they will never drive themselves. This video of Musk and a leading MIT autonomous driving researcher:

How efficient is an electric car?

Just look at the market: Tesla Model S Tesla Model 3 Tesla Model X Tesla Model Y Audi e-tron Audi e-tron Sportback Volkswagen eGolf Volkswagen ID.3 Volkswagen ID.4 Volkswagen e-up! DS 3 Crossback Lexus UX 300e Mercedes EQC Mercedes MG ZS EV Mini Cooper SE Opel Corsa e Renault Zoe Seat Mii Skoda Citigo e IV Honda e Hyundai Ioniq Hyundai Kona Kia e-Niro Kia Soul Electric Jaguar I-Pace Porsche Taycan Taycan Grand Turismo Polestar 2 Peugeot e–2008 Peugeot e-208 Peugeot iOn Mitsubishi i-MiEV Nissan Leaf Ford Mach-e BMW i-3 Chevrolet Bolt/Opel Ampera e Smart ForFour Add to that many more coming in 2021. A quiet, efficient, quick, low-maintenance car, that you can just plug in at home has a definite attraction. Electric vehicles aren’t readily available in some specialty categories, but for most purposes the EV makes more sense than a gasoline car. As prices continue to come down due to improved battery technology, the case will be even more compelling.

FAQs ที่เกี่ยวข้อง maintenance on audi e tron

  • Q

    ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    bankyproud

    มีระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสและรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม
  • Q

    ระบบป้องกันการลื่นไถลของรถของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    Ja Kamonchanok

    มีระบบป้องกันการลื่นไถลของรถและรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม
  • Q

    ความสูงของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    ปรัช สุวรรณ

    มีความสูงและรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม
หน้าหลัก