แท็ก

does audi e tron have autopilot

บทความที่เกี่ยวข้อง does audi e tron have autopilot

อาวดี้เตรียมเปิดตัว 2021 Audi e-tron GT พร้อมสู้ Porsche Taycan ได้หรือไม่?

Audi e-tron GT Concept ในงาน Los Angeles Auto Show หลังจากที่มีการเปิดตัว Audi e-tron Quattro และ รถอเนกประสงค์

นอร์เวย์ผงาดชาติแรกยอดขายรถพลังไฟฟ้าแซงรถเครื่องยนต์สันดาป – แล้วเมืองไทยล่ะ?

จะพบว่ารถพลังไฟฟ้ามีสัดส่วนยอดขายเพียง 1% เท่านั้นสมาคมยานยนต์แห่งนอร์เวย์ (OFV) ระบุว่ารถพลังไฟฟ้าที่มียอดขายสูงที่สุดในปี 2020 คือ Audi

รวมราคารถยนต์ไฟฟ้าในไทย ทุกรุ่นในปี 2021 ต้อนรับการมาของ ORA Good Cat

270 นิวตันเมตร ระยะทางการวิ่ง 217 กม. 2021 Lexus UX300eLexus UX 300 e

Review 2020 Audi e-tron Sportback รถไฟฟ้าเสียบปลั๊ก 5.299 ล้านบาท ครบทั้งแรงทั้งหรูแบบไร้คู่แข่ง

2020 Audi e-tron Sportback 55 quattro S line (อาวดี้ อี-ตรอน สปอร์ตแบ็ค) รถยนต์ไฟฟ้าทรงเอสยูวีคูเป้จากค่ายสี่ห่วง

ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในนอร์เวย์ พ่งสูงเกือบ 90% เอาชนะเครื่องยนต์ดีเซลและเบนซินที่แรกในโลก

3จากการรายงานของ Norwegian Road Federation (OFV-กรมการขนส่งนอร์เวย์) ในปี 2020 รถที่ขายดีที่สุดคือ Audi

เปิดตัว 2020 Audi e-tron Sportback ค่าตัว 5.299 ล้านบาท จำกัดโควต้า 15 คันในไทย

2020 Audi e-tron Sportback 55 quattro S line (อาวดี้ อี-ทรอน สปอร์ตแบ็ก) เปิดตัวอย่างเป็นทางการในไทย

'รถไฟฟ้าทุกคันในปัจจุบันดูเหมือนกันไปหมด' นายใหญ่ BMW ย้ำต้องสร้างความแตกต่างเมื่อเวลามาถึง

แม้ว่าคู่แข่งมากหน้าหลายตาจะเดินหน้าเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าบนแพลตฟอร์มของตัวเองกันอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น Audi

แบงค์บอกต่อ CX-5 ลดเหลือ 1,160,000 บาทกับ Audi อัดดอกเบี้ย 0% ก่อนงาน Motor Expo 2020

Mazda และ Audi นำรถมาลดราคา และขนแคมเปญงาน Motor Expo 2020 เพื่อให้ลูกค้าได้ออกมาจับจองกันก่อน พร้อมแล้ววันนี้Mazda

เป็นไปได้? ผู้บริหาร Audi ชี้รถพลังไฟฟ้าจะมีแบตเตอรี่เล็กลงในอนาคต

ซีอีโอ Audi (อาวดี้) ออกมาให้ความเห็นว่ารถยนต์ไฟฟ้าจะมีแบตเตอรี่ขนาดเล็กลงในอนาคต เมื่อเทคโนโลยีการชาร์จไฟและจุดชาร์จไฟมีพัฒนาการก้าวหน้ามากขึ้นจากการแข่งขันด้านพละกำลังทั้งแรงม้าและแรงบิดของรถเครื่องยนต์สันดาปในอดีต

พาชม 2020 Audi TT RS สีส้ม Pulse Orange 400 แรงม้า เจ้าของค่าตัว 5.299 ล้านบาท

All-New 2020 Audi TT RS (2020 อาวดี้ ทีที อาร์เอส) เปิดตัวในประเทศไทยด้วยฝึมือของอาวดี้ ไทยแลนด์ และทำราคาแบบหยุดโลกที่

ดูเพิ่มเติม

2020 Audi e-tron Sportback จ่อลุยเมืองไทยสัปดาห์หน้า คาดราคาทะลุ 5.3 ล้านบาท

บริษัท ไมซ์สเตอร์ เทคนิค จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์ Audi ในประเทศไทยเตรียมเปิดตัว 2020 Audi e-tron Sportback

"ซิลิโคน" จะเป็นทางเลือกใหม่ในการผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าให้ อึด ทน นาน กว่าเดิม

ไม่มีส่วนประกอบที่เป็นอันตรายต่อธรรมชาติ เช่น ของเหลว กรด หรือตะกั่ว จึงปลอดภัยต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อมAudi

ฟังเหตุผล ทำไมรถล้ำ ๆ อย่าง 2022 Mercedes-Benz EQS ยังใช้กระจกมองข้างแบบดั้งเดิม

ผลการศึกษาพบว่าการดูภาพหน้าจอที่แสดงผลด้านหลังหรือด้านข้างตัวรถจะทำให้ผู้ขับขี่ส่วนใหญ่เวียนศีรษะ”กระจกมองข้างดิจิทัลใน Audi

Audi e-Tron รุ่นย่อย Premium ใหม่ ราคาถูกลง 10% ตัดออพชั่นอะไรบ้าง?

Audi e-Tron รถครอสโอเวอร์พลังไฟฟ้าล้วน ซึ่งทำยอดขายไม่ดีนักในสหรัฐอเมริกา จึงได้ออกกลยุทธ์ใหม่ เปิดตัวรุ่นล่างสุดที่มีราคาเอื้อมถึงง่ายขึ้น

ชมคันจริง 2020 Audi e-Tron Sportback ขายไทยในราคา 5.299 ล้านบาท มีดีแค่หลังคาลาดลงรึเปล่า?

2020 Audi e-tron Sportback (อาวดี้ อี-ตรอน สปอร์ตแบ็ค) เปิดตัวขายในไทยแล้วด้วยราคา 5,299,000 บาท เป็นรถเอสยูวีพลังไฟฟ้าล้วน

Review: 2019-2020 Audi e-tron เอสยูวีพรีเมียมพลังงานไฟฟ้า

Audi (อาวดี้) ค่ายรถยนต์หรูจากยุโรป ส่งรถเอสยูวีอเนกประสงค์หรูพลังงานไฟฟ้าอย่าง 2019-2020 Audi e-tron

สำรวจความนิยมแบรนด์รถยนต์ในแต่ละประเทศ ใครยืนหนึ่ง? อันดับสองค่ายใดมาชมกัน

ขณะที่ Chevrolet (เชฟโรเลต) เป็นแบรนด์ยอดนิยมในอียิปต์ ส่วน Toyota ครองส่วนแบ่งตลาดเกือบ 100% ในเยเมนAudi

เผยโฉม 2022 BMW iX รถเอสยูวีไฟฟ้าที่ดีที่สุดเวลานี้? เบียด Audi e-tron

BMW Operating System เจนเนอเรชั่นใหม่ซึ่งข่าวระบุว่าผลิตด้วยวัสดุคริสตัล BMW iX Audi

Audi เดินหน้าเข้าสู่ยุครถยนต์ไฟฟ้าเต็มตัวภายใน 2035 หลัง Audi e-tron ขายได้ 9,227 คัน ขึ้นอันดับ 1 ใน Norway

2035ซึ่งจะมีการแจ้งแผนออกมาในอีกไม่กี่เดือน พร้อมสถานะของโรงงานที่จะต้องเปลี่ยนไปผลิตแบบไฟ้าแบบเต็มตัวยอดขาย e-Tron

Audi เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าสปอร์ตรุ่นใหม่ 2022 Audi e-tron GT และ Audi RS e-tron GT เริ่ม 3,621,000 บาท

Coupe คือ 2022 Audi e-tron GT (อาวดี้ อีทรอน จีที) เริ่ม 3,621,000 บาท และ Audi RS e-tron GT (อาวดี้

ควักเพิ่ม 2 แสน! ทำไมถึงควรเลือก 2020 Audi e-tron Sportback มากกว่า e-tron สแตนดาร์ด

2020 Audi e-tron Sportback (อาวดี้ อี-ทรอน สปอร์ตแบ็ก) รุ่นใหม่เปิดตัวลุยตลาดบ้านเราแล้วด้วยราคา 5.299

รวมรถ EV เปิดตัวใหม่ในงานมอเตอร์โชว์ 2021 ราคาเริ่มตั้งแต่ 3 แสนกว่าจนถึงหลายล้าน

เพิ่มความเป็นไฟฟ้าที่ดูแลง่าย จึงทำยอดจองเยอะมาก ต้องต่อคิวรอนานเป็นปี ด้วยราคาขายเพียง 2.29 ล้านบาทAudi

ชมคุณสมบัติเด่น 2022 Audi Q4 e-tron รถเอสยูวีไฟฟ้าขนาดเล็กแฝงความดุดัน

2022 Audi Q4 e-tron2022 Audi Q4 e-tron และ Q4 e-tron Sportback (2022 อาวดี้ คิว4 อี-ทรอน) เผยโฉมอย่างเป็นทางการ

Audi Thailand ปรับกลยุทธ์ฝ่า COVID-19 เน้นเพิ่มสินค้า-ทำราคาสู้-ปรับบริการรับลูกค้า

Audi Thailand (อาวดี้ ประเทศไทย) ปรับแผนงานฝ่าวิกฤต COVID-19 เน้น 3 นโบายหลัก เพิ่มความหลากหลายของสินค้า

เปิดตัว 2021 Audi RS e-tron GT ราคา 6.39 ล้านบาท สเปคนำเข้าฝาแฝด Taycan

2021 Audi e-tron GT (อาวดี้ อี-ตรอน จีที) รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นล่าสุดจากเยอรมนี ที่เปิดตัวในเยอรมนีเมื่อเดือนก่อน

2021 Audi RS Q3 Sportback ยืนยันมาไทย 19 ก.พ. นี้ คาดราคา 5 ล้านกว่าบาท สู้กับ Mercedes-AMG เต็ม ๆ

2021 Audi RS Q3 Sportback (อาวดี้ อาร์เอส คิว3 สปอร์ตแบค) เอสยูวีท้ายลาดพื้นฐานจาก Audi Q3 จะมาขายไทยวันที่

2021 Lexus UX300e เปิดตัวใหม่จะได้ส่วนแบ่งตลาดรถไฟฟ้าหรูจาก Audi e-tron ได้หรือไม่

Premiumสำหรับ 2021 Lexus UX300e ที่เพิ่งเปิดตัวนี้จะมีความสามารถเพียงพอที่จะได้ส่วนแบ่งตลาดรถไฟฟ้าสุดหรูจาก Audi

ชมงาน BIMS 2021 ดู GWM มาแรง MG Extender หน้าใหม่ หรือ Audi e-tron GT และอื่น ๆ เรารวมไว้ให้คุณแล้วที่นี่

ๆ ร้อน ๆ ก็คือ Audi Q5 (อาวดี้ คิว5) ที่มาพร้อมชุดแต่งเอสไลน์ ทั้งภายในและภายนอก รวมไปถึงช่วงล่างที่ได้รับการปรับแต่งใหม่

จับตา 10 รถใหม่เตรียมเปิดตัวปี 2021 รุกตลาดโลก หลายรุ่นเข้ามาขายเมืองไทยด้วย

โดยเฉพาะสปอยเลอร์หลังในตัวแบบเชิดขึ้นที่บั้นท้าย เครื่องยนต์จะใช้เทคโนโลยีของ Subaru บล็อก 4 สูบนอน ขนาด 2.4 ลิตร ไม่มีระบบอัดอากาศAudi

2021 Audi e-tron GT เตรียมบุกไทยปีนี้ พร้อมตระกูล RS อีกหลายรุ่น

ซึ่งรวมไปถึงรถยนต์สปอร์ตไฟฟ้า Audi e-tron GT (อาวดี้ อี-ตรอน จีที) ที่จะเปิดตัวในตลาดโลกในสัปดาห์หน้า

รีวิวโพสต์ does audi e tron have autopilot

Audi E- Tron Does Audi e tron have autopilot?According to Tesla Driver, Audi's system actually handles certain cases better than any other system he's used, including Autopilot. For instance, it maintains distance exceptionally well and helps with curves and roundabouts.

รีวิว Q&A does audi e tron have autopilot

Aside from being an electric vehicle, which Tesla feature or benefit is the most attractive and interesting to you?

For me, a lot of things pique my interest in Tesla vehicles. However, what makes them stand out the most? For starters, the looks. I mean this car is gorgeous. Tesla has done an amazing job at designing a good looking car. Electric cars are notorious for looking like this… While Tesla has made them into this… That is the Tesla Model S P100D which everyone already knows about. However, that being said, the performance gap between most electric cars, notice I said most, and Tesla cars is astronomical. The Mitsubishi I-Miev is the car pictured above, and was very affordable but get this, only had a 62 mile range. I can’t pick on it too much because of the price of a mere $24,000 but we have come a long way since then. The Model S pictured above with standard range costs $75,000 not accounting for discounts for an electric vehicle. That is most certainly not a good comparison for the price. However, if we compare the upcoming Audi E-Tron Does look pretty good! However, there are still some differences between the Model S and the Audi E-Tron. Range: The E-Tron’s base model does 204 miles on a single charge. The Tesla, 285 miles. Performance: E-Tron: 0–60mph in 5.5 seconds Model S: 0–60mph in 4.0 seconds Looks: For me, I will always appreciate the looks of a sedan over any SUV, even the Model X. I actually really don’t like the Model X. However, the Audi E-Tron does look fantastic, just not my type. Overall the two cars are comparable in price, performance, and to a lesser extent, range. But here comes the kicker… Technology: From what I can tell, the E-Tron comes with mostly standard new car technology. Infotainment system, CarPlay, and one thing interesting is Amazon’s Alexa as they were a partner in designing the E-Tron. Tesla cars all come with an extremely advanced technology package even for the base model. If we ignore the autopilot, as it does add $6,000 to the price, a quote from Tesla’s website explains the technology still available, “All new Tesla cars come standard with driver assistance features such as emergency braking, collision warning and blind-spot monitoring.” They all also come with automatic air suspension that raises and lowers based on your request to clear large bumps. Throw in another six grand and you get the famous Autopilot features such as auto park, summon, auto-lane change, and the famous advanced cruise control navigation. Inside the cockpit, the Tesla is full of weird quirks to play with like a drawing board and the ability to make the sat map turn into Mars with the promise of even more technology coming. Over the air updates are a beautiful thing. The main point is, I would love to own a Tesla not because of solely its performance, but because of the technology they are innovating. The automotive industry is changing during my lifetime and that’s something to be excited about. Tesla leads the innovation right now, but who knows what the future holds. I for one am only 21 years old so a Tesla is still a long way off. That’s not to say it’s impossible to own though. And maybe, just maybe we will start to see more companies throwing their proverbial fishing nets into the electric car market. Thanks for reading! -Stephen

Is it true that Tesla Model 3 has many software issues? If so what are the most annoying issues?

I’ve had a Model 3 since November 2018. I fully expected the car to have bugs. The software is quite ambitious. We are beta testing a car and a car company. There will be issues. I had an issue where the screen occasionally would not come on immediately on entry to the car. It would take maybe 30 seconds and then reboot. The car was functional, but no screen for that initial period. It would happen maybe a couple times a day - most of the time it worked properly. I contacted Tesla. They did remote diagnostics and looked at the logs and their internal knowledge base. They told me it was a problem with a driver for one of the components and they were awaiting an update from the supplier. The issue continued for a couple of months. I would check in, they’d run the remote diagnostics and said again, firmware update needed. I got a little impatient, talked to a tech again (via email) and the tech escalated to Tesla engineering. The next day I got a firmware update and the problem has been fixed ever since. I was impressed. The backup rear camera occasionally is black for a second before showing the rear view. I’ve seen on the Tesla forums that this occurs to others, too. And I fully expect it’ll soon be fixed in a firmware update. I also had the screen go weird while I was driving. It was like the horizontal signal on a TV wasn’t synched. I parked when I got to my destination and rebooted the screen manually (press and hold both steering wheel buttons while pressing the brake). The problem hasn’t happened again. I’ve been pleasantly surprised at how few issues I’ve experienced and that Tesla has done a good job fixing. Over the air updates are fantastic. No trips to the dealer needed to do an update. PS. I’d like to add a few things after I’ve thought about this more. This stuff relates to the software that drives the car, versus managing the driver’s environment via the screen or other driver controls (on the steering wheel). Very impressive. Let’s start with the drivetrain software. The car drives great and a big part of that is the software that controls the motors and brake regeneration. I’ve driven in heavy snow and slush this past winter, on the stock all weather tires, and was very impressed with how the all wheel drive software worked — better than my Audi Q5 especially on icy and slushy roads. With software updates I’ve gotten more range and more power as Tesla gains more knowledge on how to better optimize its drivetrain software. For free. Look at the range Tesla gets from its battery and motors, and compare to the far less range that the Audi e-tron gets from a bigger battery, or what the Jaguar i-Pace gets. Tesla is far ahead in its drivetrain software technology. And I’ve not had any bugs whatsoever with it. Another area of advanced software is the whole range of capabilities relating to autopilot, starting with traffic aware cruise control (TACC) and all the way to navigation on autopilot and beyond with full self driving. I rarely used cruise control in my ICE vehicles. But TACC works extremely well, managing the car’s speed based on traffic. It works extremely well on the freeway, smoothly (for the most part) maintaining speed, speeding up, slowing down, or whatever as necessary. Even in city traffic or stop and go, it will stop if the car ahead stops and go again in a “normal” manner when traffic starts again. It’s much smoother than I would have expected. It doesn’t re-start for red lights or stop signs (yet). Auto steer also works suprisingly well, especially on the highway. I’m using it more and more. I remain with hands on the wheel and vigilant, but trusting it more and impressed. It’s not perfect and will get better. The next step is Navigation on Autopilot, where you enter an address and the car will do most of the driving on the highway from freeway on ramp to exit, including lane changes. Autopark, well, I’m not that impressed with it in its current state. It’s really slow and I don’t think it does a great job. That’s an area for improvement. Full safe driving? Elon talks about it a lot, and I’ll believe it when I see it. They are making progress but we’ll see…

Will the Audi E-Tron eventually outsell the Tesla Model X?

Will the Audi E-Tron eventually outsell the Tesla Model X? Which year are we talking about? Today, near future or 2025? Well, let’s see, the Tesla Model X with the 100 kWh battery (95 kWh available to the user) has an EPA range of 295 miles (Wikipedia) or 325 miles in the recent, newest, upgraded version, according to Tesla. Audi E-Tron with the 95 kWh battery (84 kWh available) has an EPA range of 204 miles. If we account a few percent for degradation of the battery, less-than-ideal road conditions and higher freeway speeds and subtract 25% from the range of each car to get to real-life ranges, we get to 325 (-25%) = 244 miles for Model X and 153 miles for the E-Tron. That’s the range on which customers can actually rely on. If we get to winter conditions, subtract another 10–15%. Not only the E-Tron isn’t in the same league as the Model X, it actually disqualifies itself as a reasonable choice for this class / price segment. It will get only customers who absolutely don’t want a Tesla and absolutely want an Audi. At those differences in performance and range I don’t think that there are many. Yes, Audi does charge faster up to 80% (which is good) and it left a few percent more as safety in the battery to make it last longer, they could have “unlocked” a few percent more at the top, but still - its not even a competitor, yet alone a car that could outsell the Model X. This extra charging speed gets nullified by a much higher consumption, so as a result the Model X actually charges faster, especially if the user mostly charges on Superchargers in the (most common) 10% - 70% state of charge region. Leave aside that Tesla’s Supercharger is already up and running and Electrify America is still building it, it has the Autopilot that will have full self driving capability in a couple of years and it has over-the-air updates. The final point is - Tesla can produce as many Model X as it wants, it has no shortage of the 18650 battery cells. Audi - in contrast - has a shortage of their battery cells. I was asking whether we talk about the year 2025. Yes, by then Audi could start from scratch, massively redesign the car and give it a 130+ kWh battery. But these wouldn’t be the cars we are are talking about today. Edit: I have seen information that initial sales in Spain, Netherlands and Norway were quite good; but actually I am not surprised - first, it is a new car which some people like because it is new and second - it offers some features that Teslas don’t. Let’s not forget - the Model S is available since 2013 and Model X since late 2015. Many people who wanted those already have them. Norway has mostly roads with a speed limit of 80 km/h (50 mph) and people who bought the e-Tron obviously don’t drive very far very often and at those speeds the e-Tron can probably make close to those 300 km. But we are talking about 500, maybe close to 1000 cars per month. Globally. Early birds. Update 1: I wrote all of the above in May 2019. Now the opinion became a fact-based opinion. In US sales the Model X outsells the e-Tron at a ratio between 2:1 and 3:1. Final Update: Monthly Plug-In EV Sales Scorecard: July 2019 In Europe the E-Tron might have a slight home advantage, but don’t think that it is able to flip the ratio. Side note - Audi just recently announced another version of the e-Tron. With battery with 71 kWh gross capacity. Not 120 kWh, but 71 kWh. Less power, slower charging. I don’t think that this will boost sales. For this size and price category this is laughable.

How does the new Audi electric SUV compare to the Tesla X?

If you ask this question to a Tesla fan like me you’ll get an answer that focuses on the strong points of the Tesla, since these are the reasons we bought the car ourselves. The number one strong point for Tesla cars is range. While the Model X is the lowest-range Tesla car, the range is still 250 or 325 depending on the trim selected. The Audi e-tron is a jaw dropping 204. If I were considering a car that I intended for long-distance travel, I wouldn’t accept a car with 204 miles of range. I had a Tesla Model S 60 with 210 miles of range and it was a little short for easy travel sometimes. Then we’re going to talk about Autopilot and Full Self-Driving. Audi has a lane-keeping system called Audi AI, that if I understand correctly has a top speed of 37 mph. What use is that for highway driving? Anyway Tesla will be pretty much doing all the driving by this time next year. Audi is not even close. Tesla cars have over-the-air firmware updates, adding performance, range and new features. I think that’s unique. The e-tron tows 4,000 lbs, 4,980 on the Model X. The e-tron can accelerate 0–60 in 5.5 seconds, but the Tesla goes it in 4.6. The e-tron top speed is 124 mph compared to 155 on the Tesla. Tesla also has a performance version of the Model X that goes 0–60 in 3.4 seconds and has a top speed of 163 mph. The Audi still has buttons and knobs plus three separate display screens. Why would anyone do that in the smartphone era? Ahd what is that gear selector (on the console)? In the e-tron’s favor, it’s supposed to be able to go offroad, which you shouldn’t do with a Tesla. And I’m sure the interior of the e-tron is more luxurious. I heard that there is an optional seat massager in the e-tron. The Audi e-tron starts at $74,800; the Model X at $83,000.

Why should I buy Tesla Model X instead of Audi e-tron?

The biggest factor that could sway your decision in favour of the E-tron would be the exterior. Does this look better than this? If you really dig the E-tron's exterior, just buy it. If not, it's better to refrain. Other than subjective reasons like exterior, the Model X is superior to the E-tron in nearly every other metric but build quality and interior. Efficiency and range: The Model X has 325 miles of range with a 100 Kwh pack. The E-tron has 204 miles with the same sized pack. Charging: Model X charges at up to 200 Kwh, E-tron at 150 Kwh. Model X has On-Route Battery Warmup which cuts charge times by 50%, E-tron does not have this feature. Admittedly, E-tron charge curve maintains max charge rate for a longer period. Thus, full charge is likely faster than Model X. However, 75% of EV charging occurs at home, so that feature is pretty much useless. Performance: The E-tron does the 0–60 mile Sprint in 5.5 seconds. The Model X Long Range does it in 4.4 seconds. Top speed of E-tron is at 124 mph. Model X's is at 155 mph. Practicality: Audi's E-tron has up to 1755 litres of cargo space while Model X has a maximum of 2500 litres. Model X also seats 7 while the E-tron only seats 5. Technology: The Model X has a massive 17 inch touchscreen, with Google Maps integration, a Chromium based web browswer and Deezer/Spotify streaming. While the E-tron has a smaller screen at 10.1 inches, it has many more features than Model X. Here's an excerpt from Audi, “With the City assist package, features including the crossing assist , cross traffic assist rear as well as lane change and exit warning provide for safety. Audi pre sense 360° – the combination of Audi pre sense front , rear and side – is also on board. This system detects collision hazards within system limits and initiates targeted protective measures, from full braking to tensioning of the seat belts. Some assist systems are bundled in special packages, others are available separately. Among the latter are the night vision assist and the 360 degree cameras .” Autopilot: Audi's range of assist systems could be made obselete by Tesla's system. Rated best by Consumer Reports, it aims for Full Self Driving by late 2021. Supercharger: This is Tesla's Supercharger network. This is Electrify America's network. It's gonna take a while. And even when completed, it won't be as extensive as Tesla's Superchargers. Interior: Audi E-tron blows Model X out of the water in this category. Heated and cooled massage seats are just objectively better than Model X's “just heated" seats. However, Model X has an interior refresh coming up so it's hard to say the extent of superiority Audi would hold after Fit and Finish: Vs Nuff said. Model X recently re-tooled to improve alignment though I don't think they could go from 90s Kia to Audi perfection. Price: E-tron starts at $75,000 with tax credit. Model X starts at $84,500 without. That's definitely a plus. E-tron or Model X? That all depends on the above.

FAQs ที่เกี่ยวข้อง does audi e tron have autopilot

  • Q

    ถาดวางอเนกประสงค์ สำหรับผู้โดยสารตอนหลังของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    Chatchai Srikham

    มีถาดวางอเนกประสงค์ สำหรับผู้โดยสารตอนหลังและรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม
  • Q

    Card ควบคุมประตูแบบอัจฉริยะของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    อุ้ย'เหี้ยย ส่อง

    มีCard ควบคุมประตูแบบอัจฉริยะและรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม
  • Q

    ระบบปรับอากาศของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    อ้อม เผ่าทอง

    มีระบบปรับอากาศและรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม

Tags

หน้าหลัก