แท็ก

the audi e-tron gt quattro

บทความที่เกี่ยวข้อง the audi e-tron gt quattro

ควักเพิ่ม 2 แสน! ทำไมถึงควรเลือก 2020 Audi e-tron Sportback มากกว่า e-tron สแตนดาร์ด

2020 Audi e-tron Sportback (อาวดี้ อี-ทรอน สปอร์ตแบ็ก) รุ่นใหม่เปิดตัวลุยตลาดบ้านเราแล้วด้วยราคา 5.299

Audi เปิดตัว 2021 Audi TT สเปคใหม่ พร้อมแคมเปญดอกเบี้ย 0% 5 ปีไม่มีบอลลูนกับอีก 10 รุ่นฮิต

Audi (อาวดี้) ประเทศไทยนำ Audi TT Coupé (อาวดี้ ทีที คูเป้) และ Audi TT Roadster (อาวดี้ ทีที

รู้จักข้อดีข้อเสีย Audi A6 Avant ก่อนเป็นเจ้าของ!

พรีเมียม และเทคโนโลยีที่ทันสมัย 2020 Audi A6 Avant ก็เป็นหนึ่งในรถยนต์ที่ Audi มาพร้อมมาตรฐานความเป็นรถหรู

Review 2020 Audi e-tron Sportback รถไฟฟ้าเสียบปลั๊ก 5.299 ล้านบาท ครบทั้งแรงทั้งหรูแบบไร้คู่แข่ง

2020 Audi e-tron Sportback 55 quattro S line (อาวดี้ อี-ตรอน สปอร์ตแบ็ค) รถยนต์ไฟฟ้าทรงเอสยูวีคูเป้จากค่ายสี่ห่วง

Review: 2019-2020 Audi e-tron เอสยูวีพรีเมียมพลังงานไฟฟ้า

Audi e-tron Sportback 55 quattro S Line ราคา 5.299 ล้านบาท ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ที่ให้กำลังสูงสุดถึง

2021 Audi RS Q3 Sportback ยืนยันมาไทย 19 ก.พ. นี้ คาดราคา 5 ล้านกว่าบาท สู้กับ Mercedes-AMG เต็ม ๆ

2021 Audi RS Q3 Sportback (อาวดี้ อาร์เอส คิว3 สปอร์ตแบค) เอสยูวีท้ายลาดพื้นฐานจาก Audi Q3 จะมาขายไทยวันที่

Review: Audi Q5 รถเอสยูวีสุดหรู

Q5 35 TDI quattro ราคาอยู่ที่ 3,399,000 บาท เครื่องยนต์ดีเซล และ Audi Q5 45 TFSI quattro S line เครื่องยนต์เบนซิน

2021 Lexus UX300e เปิดตัวใหม่จะได้ส่วนแบ่งตลาดรถไฟฟ้าหรูจาก Audi e-tron ได้หรือไม่

Premiumสำหรับ 2021 Lexus UX300e ที่เพิ่งเปิดตัวนี้จะมีความสามารถเพียงพอที่จะได้ส่วนแบ่งตลาดรถไฟฟ้าสุดหรูจาก Audi

Audi e-Tron รุ่นย่อย Premium ใหม่ ราคาถูกลง 10% ตัดออพชั่นอะไรบ้าง?

Audi e-Tron รถครอสโอเวอร์พลังไฟฟ้าล้วน ซึ่งทำยอดขายไม่ดีนักในสหรัฐอเมริกา จึงได้ออกกลยุทธ์ใหม่ เปิดตัวรุ่นล่างสุดที่มีราคาเอื้อมถึงง่ายขึ้น

Audi ยกทัพตระกูลแรง RS บุกไทย 3 รุ่นรวด ทั้ง TT RS, RS Q8 และ RS4 Avant

(RS) พร้อมกันถึง 3 รุ่นในประเทศไทย ประกอบด้วย Audi TT RS (อาวดี้ ทีที อาร์เอส) Audi RS Q8 (อาวดี้ อาร์เอส

ดูเพิ่มเติม

เผยโฉม 2022 BMW iX รถเอสยูวีไฟฟ้าที่ดีที่สุดเวลานี้? เบียด Audi e-tron

BMW Operating System เจนเนอเรชั่นใหม่ซึ่งข่าวระบุว่าผลิตด้วยวัสดุคริสตัล BMW iX Audi

ส่องข้อดีข้อเสีย Audi A8 ซีดานลักชัวรี่สไตล์ผู้นำ

Audi A8 นี้ก่อนตัดสินใจเป็นเจ้าของข้อดี Audi A81.ห้องโดยสารนั่งสบายภายในของ Audi A8 มีความกว้างขวาง

เปิดตัว 2021 Audi RS e-tron GT ราคา 6.39 ล้านบาท สเปคนำเข้าฝาแฝด Taycan

2021 Audi e-tron GT (อาวดี้ อี-ตรอน จีที) รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นล่าสุดจากเยอรมนี ที่เปิดตัวในเยอรมนีเมื่อเดือนก่อน

รวมรถ EV เปิดตัวใหม่ในงานมอเตอร์โชว์ 2021 ราคาเริ่มตั้งแต่ 3 แสนกว่าจนถึงหลายล้าน

เพิ่มความเป็นไฟฟ้าที่ดูแลง่าย จึงทำยอดจองเยอะมาก ต้องต่อคิวรอนานเป็นปี ด้วยราคาขายเพียง 2.29 ล้านบาทAudi

ชมงาน BIMS 2021 ดู GWM มาแรง MG Extender หน้าใหม่ หรือ Audi e-tron GT และอื่น ๆ เรารวมไว้ให้คุณแล้วที่นี่

ฮอลล์ 1-3 เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม-4 เมษายน 2564 เป็นครั้งที่ 42 ในธีม “Shaping the

รู้จักข้อดีข้อเสีย Audi TT รถสปอร์ตคูเป้สุดหรู

ไม่ว่า Audi TT จะออกมากี่รุ่นก็ยังคงโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ดีไซน์ล้ำแบบ Audi สไตล์ Super Car ที่เอาใจคนรักความเร็ว

Audi TT RS 40 years of Quattro ฉลอง 40 ปีระบบขับเคลื่อนสี่ล้อของอาวดี้ จำกัด 40 คันเท่านั้น

Audi (อาวดี้) เฉลิมฉลอง 40 ปีเทคโนโลยี Quattro ขับเคลื่อน 4 ล้อ ด้วยการแต่งโมเดลโรดสเตอร์รุ่นดังอย่าง

พาชม 2020 Audi TT RS สีส้ม Pulse Orange 400 แรงม้า เจ้าของค่าตัว 5.299 ล้านบาท

All-New 2020 Audi TT RS (2020 อาวดี้ ทีที อาร์เอส) เปิดตัวในประเทศไทยด้วยฝึมือของอาวดี้ ไทยแลนด์ และทำราคาแบบหยุดโลกที่

แบงค์บอกต่อ CX-5 ลดเหลือ 1,160,000 บาทกับ Audi อัดดอกเบี้ย 0% ก่อนงาน Motor Expo 2020

ราคาพิเศษ หรือเลือกผ่อน 0% 7 ปี ไม่มีบอลลูน (A1, Q2, A8, Q5, Q7 45 TDI quattro, Q8 และ TT Roadster)

เปิดตัว 2020 Audi e-tron Sportback ค่าตัว 5.299 ล้านบาท จำกัดโควต้า 15 คันในไทย

2020 Audi e-tron Sportback 55 quattro S line (อาวดี้ อี-ทรอน สปอร์ตแบ็ก) เปิดตัวอย่างเป็นทางการในไทย

Review: Audi A8 ซีดานหรูสไตล์ผู้นำ

6.799 ล้านบาทในรุ่น Audi A8 L 55 TFSI quattro Premium และ 7.999 ล้านบาทในรุ่น Audi A8 L 55 TFSI quattro

Audi เปิดตัวเอสยูวีโหด 2021 Audi RS Q3 Sportback เคาะ 4.75 ล้านบาท ถูกกว่า Mercedes-AMG GLC

Audi (อาวดี้) ประเทศไทย เปิดตัวรถรุ่นใหม่รวดเดียว 3 รุ่น นำทัพด้วย 2021 Audi RS Q3 Sportback (อาวดี้

2020 Audi e-tron Sportback จ่อลุยเมืองไทยสัปดาห์หน้า คาดราคาทะลุ 5.3 ล้านบาท

บริษัท ไมซ์สเตอร์ เทคนิค จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์ Audi ในประเทศไทยเตรียมเปิดตัว 2020 Audi e-tron Sportback

2021 Audi e-tron GT เตรียมบุกไทยปีนี้ พร้อมตระกูล RS อีกหลายรุ่น

ซึ่งรวมไปถึงรถยนต์สปอร์ตไฟฟ้า Audi e-tron GT (อาวดี้ อี-ตรอน จีที) ที่จะเปิดตัวในตลาดโลกในสัปดาห์หน้า

Audi เดินหน้าเข้าสู่ยุครถยนต์ไฟฟ้าเต็มตัวภายใน 2035 หลัง Audi e-tron ขายได้ 9,227 คัน ขึ้นอันดับ 1 ใน Norway

2035ซึ่งจะมีการแจ้งแผนออกมาในอีกไม่กี่เดือน พร้อมสถานะของโรงงานที่จะต้องเปลี่ยนไปผลิตแบบไฟ้าแบบเต็มตัวยอดขาย e-Tron

ชมคุณสมบัติเด่น 2022 Audi Q4 e-tron รถเอสยูวีไฟฟ้าขนาดเล็กแฝงความดุดัน

2022 Audi Q4 e-tron2022 Audi Q4 e-tron และ Q4 e-tron Sportback (2022 อาวดี้ คิว4 อี-ทรอน) เผยโฉมอย่างเป็นทางการ

Audi เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าสปอร์ตรุ่นใหม่ 2022 Audi e-tron GT และ Audi RS e-tron GT เริ่ม 3,621,000 บาท

Coupe คือ 2022 Audi e-tron GT (อาวดี้ อีทรอน จีที) เริ่ม 3,621,000 บาท และ Audi RS e-tron GT (อาวดี้

อาวดี้เตรียมเปิดตัว 2021 Audi e-tron GT พร้อมสู้ Porsche Taycan ได้หรือไม่?

e-tron GTสำหรับ 2021 Audi e-tran GT ที่กำลังจะมาถึงนี้จะมีความสามารถเพียงพอที่จะสู้คู่แข่ง Porsche Taycan

เป็นไปได้? ผู้บริหาร Audi ชี้รถพลังไฟฟ้าจะมีแบตเตอรี่เล็กลงในอนาคต

ซีอีโอ Audi (อาวดี้) ออกมาให้ความเห็นว่ารถยนต์ไฟฟ้าจะมีแบตเตอรี่ขนาดเล็กลงในอนาคต เมื่อเทคโนโลยีการชาร์จไฟและจุดชาร์จไฟมีพัฒนาการก้าวหน้ามากขึ้นจากการแข่งขันด้านพละกำลังทั้งแรงม้าและแรงบิดของรถเครื่องยนต์สันดาปในอดีต

ชมคันจริง 2020 Audi e-Tron Sportback ขายไทยในราคา 5.299 ล้านบาท มีดีแค่หลังคาลาดลงรึเปล่า?

2020 Audi e-tron Sportback (อาวดี้ อี-ตรอน สปอร์ตแบ็ค) เปิดตัวขายในไทยแล้วด้วยราคา 5,299,000 บาท เป็นรถเอสยูวีพลังไฟฟ้าล้วน

รีวิว Q&A the audi e-tron gt quattro

What is your favorite car and why?

It was back in 2008 when I first got to know about R8. And let me tell you, it was love at first sight. My heart skipped couple of beats and then started pumping like a V8. The spark that I was searching for. The meaning, it's here. How could one create such an art with utmost perfection? Not a single flaw from any angle whatsoever. I was astounded. Audi R8 is the perfect blend of Power, Performance, Design, Dynamics and Craftsmanship. It’s a perfect art in itself. From the interiors to exterior, front grille to rear diffuser, everything about this car will make you go “WOW”. I mean, just look at this machine. Not just me, it ruled even the world's toughest critics. The reception of R8: The R8 was awarded Best Handling Car and Fastest Car In The World of 2007 by Autocar magazine. It was awarded SportsCar of the year by German magazine Autobild. Playboy magazine awarded it Car of The Year for 2008. The Automobile Journalists Association of Canada (AJAC) named the R8 Canadian Car of the Year, and, in addition, gave it the Best New Prestige Car and Best New Design awards for model year 2008. Fifth Gear named the R8 both the Best fast car and the Car of the Year 2007. Automobile Magazine awarded the R8 the 2008 Automobile of the Year. The Audi R8 was named 2008 "MSN Car of the Year", with 42% of the votes, beating the Ferrari F430 into 2nd with 13%, and the BMW M3 into 3rd with 11%. The JB car pages awarded the Audi R8 its maximum rating of 5 stars. In the 2008 World Car of the Year awards, the R8 was awarded World Performance Car of the Year and World Design Car of the Year. European Car magazine rated the R8 as Car of the Year. Motor Klassik readers named the Audi R8 the "Classic Car of the Future 2009" in the Sports Car category Source: R8 Wiki Page. Let me tell you more about this car. It's a two seater, mid engine, AWD(quattro) sports car which was first introduced in 2006. This car is exclusively designed, developed and manufactured at Quattro GMBH, a state of art high performance private subsidiary of Audi AG. Initially, R8 was powered through a 4.2l V8 that could churn out a whooping 420 HP of power and 430N-m of torque. In 2009, Audi unveiled the V10 version with minor updates. This model used a 5.2 l V10 FSI engine that could produce 532 metric horsepower and 530N-m of torque. It was the World's first car with Full-LED headlamps. 0-100 could be achieved within 3.9 seconds. Since 2006, there has been a number of prototypes as well as concept cars based on R8. Some of them are: R8 e-tron, R8 LMX, R8 V12 TDI, R8 Le-Mans, R8 LMS, R8 GT, R8 LMS Evolution, R8 Limited Edition, R8 Grand-AM, R8 LMS Ultra, R8 Chifacena Edition (Including several Sypder versions) etc. Second Generation(2016): The second generation was unveiled in 2013 at Geneva Motor Show.Equipped with 5.2L V10 FSI that makes 610 PS of nerve braking power and 560 N-m of Earth shattering torque. Thanks to the perfectly tuned V10, 0-60 comes in 3.2 seconds. Some users have claimed the figures within 2.8 seconds. According to 6-time 24 hours of Le-Mans winner, Jacky Ickx, R8 is the best handling car available today. As of 2016, Audi R8 is most successful model in World Car Awards' History. The Audi R8 was awarded 2016 World Performance Car at the 2016 New York International Auto Show. This award denoted the third time the R8 has collected this specific qualification, and the fourth time it has been perceived by the World Car Awards. Another accolade it got preceding this latest one was the World Car Design of the Year Award. For detailed technical data and other specifications, feel free to DM.

I am trying to buy a German car. What are advantages and disadvantages of BMW, Audi, and Mercedes?

The disadvantages of German cars are that they are over-engineered, and if not maintained properly they will crumble. They are expensive to maintain and if you are on a budget buying a depreciated premium brand like Audi, BMW, or Mercedes is a bad, very bad idea. In detail these German brands do appeal to more or less the same crowd, however, they do have different philosophies. Audi Audi has the far better in-car tech, or at least they push that envelope in the cars they dish out. Many view Audi as upgraded Golf or Passat, but they are more than that. They made significant progress since the 80s with the Quattro (or the Audi 80 with AWD)which drove Audi to prominence. Now Audi has a wide diverse portfolio from mild (A1) to wild (R8). Sedans, hatches, coupes, and SUV along with three-ton SUV and e-Tron GT balance out the offerings. BMW It is sportier than other German brands, except for Porsche, and we see how BMW promotes its performance through its marketing. If you do your work on running a BMW it is not necessarily expensive, or If you have a good local independent BMW specialist it won't be any dearer than a Honda. However, if you go to the dealer it will hurt. Actually, in any top German Brand, this is the reality. Also, BMW is not as reliable as its competition, it has a lot of engine plastic parts that are prone to wear and tear. BMW looks great and drives beautifully. It is a masterpiece in the right owner's hands😏 Mercs Don’t buy an entry-level Mercedes. I would recommend that you aim for an actual proper Benz, go from the E class and up. Lower-end modern-day Mercs have Renault Magane engines. The older Mercedes is an option of purchase and has tank-like reliability, but the newer models are modern “schizophrenic” German engineering, so expect them to have issues. Remember, maintenance on the German cars is going to need a computer, even the simple things. Like any car, if the maintenance is carried out it can have somewhat decent reliability.

When will Audi start selling electric cars?

Straight from the horse’s mouth: Audi Newsroom Audi of America is committed to achieving approximately 30 percent of U.S. sales from electric vehicles by 2025. Audi will debut its first all-electric vehicle – the e-tron – in 2018, followed by two more by 2020, the e-tron Sportback and the e-tron GT. With new all-electric vehicles, the brand aims to win over a new generation of drivers who desire the best of electrified efficiency and performance. More color, including speculation, Audi confirms all-electric e-tron Quattro SUV ‘starting price of €80,000’ ($99,000)

Should I buy a Tesla car in 2019?

This is very critical moment of decision to buy or not to buy a Tesla . As I am a person who within 1 month is going to have Model S Raven 2019 Long Range, and as a Tesla lover since I made first test drive of model S at 2016 and always read about Tesla news and their development, and about another EV cars, I feel that I am the right person to answer this question. This question is is so critical because we are living at a period where German car companies are aware of the Electric Car Revolution and promising to produce new EV cars. New cars has been announced since 2009 and some of them are already released: • Audi E-Tron • Jaguar I-Pace • Mercedes EQC (and other EQS or EQA) • VW ID - 3 • Porsche Taycan Turbo Some of them to be released in the next two - three years: Mercedes EQS Audi E-Tron Sportback, E-Tron GT E-Tron Quattro: Audi E-Tron - Revenge of the E-Tron - 2010 Audi E-Tron news - Frankfurt show: Audi E-Tron - 2009 (You can note from the above two links that it is so funny to see that German companies [Audi in particular]have very futuristic ideas since 2009 but the only realistic car that came this year was just the usual E-Tron) they can make whatever cars that make you surprise and happy that they are coming soon! But the are not taking it seriously. They are just dreams and concept cars. Volkswagen I.D. series - Wikipedia : VW ID-Crozz VW ID-Vizzion VW ID-Roomzz Tesla Y model So if you asked me two years ago I will definitely say yes buy a Tesla car, but for now (end of 2019) your question has to be answered depending on your situation (economical and future plans) So if you are asking what is the best car now with the best price? My answer will definitely be: Tesla model 3, it is the best time to buy a Tesla model 3. Tesla Model 3 - Wikipedia But if you have extra 30.000€ and able to pay about 70-100.000 € for model S (and considering that you may loose 30-50% of the model S price within 4-5 years from now, just like every other car), and I say maybe because one statistic showed that Tesla model S cars hold their prices over time (just like iPhones) Tesla vehicles still hold values better than competition on used market, study shows - Electrek But even though you will enjoy a luxurious car with best of its type and that would lasts many years. But if you have the patience to wait about 3 years to see the next generation of Tesla cars and maybe German cars mentioned above (this also can lead to better concurrence and better technology, better motors, better Autopilot, better batteries that can charge quickly, better car interiors, more futuristic and luxurious and lower prices), if you don’t need a car now then it is better to wait, but don’t buy in any case an ICE (Internal Combustion Engine) car. The advantages of buying a Tesla Model S now are: * According to Elon Musk there will be rise in Tesla prices when they are fully automated (FSD full self driving). * You get free lifetime supercharging this was announced 3 Aug 2019 (this opportunity can end soon, and last time they offered that was in old models between 2012 and 2015) * The model S is made of Aluminum , and looks so great and futuristic so non the body get corrosion or old modeled * The new Version (Raven) is capable of quick supercharging about 150 kWh , so when the version 3 of superchargers available everywhere you won’t need more than 20 min to fully charge your car. * Elon Musk already announced that there won’t be and change in design of model S or X. this means if you are considering buy a Tesla then buy it now, either 3 model or S model. But if you are waiting for better quality than Tesla with better price then you have to wait 2-3 years (even though Tesla is upgrading their functions, quality, design, and prices) , after three years you have to compare the next coming cars with the new Tesla. Tesla Model X 100kWh Dual Motor Performance Ludicrous 5dr Auto Finally if you find my article was useful to make a decision of buying a Tesla car, please use my Referral Code: Free Supercharger Miles This will give both us 1500 km of free supercharging at Tesla supercharging station In addition to the Supercharging bonus, owners who refer Tesla sales get entered into drawings to win a Tesla Model Y or a new Tesla Roadster (neither of which is on the market yet). If you’re a Tesla owner with unlimited free Supercharging, then you get additional entries into the car giveaways for each referral. Model Y giveaways are (or will be) held monthly, while Roadster drawings will be held once per quarter (four times per year). Please push ”Upvote” button if you like the article and share it with your friends 🙏🏻😊.

Will the German car giants ever catch Tesla?

I don’t know if this is cheating, but I found this on line: Mar 29, 2020 - 08:19 pm German carmakers behind the curve in electric cars With the impressive Porsche Taycan, German engineers have shown all their skills. It proves that continued inaction is the highest risk for German domestic brands. At the same time, outdated vehicle designs remain electric top sellers. The Taycan is a Porsche through and through. More filigree than the baroque Panamera and with the highest quality finish. Precise, perfect and dynamic. The Taycan is not only fast on the drag strip, but also in curves. It is almost absurd how it hugs corners with rear-wheel steering and active roll compensation. And if the charge power indicator on the DC column continues to rise at 250 kilowatts (kW), it becomes clear: resistance is futile. This car is awesome. The price starts at 105,607 euros, for the Taycan Turbo with several options are starting at €175,483.80 – yet Porsche continuously caters on a luxury market so there will be clients. Luxury or not, the Taycan is an outstanding electric car and a testament to the skill of German engineers. It is both a reminder and an incentive: either the domestic car industry will promptly introduce further models at this level of engineering. Or it will lose market share worldwide to those who act. Anyone who opts for Tesla once will not come back so quickly. Tesla’s trump card is and will remain its unique position in many segments. For example, there is simply no alternative to Model 3, so the question arises: Germany, where are you, where are your top electric cars? Volkswagen under pressure? The greatest concern in this respect is currently with Volkswagen. It is noticeable that the number of new registrations of e-Up and e-Golf has been particularly high since the beginning of the year, and the discounts on list prices are the same. Volkswagen needs these battery-electric cars because they will enter the CO2 fleet balance as double zero in 2020: So-called supercredits ensure double crediting. One would assume that ID.3 could take over this task from late summer, but despite all denials, doubts are growing. Perhaps the software problems are bigger than previously communicated. And anyway: If the European market collapses – how many ID.3 will still be needed to compensate for the average CO2 values of the entire fleet? Probably a few less. The launch of ID.3 is also a credibility test. Last we received signals that the e-Golf is to be produced until the beginning of November. This does not inspire confidence. The Wolfsburg-based group is at the beginning of a severe crisis. The production ramp-up of the Golf 8 is not going as well as desired. Only 8,392 units were built in 2019. It is the best-selling car in Europe, but something is wrong. Works council chairman Bernd Osterloh names “overzealous board members who tried to stuff too much technology into a car” as the cause. An apparent confirmation of the thesis that bits and bytes are not working in Germany. BMW and Mercedes still a long way off The fact that Tesla has blatant weaknesses in service and complaints about fluctuating quality is of secondary importance to buyers. Besides Porsche and Volkswagen, BMW and Mercedes could also build first-class electric cars – but so far this remains in the realm of theory and conjuncture. At the Geneva Motor Show, or what was left of it, BMW presented another pre-version of the i4. Finally, a competitor to the Tesla Model 3, if it weren’t for a set launch in 2021 – without the month. And Mercedes has a whole armada of promising prototypes, from the EQB compact SUV to the EQS and EQE sedans. In series, however, only the Smart is available and, oh yes, the EQC, of which 109 units hit the road in February. Audi has awakened – almost At Audi, the realization that the market is shifting and requires adaptation has taken hold. In addition to the e-tron quattro, which offers the most stable temperature management of all electric cars, Audi offers the e-tron Sportback. Even more importantly, sales of the e-tron S will begin in the summer with two e-machines on the rear axle, which ensure perfect torque vectoring. At Tesla, this is called Plaid drive, and so far it is merely an announcement by Elon Musk. The modern Quattro presents the first ray of hope for the company slogan Vorsprung durch Technik (German for progress through technology). This is to be followed by the e-tron GT based on the Porsche Taycan and the Q4 e-tron as the first MEB model from the Ingolstadt-based company. It is a general shame that already outdated designs such as Renault Zoe, Volkswagen e-Golf and BMW i3 remain among the top sellers, and even Tesla Model S and Model X are off the Raven drive of yesterday. Besides, battery systems without active temperature management are offered too often – electric cars are, in many cases, a technical residual ramp. And for German industry, in the shape of the BMW Group, Daimler AG and Volkswagen AG, this means a mandate to work even harder to build the best electric cars in the world. In this decade, the battery-electric drive is an addition to the combustion engine. Listless participation is no longer enough. Or, to say it with Mercedes: Build the best or nothing. Reporting from Christoph M. Schwarzer, Germany. Tesla is also building Gigafactory 3 near Berlin; they have already broken ground. This should provide additional incentive for the German car makers to get moving. Will the Germans every catch Tesla? Only time will tell, ·

FAQs ที่เกี่ยวข้อง the audi e-tron gt quattro

  • Q

    เซ็นทรัลล็อคของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    ชินณพัฒน์

    มีเซ็นทรัลล็อคและรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม
  • Q

    กุญแจรีโมทพร้อมสวิตช์เปิดฝากระโปรงท้ายของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    กินเที่ยวทะลุโลก

    มีกุญแจรีโมทพร้อมสวิตช์เปิดฝากระโปรงท้ายและรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม
  • Q

    กล่องอิเล็กทรอนิกส์ที่ควบคุมการทำงานของรถยนต์ของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    ลูกชาย คนเล็ก

    มีกล่องอิเล็กทรอนิกส์ที่ควบคุมการทำงานของรถยนต์และรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม
หน้าหลัก