รวม 9 รถบ้าน ๆ แต่ดีไซน์สวยที่สุดที่เคยมีขายในประเทศไทย

Boris · Dec 24, 2020 08:18 PM

เราทุกคนต้องเคยมีรถสักคัน ที่เห็นวิ่งอยู่บนถนนครั้งแรกแล้วรู้สึกหลงใหลในงานออกแบบ เหมือนกับการตกหลุมรักใครซักคนเพียงแค่ได้พบเจอ

บางทีเราอาจจะคิดว่า รถที่จะทำให้เรารู้สึกเช่นนั้นได้ ต้องเป็นรถราคาแพงลิบ ที่งานดีไซน์ถูกออกแบบมาอย่างละเอียดลออ ประณีตทุกรายละเอียด แต่เราอาจจะลืมไปว่า ยังมีรถยนต์ทั่ว ๆ ไป ซึ่งเคยวางจำหน่ายอย่างแพร่หลาย และมีวิ่งอยู่บนถนนให้เห็นกันบ่อย ๆ แต่รูปลักษณ์หน้าตานั้นสวยงามจนเราต้องแอบคิดว่า รถคันอื่น ๆ บนถนนมันช่างน่าเบื่ออะไรเช่นนี้

บทความนี้ เราจึงได้รวบรวมรถ 9 รุ่น ซึ่งเคยมีขายในประเทศไทย ทั้งในอดีตและปัจจุบัน ซึ่งในความเห็นของเรานั้น เป็นรถที่การออกแบบมีความสวยงามโดดเด่น เห็นแล้วชวนรักชวนหลง แต่ทั้งหมดล้วนแล้วแต่เป็นรถที่เคยมีการวางจำหน่ายแบบแพร่หลาย และเคยมีวิ่งบนถนนให้เห็นโดยทั่วกัน ไม่ใช่รถรุ่นพิเศษที่ซัก 10 ปี จะเห็นครั้งหนึ่ง

Alfa Romeo 156

Alfa Romeo 156 (อัลฟ่า โรเมโอ 156) เป็นรถสปอร์ตซีดานสัญชาติอิตาเลี่ยน ที่เคยมีการวางจำหน่ายในประเทศไทยตั้งแต่ปี 1999 จนถึงปี 2003 และรถรุ่นนี้ก็เคยมีการประกอบในประเทศไทย โดยบริษัทพระนครยนตรการ ตั้งแต่ปี 2001 จนสิ้นสุดอายุตลาด

Alfa Romeo 156 นับได้ว่าเป็นหนึ่งในรถ ไม่ว่าจะซีดานหรือคูเป้ ที่สวยที่สุดในช่วงต้นยุค 2000 มีความโดดเด่นอยู่ที่การเก็บรายละเอียดมือจับประตูหลังซ้อนไว้ในบริเวณกรอบประตู ในประเทศไทยใช้เครื่องยนต์ชนิด 4 สูบ 2.0 ลิตร แบบ Twin Spark จุดระเบิดด้วยหัวเทียน 2 หัวต่อสูบ ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ Selespeed ที่ขึ้นชื่อเรื่องความจุกจิกกวนใจ แต่ถ้าทำงานปกติก็เหยียบได้สะใจมาก

ซ่อนมือจับ อย่างกับรถ 2 ประตู

ถึงกระนั้น แม้แต่ทุกวันนี้ ก็ยังคงมีผู้คนที่สนใจและเก็บรักษา Alfa Romeo 156 เอาไว้ เนื่องด้วยดีไซน์ที่สวยงาม โดดเด่นแบบรถอิตาเลี่ยน อีกทั้งยังเป็น Alfa Romeo รุ่นสุดท้ายที่มีวางจำหน่ายกันอย่างแพร่หลายในประเทศไทยด้วย

MG3

MG3 (เอ็มจี 3) ไม่ว่าคุณจะมีความเห็นอย่างไรเกี่ยวกับรถรุ่นนี้ สิ่งหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือ รถยนต์ B-Segment จาก MG รุ่นนี้ มีรูปลักษณ์ดีไซน์ที่โดดเด่น เรียบง่าย และลงตัวกว่ารถ B-Segment รุ่นอื่น ๆ ในตลาด จนบางทีเราก็แอบสงสัยว่าทำไมรถรุ่นอื่นถึงออกแบบให้ดีแบบนี้ไม่ได้

MG3 ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร VTi 4 สูบ เบนซิน ให้พละกำลังสูงสุด 106 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติซึ่งคล้ายกับ Alfa Romeo 156 ที่กล่าวไปก่อนหน้า ในด้านของดีไซน์นั้น มีความลงตัวในแบบที่ชวนให้นึกถึงรถยุโรปที่มีราคาแพงกว่า แปลกแตกต่าง โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ และเมื่อมีการใช้สีฉูดฉาด ก็ทำให้ MG3 เป็นรถที่น่าสนใจในสายตาของคนจำนวนมากด้วยรูปลักษณ์เพียงอย่างเดียว

จุ๊บ! เกียร์ Selematic ใช้ยากนิดนึง

แม้ว่าจะมีปัญหาในเรื่องของคุณภาพการประกอบ การใช้งานที่งงงวย ประสิทธิภาพที่สู้คนอื่นไม่ได้และความทนทานที่ชวนกังขา แต่ MG3 ก็มีดีไซน์ที่โดดเด่นเสียจนคนจำนวนมากลืมข้อสงสัยอื่นไปเสียหมด

Honda Prelude

Honda Prelude (ฮอนด้า เพรลูด) เป็นรถสปอร์ตญี่ปุ่นระดับตำนานอีกรุ่นหนึ่ง ซึ่งเคยวางจำหน่ายในประเทศไทยตั้งแต่ปี 1993 ถึง 1997 และขายดิบขายดีเป็นอย่างมาก เป็นที่นิยมในหมู่ผู้ชื่นชอบรถทรงสปอร์ตจนกระทั่งปัจจุบันนี้

Honda Prelude เรียกได้ว่าเป็นรถสปอร์ตที่สวยที่สุดของยุคนั้น เป็นดีไซน์ของ Honda ในยุครุ่งเรือง ที่ในปัจจุบันก็ไม่อาจทำได้อีก ตัวถังนั้นแบนโฉบเฉี่ยว แต่ระบบกลไกใกล้เคียงกับ Honda Accord ในยุคเดียวกัน จึงมีตัวเลือกเครื่องยนต์ที่คล้ายกัน ตั้งแต่รุ่นไม่มี VTEC จนถึง Si 200 แรงม้า ที่หลายคนตามหากันในปัจจุบัน

เห็นสภาพสวย ๆ ยังไงก็ต้องมอง

ถ้าหากถามว่า Honda Prelude ขับขี่โดดเด่นที่สุดในยุคนั้นหรือไม่? ก็อาจจะมีรถที่ขับสนุกกว่า แต่ถ้าถามในเรื่องของรูปลักษณ์แล้วนั้น หารถที่มาเทียบชั้นกับ Honda Prelude ได้ยากครับ แม้แต่ในทุกวันนี้ ถ้าเห็นคันที่เก็บสวย ๆ เนียน ๆ ก็ต้องเหลียวไปมองกันบ้าง

Mazda Luce

Mazda Luce (มาสด้า ลูเซ่) เป็นชื่อของรถยนต์ซีดานขนาดกลาง ที่วางจำหน่ายในช่วงปี 1966 ถึง 1972 นำเข้ามาโดนบริษัท กิจกมลสุโกศล และถ้าหากถามกันจริง ๆ แล้ว ก็เป็นรถที่ไม่ได้โดดเด่นในด้านใดเท่าไหร่

แต่ Mazda Luce มีความสำคัญมากกว่านั้นเยอะ เนื่องจากนี่คือรถญี่ปุ่นรุ่นแรก ๆ ที่ออกแบบโดยดีไซเนอร์ชาวอิตาเลี่ยนชื่อดังอย่าง Giogetto Giugiaro ขณะทำงานอยู่ที่สำนักออกแบบ Bertone ผลลัพธ์ที่ออกมานั้น ถ้าหากแปะตรา Alfa Romeo หรือ Lancia ก็คงจะได้รับคำชื่นชมจากผู้คนทั่วโลกว่าเป็นงานดีไซน์ที่ชดช้อย แต่ในเมื่อมันแปะตรา Mazda ก็คงมีแต่คนเล่นรถที่จะรู้จักกัน

ตัวแวน หายากมากกกก

Mazda Luce มีตัวถังแบบสเตชั่นแวกอนให้เลือกด้วย อีกทั้งยังมีรุ่นคูเป้ Luce R130 ซึ่งใช้เครื่องยนต์โรตารี่ ขับเคลื่อนล้อหน้าคล้ายกับ NSU Ro80 แต่ก็หายากมาก ๆ แม้แต่ในระดับโลกครับ

Mitsubishi Lancer EX

กลับมาสู่รถที่คนคุ้นเคยกันมากอย่าง Mitsubishi Lancer EX (มิตซูบิชิ แลนเซอร์ อีเอกซ์) กันนะครับ แม้ว่าจะเป็นเพียงรถซีดาน C-Segment ที่หาได้ง่าย แต่นั่นทำให้เราอาจจะไม่ทันสังเกตถึงดีไซน์ของรถรุ่นนี้ ซึ่งมีความดุดัน แต่ไม่ยุ่งเหยิง อีกทั้งยังสปอร์ตและโดดเด่น มองพริบตาเดียวก็รู้ว่าเป็น Mitsubishi อย่างแน่นอน

Mitsubishi Lancer EX ในประเทศไทย มีเครื่องยนต์ให้เลือก 2 แบบ ขนาด 1.8 ลิตร และ 2.0 ลิตร จับคู่กับเกียร์ธรรมดา หรือเกียร์อัตโนมัติ CVT ซึ่งก็ไม่ได้มีความพิเศษอะไรขนาดนั้น แต่ตัวถังนี้มีดีไซน์แทบไม่ได้ต่างจากรถแรลลี่ระดับตำนานอย่าง Mitsubishi Lancer Evolution X เลยครับ

หน้าฉลามยุครุ่งเรืองของ Mitsubishi

แน่นอนว่าหลายท่านก็นำ Mitsubishi Lancer EX ไปทำเป็น Evo กันมาก แต่ถ้าหากท่านเจอ Lancer EX ตัว 1.8 ธรรมดา เราอยากให้ท่านลองหยุดและสังเกตมันดูดี ๆ ครับ ท่านอาจจะพบความงามที่มองข้ามไปมาตลอดหลายปีที่รถรุ่นนี้วิ่งอยู่บนท้องถนนประเทศไทย

Lancia Beta Coupe

ถ้าหากมีปาฏิหาริย์ให้ย้อนเวลากลับไป แล้วคุณขับ Lancia Beta Coupe (ลานซิอา เบต้า คูเป้) ไปยังสถานบันเทิงชื่อดังในกลางยุค 80 แทบทุกคนก็จะเหลียวมองรถสปอร์ตสองประตูคันนี้ วางจำหน่ายตั้งแต่ปี 1972 ถึง 1984 Lancia Beta Coupe เป็นรถที่มีดีไซน์เรียกได้ว่าอยู่เหนือกาลเวลาเลยทีเดียว

Lancia Beta Coupe ใช้เครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตรแบบ 4 สูบแถวเรียง Twin Overhead Camshaft ขับเคลื่อนล้อหน้า ในยุคสมัยที่มันใหม่ ๆ มีพละกำลังถึง 115 แรงม้า ซึ่งหาตัวจับได้ยากเลยทีเดียว แต่ก็ไม่จำเป็นต้องขับเร็วหรอกครับ แค่ขับมาจอด แม้แต่คนขับยังอยากลงมามองรถตัวเองเลยครับ

ขอบคุณภาพจากกลุ่ม คาร์สปอตติ้งไทยแลนด์

น่าเสียดายที่ Lancia Beta Coupe ก็ประสบปัญหาเดียวกับรถอิตาเลี่ยนหลาย ๆ รุ่นในยุคสมัยของมัน ทั้งระบบไฟฟ้าที่รบกวนจิตใจ และตัวถังซึ่งผุหายทั้งชิ้นได้ในเวลา 5 ปี และทุกวันนี้ก็ได้ขึ้นหิ้งเป็นรถคลาสสิคหายากไปเรียบร้อยแล้ว จนหลายคนอาจจะไม่รู้ว่า ยุคหนึ่งสมัยหนึ่ง รถรุ่นนี้ได้รับความนิยมขนาดไหนกัน

BMW 3 Series E30

BMW 3 Series E30 (บีเอ็มดับเบิ้ลยู 3 ซีรี่ย์ อี30) อาจจะไม่ใช่ซีรี่ย์ 3 รุ่นแรก แต่มันคือรุ่นที่ทำให้ชื่อของ BMW ในประเทศไทยติดหูมาจนถึงทุกวันนี้ ถ้าหาก Lancia Beta Coupe มันเก่าและจุกจิกเกินไป BMW E30 ก็เป็นรถสำหรับท่านที่อยากจะมีความโก้เก๋ในยามค่ำคืน

สิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับ BMW E30 ก็คือ ในตอนที่มันเป็นรถใหม่นั้น ราคาจำหน่ายไม่ได้สูงไปกว่ารถญี่ปุ่นตัวท๊อปเท่าไหร่เลย แต่ชื่อชั้นของ BMW ที่มีความเป็นรถยุโรปนั้นเหนือกกว่ามาก ในไทยมีเครื่องยนต์ให้เลือก 2 แบบ คือ 1.6 ลิตร คาร์บูเรเตอร์ และ 1.8 ลิตรหัวฉีด

คู่เด่นประจำ Rest Area

BMW E30 แม้จะไม่ได้มีความหวือหวา แต่ดีไซน์ที่ออกแบบโดย Claus Luthe นั้น ติดตาติดใจคนทั่วโลกเสียจนแม้ในปัจจุบันจะเปิดตัวมาเกือบ 40 ปีแล้ว ภาพของความเป็น BMW ก็ยังคงอยู่ที่ BMW E30 นี้ และถ้าหากมีชุดแต่งเล็กน้อย ใส่ล้อสวย ๆ ของ Alpina สักนิด ผมเชื่อครับว่าถ้าขับ BMW E30 มาพร้อมกับ BMW 3 Series รุ่นปัจจุบัน คนจะสนใจ E30 มากกว่าเสียอีก

Mazda 3

Mazda 3 (มาสด้า 3) เป็นอีกหนึ่งรถ Compact C-Segment ที่มีดีไซน์โดดเด่นที่สุดในยุคสมัยของมัน และถ้าหากจะเราให้เลือกรุ่นใดรุ่นหนึ่ง ก็คงต้องเป็นตัวปัจจุบันที่กำลังวางจำหน่ายอยู่นี่แหละครับ

Mazda 3 Skyactiv รุ่นปี 2018 ปัจจุบันนี้ ถูกออกแบบโดยใช้แนวคิด Kodo Design ที่นับได้ว่าเป็นแนวคิดการออกแบบที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดแนวคิดหนึ่ง เส้นสายนั้นมีความละเอียด พื้นผิวของตัวถังซับซ้อนกว่าที่ตาเห็น และแม้บางคนจะล้อเลียนว่าเส้นข้างรถเหมือนโดนชนตั้งแต่ออกจากโรงงาน แต่เมื่อเห็นตัวจริงแล้วนั้น เราก็จะพบว่ามันเป็นดีไซน์ที่มีความซับซ้อนมากกว่าที่รูปจะสามารถบ่งบอกออกมาได้

ภาพนี้คือครั้งแรกที่เราเห็น Mazda 3 ตัวปัจจุบัน สวยจนต้องถ่ายเก็บไว้

จึงเป็นเรื่องน่าเสียดายยิ่งที่ Mazda 3 Skyactiv ไม่ประสบความสำเร็จในด้านยอดขายนัก เนื่องจากโดนเพื่อนร่วมค่ายอย่าง Mazda CX-30 (มาสด้า ซีเอกซ์30) ที่เป็นรถ Crossover แย่งชิงลูกค้าไปหมด แต่เราก็ยังมองว่า Mazda 3 ที่มีตัวถังปราดเปรียวกว่านั้น มีรูปลักษณ์สวยงามกว่าเยอะครับ

Citroen DS

มาถึงจุดนี้หลายท่านอาจจะบอกว่า เฮ้ย โกงหรือเปล่า Citroen DS (ซีตรอง ดีเอส) ระดับตำนานเนี่ยนะเรียกว่ารถบ้าน ๆ แท้จริงแล้วในยุคสมัยของมันตั้งแต่เปิดตัวในปี 1955 Citroen DS ไม่ได้เป็นอะไรมากกว่ารถซีดานสำหรับครอบครัวที่มีฐานะดีหน่อย ก็เท่านั้นแหละครับ

Citroen DS ไม่ได้มีราคาจำหน่ายที่โดดไปไกล แต่เทคโนโลยีที่ใส่มาให้นั้นเต็มคัน ทั้งระบบช่วงล่าง Hydropneumatic ไฟหน้าเลี้ยวตามพวงมาลัย เกียร์ Semi-Automatic ซึ่งเมื่อถูกรวมอยู่ในบอดี้ที่ล้ำสมัยเสียจนเราต้องถามว่านี่รถปี 1955 หรือปี 2015 ในปัจจุบันนี้ Citroen DS ได้ถูกนำขึ้นหิ้งเป็นรถคลาสสิคระดับโลกไปแล้ว และเราก็ไม่แปลกใจ มันไม่ได้แค่ล้ำ แต่ดีไซน์นั้น เพียงแค่มองภาพ เราก็นึกถึงถนนสายแฟชั่นในปารีสแล้ว

ยุคนั้นประสิทธิภาพเหนือชั้น รถอื่นเทียบได้ยาก

ทั้งหมดนี้ก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงความจริงว่า Citroen DS เคยเป็นรถที่ขายดีมากทั่วโลก รวมไปถึงในประเทศไทยเองก็ได้รับความนิยมชมชอบ สร้างชื่อของ Citroen ให้ติดหูคนไทยเรื่อยมา แม้แต่ในปัจจุบันก็ยังมีคนที่ทราบว่ารถรุ่นนี้สามารถวิ่ง 3 ล้อได้นะครับ

สรุป

การรวบรวมครั้งนี้ แน่นอนนะครับว่าเป็นการรวบรวมที่ใช้ความคิดเห็นส่วนตัวเพียงเท่านั้น และท่านอาจจะมีความคิดเห็นที่แตกต่างไปสำหรับรถที่มีรูปลักษณ์หน้าตาโดดเด่น สวยงามจนชวนหลง ถ้าหากท่านคิดว่ามีรถรุ่นไหนที่เราลืม หรือไม่เห็นด้วยว่ารถบางรุ่นนั้นสวย สามารถแสดงความคิดเห็นได้บนหน้าเพจ Facebook Autofun Thailand ครับ

รีวิว

รถใหม่ล่าสุด