รู้จักระบบ EyeSight X อาวุธลับส่ง Subaru Levorg คว้ารถแห่งปีญี่ปุ่น ลุ้นมาไทยเร็ว ๆ นี้

May · Jan 2, 2021 10:25 AM

2020 Subaru Levorg (ซูบารุ เลอวอร์ก) เพิ่งคว้ารางวัลรถยอดเยี่ยมแห่งปีของญี่ปุ่นมาครองได้สำเร็จ หนึ่งในคุณสมบัติสำคัญก็คือ EyeSight X ระบบความปลอดภัยสุดล้ำเวอร์ชั่นใหม่

EyeSight เวอร์ชั่นเริ่มแรกคือระบบ Active Driving Assist (ADA) หรือระบบช่วยเหลือการขับขี่เชิงรุก ติดตั้งครั้งแรกใน Subaru Legacy (ซูบารุ เลกาซี่) ออกจำหน่ายปี 1999 ก่อนที่ชื่อระบบดังกล่าวจะถูกเปลี่ยนเป็น EyeSight ในปี 2008 พร้อมสโลแกนว่า “รถยนต์ที่ปราศจากการชน”

ระบบ EyeSight ได้รับการยอมรับอย่างมากจากทั้งลูกค้าผู้ใช้งานจริงและค่ายรถยนต์รายอื่น ๆ ที่ทยอยพัฒนาระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ Advanced Driver Assistance System หรือ ADAS ตามมา ก่อนที่ระบบเหล่านี้จะถูกต่อยอดมาจนถึงระบบขับขี่กึ่งอัตโนมัติในปัจจุบัน

พัฒนาการล่าสุดจนเป็น EyeSight เจนใหม่

ค่ายรถตราดาวลูกไก่เปิดตัว EyeSight เจนเนอเรชั่นใหม่ในเดือนมกราคม 2020 ต่อมาในเดือนสิงหาคม มีการจัดทดสอบลองขับในประเทศญี่ปุ่น เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนได้ทดลองประสิทธิภาพของ EyeSight รุ่นใหม่และระบบอ็อปชั่นเสริมที่เรียกว่า EyeSight X

ระบบ EyeSight รุ่นใหม่ได้รับการปรับปรุงฮาร์ดแวร์หลายส่วน ไม่ว่าจะเป็นกล้องตรวจจับที่มีขนาดเล็กลงแต่แม่นยำมากขึ้น มีการเปลี่ยนซัพพลายเออร์จาก Hitachi Automotive Systems ไปเป็น Veoneer ของสวีเดน และติดตั้งเรดาร์ชุดใหม่ความถี่ 77GHz ที่ด้านหน้าที่สามารถตรวจจับรถจักรยานที่ความเร็วระหว่าง 20 – 60 กม.ต่อชม. เพื่อป้องกันการชน

ศักยภาพของเรดาร์รุ่นใหม่ใน EyeSight เวอร์ชั่นล่าสุดมีความทันสมัยจนผ่านมาตรฐานขั้นต่อไปของ EuroNCap แห่งยุโรปและ JNCap ของญี่ปุ่นที่จะมีผลบังคับใช้ในปี 2021

EyeSight X มีความสามารถอะไรบ้าง

EyeSight X คือระบบอ็อปชั่นเสริมที่เหนือระดับกว่า EyeSight ถูกติดตั้งครั้งแรกใน Subaru Levorg เจนเนอเรชั่นใหม่ที่เพิ่งออกจำหน่ายในแดนปลาดิบช่วงกลางเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ลูกค้าที่ต้องการใช้งานจะต้องควักกระเป๋าจ่ายเพิ่มอีกราว 350,000 เยนหรือประมาณ 102,000 บาท

การทำงานของ EyeSight X มีความแม่นยำมากขึ้นด้วยการทำงานผ่านดาวเทียม มีการสร้างแผนที่แบบสามมิติ ช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ขับขี่ด้วยการยกระดับสู่การขับขี่อัตโนมัติระดับที่ 2 หรือ Level 2

คุณสมบัติของ EyeSight X ที่เพิ่มเติมเข้ามาเมื่อเทียบกับ EyeSight สแตนดาร์ด ได้แก่

  • ระบบควบคุมพวงมาลัยและความเร็วโดยอัตโนมัติในโค้ง
  • ระบบลดความเร็วอัตโนมัติเมื่อต้องผ่านด่านทางด่วน
  • ระบบเปลี่ยนช่องจราจรอัตโนมัติ
  • ระบบออกตัวอัตโนมัติที่ความเร็วต่ำสำหรับใช้งานในการจราจรในเมือง
  • ระบบช่วยควบคุมพวงมาลัยให้ตัวรถวิ่งไปตามถนนโดยอัตโนมัติ

ขณะเดียวกัน EyeSight X ยังมีระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ตามมาตรฐานเดิมครบครัน ไม่ว่าจะเป็นระบบควบคุมความเร็วแปรผัน ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ ระบบแจ้งเตือนก่อนการชน และระบบแจ้งเตือนเมื่อรถออกนอกเลน เป็นต้น

หลังจากติดตั้งระบบ EyeSight X ไว้ใน Levorg จนคว้ารางวัลรถยอดเยี่ยมแห่งปีของญี่ปุ่นมาครองได้แล้ว คาดว่ารถสเตชั่นวากอนแนวสปอร์ตคันนี้จะเข้ามาจำหน่ายในเมืองไทยในปี 2021 หลังจากสามารถทำยอดขายรุ่นเดิมได้น่าพึงพอใจในบ้านเรา แต่จะมาเมื่อไหร่ต้องติดตามชม

ขณะเดียวกัน Subaru จะใช้งาน EyeSight X ใน Forester (ซูบารุ ฟอเรสเตอร์) เป็นรุ่นต่อไปด้วยเช่นกัน แต่ราคาจำหน่ายจะขยับขึ้นไปถึงไหนต้องรอลุ้นกันต่อไป

รีวิว

รถใหม่ล่าสุด