เจาะเวลากับบอริส ย้อนประวัติ Honda City ในไทย กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ ไม่ใช่เพราะโชคช่วย!

Boris · Dec 29, 2020 08:18 PM

Honda City (ฮอนด้า ซิตี้) เป็นหนึ่งในรถยนต์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดบนท้องถนนประเทศไทย และจากการเปิดตัวรุ่นล่าสุดเมื่อช่วงปลายปี 2019 ก่อนที่จะทำการเปิดตัวรุ่น Hybrid และรุ่น Hatchback ในงาน Thailand International Motor Expo 2020

กระแสความนิยมของรถ Honda City ก้าวกระโดดมากขึ้นไปเหนือคู่แข่งรุ่นอื่น ๆ ในเซกเมนท์มาก เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น? เรามีบทความจำนวนมากที่อธิบายเอาไว้ ทั้งรีวิวจากทางเว็บ รีวิวจากทางผู้อ่าน ข้อดีข้อเสีย และโปรโมชั่นราคา ให้เลือกอ่านกัน

สำหรับวันนี้ เราคิดว่าคงจะเป็นโอกาสดีที่จะย้อนรอยประวัติของรถยนต์ที่คนเห็นและได้ยินชื่อกันจนคุ้นตามาตลอด 24 ปีนับตั้งแต่เปิดตัวในต้นปี 1996 โดยส่วนตัวผู้เขียนเอง ก็มีประสบการณ์กับรถยนต์ Honda City ในอดีตถึง 2 คันด้วยกัน เรียกได้ว่ามีความคุ้นเคยกับรถนามว่า Honda City พอสมควร

เชิญอ่านกันได้ครับ

เดี๋ยวก่อนสหาย ข้าพเจ้าชาวอินเตอร์เน็ตรู้ดีว่ารถชื่อ Honda City ไม่ได้เริ่มปี 1996

1983 Honda City Turbo II ในไทยเคยเห็นแค่คันเดียว

ถูกต้องแล้วครับ Honda City ที่แท้จริงแล้วมีจุดเริ่มต้นจากการเป็น City Car Hatchback A-Segment ที่เริ่มต้นผลิตในปี 1981 เป็นรถในตำนานรุ่นหนึ่งที่โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์ทรงเหลี่ยม อีกทั้งยังมีอ๊อปชั่นเสริมเป็นมอเตอร์ไซค์ซึ่งสามารถบรรจุใส่ท้ายรถเอาไว้ได้ชื่อว่า Honda Motocompo

มอเตอร์ไซค์กระเป๋า! Honda Motorcompo

แท้จริงแล้ว Honda มีประวัติการนำเอาชื่อรถรุ่นต่าง ๆ ในอดีต ที่คนลืมไปแล้วว่ามีอยู่ นำกลับมาใช้ในตลาดอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกันแม้แต่นิด

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย ท่านทราบไหมครับว่าชื่อ Honda Jazz (ฮอนด้า แจ๊ซ) ก่อนที่จะกลายมาเป็นรถ Hatchback ขายคู่กับ Honda City นั้น เคยถูกนำชื่อไปใช้กับรถรุ่นอื่น ๆ กี่รุ่น? คำตอบคือ 4 รุ่นครับ ไม่ว่าจะเป็นกับ Honda City AA ตัวแรกนั้นเอง กับมอเตอร์ไซค์ Honda ทรง Cruiser เครื่อง 50cc และกับ Scooter Honda CHF50 ในแคนาดา ที่แปลกที่สุดก็คงเป็นการนำชื่อไปแปะกับ Isuzu Vega แล้วขายในประเทศญี่ปุ่น

กว่าจะคิดชื่อรถมาได้มันใช้เวลานานครับ ต้องใช้ให้คุ้มก่อนถึงจะเลิกขาย

Honda City 1st Generation (SX8): ซิตี้หมิว รถยนต์แห่งชาติที่แท้จริง

Honda City SX8

Honda City เปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทยเมื่อเดือนเมษายน 1996 และเป็นรถที่มีความสำคัญมากกว่าที่หลายคนจะนึกถึง!

แน่นอนว่าหลายท่านอาจจะทราบดีถึงรายละเอียดเกี่ยวกับ Honda City SX8 นี้ ทั้งในเรื่องของการใช้พื้นฐานจาก Honda Civic EF หรือการที่ Honda ทำโฆษณาชุดโดยใช้ วิลลี่ แม็คอินทอช กับ หมิว ลลิตามาเป็นนักแสดง แต่หลายท่านคงไม่ทราบถึงความสำคัญที่สุดของ Honda City นั่นคือ มันเป็นรถยนต์รุ่นแรกที่ถูกพัฒนาโดยมีตลาดประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง Honda City รุ่นแรกนี้ มีจำนวนชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศ Local Content สูงกว่า 70% และในภายหลังกระโดดไปเกือบ 90%

Honda City SX8 รุ่นแรก ใช้เครื่องยนต์ชนิด D13B แบบ 4 สูบ เชื้อเพลิงเบนซิน ขนาด 1.3 ลิตร หัวฉีด สร้างกำลังสูงสุด 95 แรงม้า และในภายหลังมีการเพิ่มรุ่นเครื่องยนต์ D15B 1.5 ลิตร แบบไม่มี VTEC 105 แรงม้า และหลังจากการปรับปรุงโฉมเป็นรุ่น Honda City Type Z ก็มีการเพิ่มเครื่องยนต์แบบ VTEC 115 แรงม้า เข้ามา

รุ่นปรับโฉม Type Z คันนี้ อดีตรถของข้าพเจ้าเองครับ

สิ่งหนึ่งที่หลายคนเข้าใจผิดกันก็คือ Honda City รุ่นแรก แม้ว่าจะใช้พื้นฐานของ Honda Civic EF แต่แทบไม่มีชิ้นส่วนใดที่ใช้ร่วมกันได้เลยแม้แต่นิดเดียว ด้วยเหตุนี้ รวมกับการเป็นรถที่มีจำหน่ายในเพียงประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และประเทศอื่น ๆ ไม่กี่ประเทศ ทำให้อะไหล่ของ Honda City รุ่นแรกนั้น หายากยิ่งกว่า Honda Civic EF ที่ในปัจจุบันก็หาไม่ง่ายเลย

Honda D15B Hyper ไม่มี VTEC

ถึงกระนั้น ด้วยราคาที่ถูก ประสิทธิภาพการขับขี่ที่ดี และความประหยัดน้ำมัน อีกทั้งยังเปิดตัวออกมาก่อน Toyota Soluna อยู่หลายเดือน ทำให้ Honda City รุ่นแรก ได้รับความนิยม ทำให้คนไทยเริ่มคุ้นเคยกับชื่อ Honda City ครับ

Honda City 2nd Generation (GD8): ซิตี้แมลงสาบ

ต่อให้ไม่สวย ก็ต้องเห็นด้วยที่ว่ามันออกแบบมาได้ชาญฉลาด

Honda เปิดตัว City รุ่นที่ 2 (GD8) ในปลายปี 2002 โดยที่ในขณะนั้น Honda เองก็ยังไม่ตัดสินใจที่จะนำ Honda Jazz ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากจนผลิตไม่ทันในญี่ปุ่นเข้ามาขาย และนั่นเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดที่สุดของ Honda ก่อนที่จะเกิดปรากฎการณ์ของ Honda Brio (ฮอนด้า บริโอ้) ขึ้นใน 10 ปีต่อมา

เหตุผลที่สามารถกล่าวเช่นนั้นได้ ก็เพราะว่า Honda City รุ่นที่ 2 GD8 นี้ มีรูปร่างหน้าตาที่ไม่ค่อยจะถูกใจคนไทยเสียเท่าไหร่ แม้ว่าในประเด็นด้วยความอเนกประสงค์จะสามารถทำได้อย่างดีเยี่ยม การขับขี่เบา สบาย นุ่มนวล และประหยัดน้ำมัน

เครื่องยนต์ L15A I-DSI 88 แรงม้า

Honda City GD8 มีรายละเอียดทางวิศวกรรมที่น่าสนใจหลายอย่าง ทั้งการใช้เครื่องยนต์ชนิด L15A I-DSI หัวเทียนคู่ ขนาด 1.5 ลิตร ที่สร้างพละกำลังสูงสุดเพียง 88 แรงม้า จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT

อีกทั้งยังมีการย้ายถังน้ำมันไปไว้ใต้เบาะคนขับเพื่อช่วยให้ด้านท้ายกว้างขวางมากขึ้น

แต่ Toyota Soluna Vios (โตโยต้า โซลูน่า วีออส) ซึ่งเปิดตัวมาในเวลาไล่เลี่ยกัน สามารถตอบสนองความต้องการของคนไทยได้ดีกว่า ทั้งรูปลักษณ์หน้าตาที่ถูกใจกว่า เครื่องยนต์แรง 109 แรงม้า ซึ่งในทางโฆษณานั้นเยอะกว่ามาก อีกทั้งยังประหยัดน้ำมันพอกัน และการขับขี่ก็ทำได้ดีกว่า 

จึงทำให้ Honda City รุ่นที่ 2 ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร แม้แต่เพื่อนร่วมค่ายอย่าง Honda Jazz เองก็มีคนสนใจเยอะกว่า จน Honda ต้องนำมาประกอบขายตามแผนที่วางไว้เป็นแผน 2 แม้ว่าจะไม่อยากทำก็ตาม

รุ่นปรับโฉม Honda City ZX คันนี้ก็อดีตรถของผมเหมือนกันครับ

ตอนหลังมีการเพิ่มเครื่องยนต์ L15A VTEC 110 แรงม้า และปรับปรุงโฉมให้ดูสวยงาม หรูหรา เปลี่ยนชื่อเป็น Honda City ZX ซึ่งก็ช่วยให้ผู้คนสนใจมากขึ้น

ข้างในสบายเหมือนนั่งอยู่ใน Lounge

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย Honda City รุ่นที่ 2 ซึ่งผลิตในไทย ถูกส่งไปขายในประเทศญี่ปุ่นในชื่อ Honda Fit Aria ด้วยนะครับ ซึ่งยอดขายก็ไม่ได้ดีเสียเท่าไหร่ ส่วนมากจะเป็นผู้สูงวัยซื้อกัน Honda Fit/Jazz Hatchback ได้รับความนิยมกว่ามาก

Honda City 3rd Generation (GM2): ซิตี้ที่แก้เกมได้

ใครจะเชื่อว่ามันอายุกว่า 12 ปีเข้าไปแล้ว!

Honda City รุ่นที่ 3 (GM2) เป็นการนำเอาข้อเสียของ Honda City รุ่นที่ 2 ลบออกให้หมดแล้วเสริมจุดเด่นที่ตนเองมีแต่เดิมเข้าไป จนกลายมาเป็น Honda City ที่ประสบความสำเร็จอย่างล้มหลามในที่สุด ถ้าหากถามว่า ข้อเสียที่ถูกลบไปนั้นมีอะไรบ้าง คำตอบก็มีอยู่แค่ 2 ข้อครับ 1. รูปลักษณ์หน้าตา และ 2. การขับขี่ที่ไม่นุ่มนวลเบาสบายเกินไป

เครื่องยนต์ของ Honda City GM2 นั้น ถูกตัดออกให้เหลือเพียงชนิด L15A VTEC และเพิ่มพละกำลังเป็น 120 แรงม้า รวมถึงเปลี่ยนระบบส่งกำลังเกียร์อัตโนมัติจากแบบ CVT เป็นแบบ 5 จังหวะ Torque Converter ด้วย

L15A i-VTEC 120 แรงม้า

แม้ว่าจะไม่แปลกแยก โดดเด่นด้วยงานวิศวกรรมสุดล้ำแบบในรุ่น GD8 แต่ Honda City GM2 ตอบโจทย์การใช้งานของคนในจำนวนที่หลากหลายกว่า และเมื่อคู่แข่งอย่าง Toyota Soluna Vios กลายเป็นรถที่นุ่มนิ่ม โค้งมนมากเกินไป ผู้คนจำนวนมากก็แห่แหนเข้ามาจับจองเป็นเจ้าของ Honda City รุ่นปี 2008 นี้ ซึ่งนั่นก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจเท่าไหร่

สัดส่วนลงตัวกว่ารุ่นก่อนหน้าเยอะ!

เพราะ Honda City รุ่นที่ 3 นั้น มีการขับขี่ที่ดีขึ้นจากเดิมมาก แรง และประหยัดน้ำมัน เมื่อรวมกับรูปลักษณ์หน้าตาที่มีสัดส่วนลงตัวขึ้น อ็อปชั่นต่าง ๆ ก็ไม่ขาด ๆ หาย ๆ โดยรวมแล้ว แม้แต่รถขนาดเดียวกันรุ่นอื่น ที่ยังขายอยู่ในปัจจุบัน ก็ไม่ได้เหนือกว่า Honda City อายุ 13 ปีรุ่นนี้ไปเสียเท่าไหร่เลย

ท้ายเริ่มไปละม้ายคล้ายรถแบรนด์เยอรมันรุ่นหนึ่ง?!

นอกเหนือจากนี้ Honda City รุ่นที่ 3 ยังเป็น Honda City รุ่นแรกที่มีการใช้พลังงานทางเลือก เปิดตัวรุ่น Honda City CNG มาในยุคสมัยที่ก๊าซธรรมชาติเป็นพลังงานที่ได้รับความนิยมอีกด้วย

Honda City 4th Generation (GM6/7): ซิตี้ที่เป็นของคนทั้งโลก

ถ้ารุ่นเก่าสวยแล้ว รุ่นนี้สวยกว่าเดิมอีก!

ในเมื่อ Honda City รุ่นที่ 3 ประสบความสำเร็จขนาดนั้น แล้ว Honda จะทำยังไงต่อไปกับ Honda City รุ่นที่ 4 ละครับ?

Honda City GM6 เปิดตัวในอินเดียปลายปี 2013 และในไทยตามมาในต้นปี 2014 อีกทั้งยังเป็นรุ่นที่มีการส่งไปขายในประเทศต่าง ๆ มากกว่ารุ่นก่อนหน้า และขายได้ดีพอสมควร ในญี่ปุ่นถูกวางจำหน่ายในชื่อ Honda Grace

ภายในคือจุดที่ถูกปรับปรุงมากที่สุดในรุ่นที่ 4

ชูจุดเด่นด้วยการเป็น Honda City ที่ไม่ได้ต่างจากรุ่นที่ 3 อะไรขนาดนั้นเลย? เอ๊ะ ฟังดูแปลก ๆ ไหมครับ? แน่นอนครับ ถ้าหากคุณมีสูตรที่ทำรถให้ซักรุ่นประสบความสำเร็จอยู่แล้ว แล้วคุณจะเปลี่ยนสูตรนั้นทำไม? Honda City รุ่นที่ 4 จึงเป็นเหมือนการเติมแต่งรุ่นที่ 3 ให้ดีขึ้นในทุก ๆ ด้านแทนการเปลี่ยนแปลงอย่างสิ้นเชิง

Honda City รุ่นที่ 4 ยังคงใช้เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร แบบ L15 แต่เปลี่ยนจาก L15A เป็น L15Z VTEC ซึ่งมีการปรับปรุงจุดต่าง ๆ จนพละกำลังลดลงเหลือ 117 แรงม้า และจับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ CVT แทนเกียร์ 5 จังหวะแบบเดิม ซึ่งไม่ว่าท่านจะชอบหรือไม่ชอบยังไงก็ตาม เราต้องยอมรับว่า Honda City เครื่อง 1.5 ลิตรนี้ ยังคงมีประสิทธิภาพที่ดี ใช้งานได้ยอดเยี่ยม ประหยัดน้ำมันและแรง

ดูยังไงก็รู้ว่าเป็น Honda City

ในด้านของรูปลักษณ์นั้นเป็นการนำเอาธีมการออกแบบเดิม เหลี่ยมสันดุดัน และสัดส่วนที่เป็นเอกลักษณ์ของรุ่นที่ 3 มาปรับตกแต่งให้เข้ากับยุคสมัย ส่วนในด้านของช่วงล่างก็ทำให้นุ่มนวลขึ้นเล็กน้อย สะดวกสบายมากขึ้น

แท้จริงแล้ว ในเดือนท้าย ๆ ที่ Honda City รุ่นที่ 4 วางจำหน่ายนั้น ยอดขายก็ยังคงอยู่ในระดับหัวตารางอยู่ครับ และบางที Honda ก็อาจจะยังไม่จำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนรุ่นเลย ในแบบเดียวกับที่ Honda Jazz ยังคงขายอยู่ในปัจจุบัน แต่ถ้าเราไม่ขยับตัว บางทีคู่แข่งก็อาจจะแซงหน้าเราไปได้ จริงไหมครับ?

Honda City 5th Generation (GN): ซิตี้ที่ตราตรึงใจคนทั่วประเทศท่ามกลางภัยพิบัติของปี 2020

2019 Honda City Turbo RS

Honda City รุ่นที่ 5 ซึ่งเป็นรุ่นปัจจุบัน เปิดตัวในเดือนพฤษจิกายน 2019 และชูโรงความโดดเด่นด้วยการเป็นเจ้าเทคโนโลยีที่ก้าวกระโดด นำเครื่องยนต์สุดล้ำ 1.0 Turbo 3 สูบมาใส่ให้คนสงสัยกันว่าขึ้นภูทับเบิกไหวหรือไม่

ในด้านของดีไซน์ ในมุมมองของเราคิดว่า ก็มีความสวยงามลงตัว หรูหราและสปอร์ต บางมุมแอบไปละม้ายคล้ายกับรถยนต์แบรนด์ยุโรปค่ายหนึ่ง และถ้าเทียบกับคู่แข่งรุ่นอื่น ๆ เช่น Nissan Almera (นิสสัน อัลเมร่า) และ Mazda 2 (มาสด้า 2) ดีไซน์ของ Honda City รุ่นที่ 5 กลับชวนให้อยากได้อะไรที่มันหวือหวาและโดดเด่นกว่านี้

แต่เราพูดแบบเดียวกันในประเด็นของงานวิศวกรรมไม่ได้เลย

P10A6 122 แรงม้า

Honda City รุ่นที่ 5 หรือ GN นี้ เปิดตัวมาด้วยเครื่องยนต์ Earth Dreams ชนิด P10A6 แบบ 3 สูบ ขนาด 1.0 ลิตร พ่วงด้วยเทอร์โบชาร์จเจอร์ และใช้ระบบหัวฉีดแบบ Direct Injection พร้อม i-VTEC สร้างพละกำลังสูงสุด 122 แรงม้า และเป็นแรงม้าที่สามารถขุนต่อได้อีกเยอะด้วย

ทางเราได้ข่าวมาว่า เมื่อผ่านระบบส่งกำลังอัตโนมัติ CVT แล้ว Honda City Turbo นั้นมีอัตราเร่งที่เทียบเท่ากับรถสปอร์ตระดับ 1.6-2.0 ลิตร ในตำนานหลายรุ่นกันเลยทีเดียว

เมื่อรวมกับการขับขี่ที่ดี และอุปกรณ์พื้นฐานที่ครบถ้วน แม้ว่าราคาจำหน่ายจะสูงพอสมควรเมื่อเทียบกับคู่แข่ง แต่กลุ่มลูกค้าก็มองว่า Honda City รุ่นที่ 5 นี้มีความคุ้มค่ามากพอที่จะจับจอง ส่งผลให้ยอดขายนั้นพุ่งสูง นำคู่แข่งทะลุตารางไปมาก เป็น Honda City ที่ประสบความสำเร็จท่ามกลางภัยของเชื้อโรคร้าย และคู่แข่งที่มีจำนวนมากขึ้นกว่าตอนเปิดตัวชื่อ Honda City ครั้งแรกประมาณ 7 เท่าตัว

บอกไม่ถูกเหมือนกันครับว่าไปคล้ายกับรถแบรนด์ไหน?

นอกเหนือจากนี้ยังมีการเปิดตัวรุ่น Hatchback ซึ่งจะมาแทน Honda Jazz ในอีกไม่ช้า อันเป็นการสืบทอดตำนานของชื่อ Honda City แทน และในขณะเดียวกัน ก็มีรุ่น Hybrid e:HEV มาสร้างกระแสของความเป็นที่สุดแห่งเจ้าเทคโนโลยีในรถยนต์ระดับ B-Segment

2020 Honda City Hatchback Turbo RS

บางทีเราก็สงสัยนะครับ ว่าถ้า Honda City รุ่นที่ 5 มีดีไซน์ที่ล้ำและสวยงามยิ่งขึ้นไปกว่านี้ และราคาเป็นมิตรกว่านี้ จะฆ่าคู่แข่งตายหมดทั้งตารางเลยหรือไม่?

สุดท้ายนี้

ถ้าหากเรื่องราวของ Honda City ทั้ง 5 รุ่นที่ขายในไทยนั้น จะสอนอะไรเราบางอย่าง ก็คงจะเป็นเรื่องของการมีพื้นฐานที่ดีก่อนจะต่อยอดไปสู่สิ่งอื่นที่ใหญ่โตมากกว่านั้น

Honda City ใช้เวลา 24 ปี ในการสร้างชื่อให้ติดหูติดตาคนไทยในปัจจุบัน การเริ่มต้นนั้นไปได้ดี แต่ไม่ใช่ทุกหนทางที่จะประสบความสำเร็จ

Honda City Type Z

แต่เมื่อเราค้นพบสูตรที่เข้ากับความต้องการของผู้คนแล้ว เราก็ควรที่จะยึดมั่นในสูตรนี้ต่อไป ในขณะเดียวกัน ก็ต้องต่อเติม ต่อยอด”สูตรของความสำเร็จ”นี้ อย่าละเลยถึงความสำคัญของอนาคต และอย่าทะนงตนว่าข้าใหญ่โต แข็งแกร่ง ไม่มีใครมาล้มข้าได้หรอก

Honda City รุ่นปัจจุบัน เพิ่งเปิดตัว และประสบความสำเร็จเหนือกว่าคู่แข่ง แต่ใครจะไปรู้ ถ้าหากตลาดรถยนต์เปลี่ยนแปลงไป ก็อาจจะมีคู่แข่งใหม่เข้ามาตีได้ ไม่มีอะไรจีรังยั่งยืน

Honda เองก็คงจะทราบถึงความจริงนี้ดีครับ จึงได้ปรับเปลี่ยน Honda City ไปตามกาลเวลาที่เปลี่ยนแปลงอย่างทันท่วงที ด้วยการเปิดตัวรุ่น e:HEV นำร่องกระแสของ “รถถ่าน” เราจะไม่แปลกใจถ้าซักวันเราได้ขับ Honda City พลังงานไฟฟ้า 100%

จนกว่าจะถึงวันนั้น ก็ขอให้มีความสุขกับ Honda City ที่เรามีอยู่กันนะครับ

 

รีวิว

รถใหม่ล่าสุด