เทียบสเปก 2019 Hyundai H1 Deluxe กับ Toyota Majesty Standard รถอเนกประสงค์ค่าตัว 1.7 ล้านบาท

May · Jul 23, 2020 01:44 PM

ตลาดรถอเนกประสงค์ 11 ที่นั่งอาจมีขนาดไม่ใหญ่มากนัก แต่ก็มีการแข่งขันกันอย่างน่าติดตาม นำโดย2019 Hyundai H1 (2019 ฮุนได เอช1) รถอเนกประสงค์รุ่นยอดนิยมที่คอรถยนต์ชาวไทยรู้จักกันดี

การกำหนดราคาที่ค่อนข้างย่อมเยาของ H1 รถอเนกประสงค์จากแดนโสมขาวทำให้พ่อบ้านที่สนใจรถครอบครัวขนาดใหญ่เทใจให้อย่างล้นหลาม ก่อนที่ Toyota จะเปิดตัว 2019 Toyota Majesty (2019 โตโยต้า มาเจสตี้) ด้วยระดับราคาเหลื่อมสูงกว่าเล็กน้อย กลายเป็นอีกทางเลือกในเซกเมนท์นี้

H1 มีราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 1.329 ล้านบาทไปจนถึงรุ่นท็อป 1.729 ล้านบาท ซึ่งรุ่นสูงสุดนี้เองที่ไปทับซ้อนกับตัวล่างสุดของ Majesty รุ่น Standard เคาะอยู่ที่ 1.709 ล้านบาท เราจึงขอนำสเปกของทั้งสองรุ่นมาเปรียบเทียบกันว่าใครมีดีมีเด่นน่าจับจองเป็นเจ้าของ

มิติตัวถัง

  Hyundai H1 Toyota Majesty
ความยาว 5,169 มม. 5,265 มม.
ความกว้าง 1,920 มม. 1,950 มม.
ความสูง 1,925 มม. 1,990 มม.
ระยะฐานล้อ 3,200 มม. 3,210 มม.
ระยะต่ำสุดจากพื้น 190 มม. ไม่ระบุ
รัศมีวงเลี้ยวแคบสุด 5.6 เมตร 5.5 เมตร

ขนาดตัวถังของ Majesty มีขนาดใหญ่กว่าเล็กน้อยในทุกมิติ ทั้งความยาว ความกว้าง และความสูง ขณะที่ระยะฐานล้อก็ยาวกว่าด้วย แต่ในขณะเดียวกัน รัศมีวงเลี้ยวของรถอเนกประสงค์สัญชาติญี่ปุ่นกลับแคบกว่า

ระบบขับเคลื่อน

  Hyundai H1 Toyota Majesty
เครื่องยนต์ ดีเซล 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว เทอร์โบแปรผัน ดีเซล 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว เทอร์โบแปรผัน
ความจุ 2.5 ลิตร / 2,497 ซีซี 2.8 ลิตร / 2,755 ซีซี
พละกำลัง 175  แรงม้าที่ 3,600 รอบต่อนาที 163 แรงม้าที่ 3,600 รอบต่อนาที
แรงบิด 441 นิวตันเมตรที่ 2,000 – 2,250 รอบต่อนาที 420 นิวตันเมตรที่ 1,600 – 2,200 รอบต่อนาที
ระบบส่งกำลัง เกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด พร้อมซีเควนเชียล ชิฟท์ เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อมซีเควนเชียล ชิฟท์
ระบบขับเคลื่อน ขับเคลื่อนล้อหน้า ขับเคลื่อนล้อหน้า
ความจุถังน้ำมัน 75 ลิตร 70 ลิตร

หัวใจขับเคลื่อนของรถอเนกประสงค์ทั้งสองรุ่นใช้เครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ พ่วงเทอร์โบแปรผันเหมือนกัน แต่แตกต่างกันที่ความจุ โดย H1 มีขนาดเล็กกว่าแต่รีดพละกำลังทั้งแรงม้าและแรงบิดได้มากกว่า ส่วนขุมพลังของ Majesty เป็นบล็อกเดียวกับที่ใช้อยู่ในรถกระบะ Revo มาพร้อมเกียร์อัตโนมัติแบบ 6 สปีดที่ล้ำสมัยกว่า H1 เล็กน้อย

ระบบกันสะเทือนหน้าของ H1 เป็นแบบแม็คเฟอร์สันสตรัท ด้านหลังเป็นแบบ 5 ลิงค์พร้อมคอยล์สปริง ส่วน Majesty ด้านหน้าเป็นแมคเฟอร์สันสตรัท ด้านหลังแบบบ 4 ลิงค์ คอยล์สปริง และเหล็กกันโคลง รถอเนกประสงค์ทั้ง 2 รุ่นใช้ดิสก์เบรก 4 ล้อ

รูปลักษณ์และอุปกรณ์อำนวยความสะดวก

H1 รุ่นสูงสุด Deluxe มาพร้อมไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์ พร้อมระบบเปิด-ปิดอัตโนมัติ มีเดย์ไลท์ LED ไฟตัดหมอก ไฟท้ายแบบ LED กระจกมองข้างปรับและพับด้วยไฟฟ้าพร้อมไฟเลี้ยว LED กระจังหน้าโครเมียมสลับดำ เสาอากาศแบบสั้น คิ้วป้ายทะเบียนหลังโครเมียม มีสปอยเลอร์หลังพร้อมไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED ประตูสไลด์ไฟฟ้าสองข้าง พร้อมรีโมท มีไฟส่องพื้นที่กระจกมองข้าง ล้อขนาด 16 นิ้ว หุ้มยาง 215/70 R16

ภายในห้องโดยสาร เบาะหุ้มหนัง โดยเบาะแถวที่ 2 ปรับหมุน 180 องศา ตกแต่งด้วยลายไม้ กระจกแบบ flush glass ที่ประตูสไลด์ พนักพิงศีรษะแบบปีกผีเสื้อ มีระบบเบาะอุ่น/เย็นสำหรับคนขับ พวงมาลัยและหัวเกียร์หุ้มหนัง กระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติ

ทางด้าน Majesty รุ่นล่าง Standard มาพร้อมการตกแต่งด้วยโครเมียมทั้งกระจังหน้า กระจกมองข้าง และมือจับเปิดประตู กันชนหน้าสีเดียวกับตัวรถพร้อมตกแต่งด้วยโครเมียม มีสเกิร์ตรอบคัน สปอยเลอร์หลัง คิ้วกันกระแทกด้านข้าง ไฟหน้าและไฟท้าย LED กระจกมองข้างปรับและพับเก็บด้วยไฟฟ้า มีกลไกช่วยปิดประตูสำหรับประตูบานสไลด์ซ้าย-ขวา และประตูท้าย ส่วนล้อมีขนาด 17 นิ้ว หุ้มยาง 235/60R17

ภายในห้องโดยสาร พวงมาลัยหุ้มหนังสังเคราะห์ มาตรวัดเรืองแสง จอแสดงข้อมูลการขับขี่ MID เบาะนั่งหุ้มหนังและหนังสังเคราะห์ และกระจกมองหลังแบบปรับลดแสงสะท้อน

ฟังก์ชั่นอำนวยความสะดวกเด่น ๆ ของ Hyundai H1 รุ่น Deluxe มีดังนี้

- ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ พร้อมปุ่มควบคุมแยกสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง

- ช่องเสียงไฟ 12V จำนวน 2 ตำแหน่ง

- ปุ่มควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัย

- ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ

- ช่องจ่ายไฟ USB สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง 2 ตำแหน่ง

- ที่ชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย

- เครื่องเสียง DVD หน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว รองรับแอปเปิล คาร์เพลย์

- ช่องเสียบ USB / AUX / HDMI และการเชื่อมต่อ Bluetooth

- ระบบนำทาง GPS

- ระบบ WiFi เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต

- จอภาพ LCD ติดเพดานพับไฟฟ้าแบบ Full HD 13.3 นิ้ว พร้อมช่องต่อ USB, HDMI และ Mirror Link

- ลำโพง 6 ตำแหน่ง

ฟังก์ชั่นอำนวยความสะดวกเด่น ๆ ของ Toyota Majesty รุ่น Standard มีดังนี้

- ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ 2 ตอน

- ช่องจ่ายกระแสไฟฟ้า 12 โวลต์         2 ตำแหน่ง

- ช่องต่ออุปกรณ์เสริม USB 7 ตำแหน่ง

- ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ

- ระบบสตาร์ทอัจฉริยะ (Push Start)    

- ระบบเปิดประตูอัจฉริยะ (Smart Entry)

- ระบบ T-connect TELEMATICS

- เครื่องเล่น DVD/CD จอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว รองรับ Bluetooth

- ลำโพง 6 ตำแหน่ง

ฟังก์ชั่นอำนวยความสะดวกพื้นฐานอยู่ในระดับใกล้เคียงกัน แต่ H1 ดูจะตอบโจทย์การใช้งานสำหรับพ่อบ้านมากกว่าด้วยการติดตั้งจอภาพ LCD ติดเพดานพับไฟฟ้าแบบ Full HD 13.3 นิ้วมาให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐานซึ่งเหมาะสำหรับการสร้างความบันเทิงให้สมาชิกในครอบครัวบนเบาะแถวที่ 2, 3 และ 4 นอกจากนี้ยังมี WiFi เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตมาให้ด้วย

ระบบความปลอดภัย

ระบบความปลอดภัยเด่น ๆ ของ Hyundai H1 รุ่น Deluxe มีดังนี้

- ถุงลมนิรภัย 4 ตำแหน่ง ได้แก่ คู่หน้า และด้านข้างตอนหน้า

- ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก ABS

- สัญญาณเตือนกะระยะถอยหลัง

- ระบบกล้องมองภาพรอบทิศทางอัจฉริยะ

- ระบบควบคุมเสถียรภาพ ESP

ระบบความปลอดภัยเด่น ๆ ของ Toyota Majesty รุ่น Standard มีดังนี้

- ถุงลมนิรภัย 9 ตำแหน่ง ได้แก่ คู่หน้า, หัวเข่าคนขับ, ด้านข้างในห้องผู้โดยสารด้านหน้า, บริเวณม่านในห้องผู้โดยสารด้านหน้าและหลัง

- ระบบเบรก ABS และเสริมแรงเบรก BA

- ระบบควบคุมการทรงตัว VSC และระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TRC

- ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAC

- ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง (BSM)

- ระบบช่วยเตือนขณะถอยรถ RCTA

- กล้องมองภาพขณะถอยหลัง (Back Camera)

- กล้องวีดิโอบันทึกภาพติดรถยนต์ (DVR)

ถึงแม้จะเป็นรุ่นเริ่มต้น แต่ระบบความปลอดภัยใน Toyota Majesty รุ่น Standard จัดมาให้ครบครัน ไม่ว่าจะเป็นเชิงป้องกันอย่างระบบควบคุมเสถียรภาพการขับขี่ ระบบแจ้งเตือนต่าง ๆ ไปจนถึงเชิงปกป้องที่มีถุงลมนิรภัย 9 ตำแหน่งสำหรับผู้โดยสารทุกที่นั่ง ขณะที่ H1 มีเฉพาะระบบความปลอดภัยมาตรฐาน สิ่งหนึ่งที่รถทั้งสองรุ่นมีเหมือนกันคือกล้องมองภาพขณะถอยหลังที่มีความจำเป็นอย่างมากสำหรับรถครอบครัวขนาดใหญ่เช่นนี้

ราคาจำหน่าย

Hyundai H1 รุ่น Deluxe ราคา 1,729,000 บาท

Toyota Majesty รุ่น Standard ราคา 1,709,000 บาท

สรุป

Hyundai H1 มีค่าตัวสูงกว่าเล็กน้อย แต่จำนวนเงินที่แตกต่างกัน 2 หมื่นบาทอาจไม่ใช่ปัจจัยหลักที่นำไปสู่การเลือกใช้รถอเนกประสงค์ 11 ที่นั่งสักคัน หากเป็น “แบรนด์” ที่อาจเป็นตัวแปรสำคัญ เนื่องจากผู้ที่นิยมรถกระแสหลักและแบรนด์เจ้าตลาดส่วนใหญ่อาจหันไปหา Toyota Majesty ที่อุ่นใจได้มากกว่าในด้านบริการหลังการขาย โดยเฉพาะเมื่อหมดระยะประกัน 3 ปีไปแล้ว

อีกหนึ่งกุญแจที่จะนำไปสู่การตัดสินใจเลือกซื้อก็คือระบบความปลอดภัยซึ่งพ่อบ้านหรือหัวหน้าครอบครัวทั้งหลายย่อมให้ความสำคัญเป็นลำดับต้น ๆ เพื่อความอุ่นใจในการเดินทางของครอบครัว และ Majesty ก็ตอบโจทย์ได้มากกว่าชัดเจน

กระนั้น H1 ก็ยังคงเป็นรถอเนกประสงค์ขนาดใหญ่ที่ได้รับความนิยมไม่สร่างซา โดยเฉพาะเมื่อรุ่นเริ่มต้นที่มีราคาจำหน่ายย่อมเยากว่าและถือว่าถูกที่สุดในเวลานี้ อุปกรณ์อำนวยความสะดวกอาจลดหลั่นลงไปแต่ก็ให้ความสะดวกสบายได้ไม่แพ้กัน

รีวิว

รถใหม่ล่าสุด