เทียบแฮทช์แบ็กรุ่นเก๋า Honda Jazz RS+ vs Mazda 2 ดีเซล รุ่นไหนน่าใช้กว่ากัน

May · Jul 03, 2020 12:05 AM

Mazda มาสด้า 2 Honda Jazz RS ฮอนด้า แจ๊ซ

ทำตลาดมานานหลายปีแล้วทั้งคู่ สำหรับ  Honda Jazz และ Mazda 2 โฉมปัจจุบันที่ว่ากันว่ากำลังจะถูกเปลี่ยนโฉมโมเดลเชนจ์ในอีกไม่ช้า แต่กระนั้นก็ยังคงความน่าสนใจด้วยกันทั้งคู่

Jazz รุ่นท็อปและรองท็อป RS+ และ RS มีราคาจำหน่ายอยู่ที่ 7.54 แสนบาทและ 7.39 แสนบาทตามลำดับ ย่อมเยากว่าราวครึ่งแสนเมื่อเทียบกับ Mazda 2 รุ่นสูงสุด 1.5 Turbo XDL AT ที่มีราคา 799,000 บาท ขณะที่รุ่นรองลงมาคือ 1.5 Turbo XD AT เคาะค่าตัว 782,000 บาท

ด้วยราคาที่ห่างกันหลายหมื่นเช่นนี้ รถแฮทช์แบ็กทั้งสองรุ่นมีความได้เปรียบ-เสียเปรียบกันมากน้อยเพียงใด เราไปชมสเปกกันเลย

Mazda มาสด้า 2 Honda Jazz RS ฮอนด้า แจ๊ซ

Mazda มาสด้า 2 Honda Jazz RS ฮอนด้า แจ๊ซ

Mazda มาสด้า 2 Honda Jazz RS ฮอนด้า แจ๊ซ

มิติตัวถัง

  Honda Jazz RS+ Mazda 2 1.5 XDL
ความยาว 4,035 มม. 4,065 มม.
ความกว้าง 1,695 มม. 1,695 มม.
ความสูง 1,525 มม. 1,495 มม.
ระยะฐานล้อ 2,530 มม. 2,570 มม.
ระยะต่ำสุดจากพื้น 135 มม. 143 มม.
น้ำหนักรถ 1,086 กก. 1,160 กก.

ถึงแม้เมื่อดูด้วยตาเปล่าจากภายนอก Honda Jazz ดูเหมือนจะมีขนาดใหญ่กว่า แต่ดูจากสเปกชีทจะพบว่าJazz มีตัวถังสั้นกว่าเล็กน้อย ขณะที่ความกว้างเท่ากัน และ Mazda 2 มีตัวถังเตี้ยกว่า อันนำมาซึ่งภาพลักษณ์ของตัวรถที่มีความสปอร์ตปราดเปรียวมากกว่า Jazz

อย่างไรก็ตาม Jazz สร้างชื่อเสียงมาเนิ่นนานหลายปีนับตั้งแต่เจนเนอเรชั่นแรกมาจนถึงเจนเนอเรชั่นปัจจุบันในเรื่องพื้นที่ใช้สอยในห้องโดยสารที่กว้างขวางที่สุดในคลาสนี้ ระบบพับเบาะอัลตราซีทแบบแบนราบช่วยเพิ่มเนื้อที่จัดเก็บสัมภาระได้อย่างยอดเยี่ยมและยังไม่มีรถรุ่นอื่นใดเทียบเท่าได้

Mazda มาสด้า 2 Honda Jazz RS ฮอนด้า แจ๊ซ

Mazda มาสด้า 2 Honda Jazz RS ฮอนด้า แจ๊ซ

ระบบขับเคลื่อน

  Honda Jazz RS+ Mazda 2 1.5 XDL
เครื่องยนต์ 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว i-VTEC ดีเซล 4 สูบ Skyactiv-D
ความจุ 1,497 ซีซี 1.5 ลิตร 1,499 ซีซี 1.0 ลิตร
พละกำลัง 117 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที 105 แรงม้าที่ 4,000 รอบต่อนาที
แรงบิด 146 นิวตันเมตรที่ 4,700 รอบต่อนาที 250 นิวตันเมตรที่ 1,500 – 2,500 รอบต่อนาที
ระบบส่งกำลัง เกียร์อัตโนมัติ CVT เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด
รองรับน้ำมันเชื้อเพลิง E85 ดีเซล
อัตราบริโภคน้ำมัน 15 กม.ต่อลิตร 26.3 กม.ต่อลิตรก

Honda Jazz ยังคงครองแชมป์การเป็นรถแฮทช์แบ็กบีเซกเมนท์ที่มีพละกำลังมากที่สุดในระดับเดียวกัน อย่างไรก็ตาม แรงบิดของขุมพลังดีเซลเทอร์โบใน Mazda 2 ก็รั้งผู้นำเซกเมนท์นี้ เรียกว่าแลกกันคนละหมัดเลยทีเดียว

สมรรถนะการขับขี่ของ Jazz ที่ใช้เครื่องยนต์ไร้ระบบอัดอากาศอาจจะสู้เพื่อนร่วมค่ายอย่าง City 1.0 Turbo รุ่นใหม่ไม่ได้ แต่ก็รองรับการใช้งานตามปกติได้อย่างไม่ติดขัดใด ๆ การขับขี่ตามความเร็วที่กฎหมายกำหนดทั้งในเมืองและนอกเมืองทำได้แบบสบาย ๆ

แต่ถ้าต้องการสมรรถนะที่เร้าใจมากขึ้น ขุมพลังดีเซลเทอร์โบของ Mazda 2 ตอบสนองความต้องการได้ตรงเป้ากว่าอย่างแน่นอน คุณสมบัติเด่นอีกอย่างของเครื่องยนต์ดีเซลคืออัตราบริโภคน้ำมันที่ประหยัดสุด ๆ ถึง 26.3 กม.ต่อลิตร เหยียบเค้นเต็มเหนี่ยวได้อย่างไม่ต้องกลัวกระเป๋าฉีก

Mazda มาสด้า 2 Honda Jazz RS ฮอนด้า แจ๊ซ

Mazda มาสด้า 2 Honda Jazz RS ฮอนด้า แจ๊ซ

Mazda มาสด้า 2 Honda Jazz RS ฮอนด้า แจ๊ซ

Mazda มาสด้า 2 Honda Jazz RS ฮอนด้า แจ๊ซ

Mazda มาสด้า 2 Honda Jazz RS ฮอนด้า แจ๊ซ

Mazda มาสด้า 2 Honda Jazz RS ฮอนด้า แจ๊ซ

Mazda มาสด้า 2 Honda Jazz RS ฮอนด้า แจ๊ซ

รูปลักษณ์และอุปกรณ์อำนวยความสะดวก

ถึงจะโลดแล่นในตลาดโลกมานานเกือบ 6 ปี แต่รูปร่างหน้าตาของ Jazz โฉมนี้ยังโดดเด่น มีความลงตัวทั้งความสปอร์ต โฉบเฉี่ยว และน่ารักสำหรับลูกค้าผู้หญิงก็ดีผู้ชายก็ได้ ไฟหน้า LED มีเดย์ไลท์ในตัว ไฟท้าย LED พร้อมไฟตัดหมอกคู่หน้า กระจังหน้าสีดำเงาพร้อมคิ้วโครเมียมและสัญลักษณ์ RS มีสเกิร์ตข้างและสปอยเลอร์หลัง คิ้วฝากระโปงท้ายประดับโครเมียม กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยวในตัว ปรับและพับไฟฟ้า เสาอากาศแบบสั้น และใช้ล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้วในรุ่นท็อป หุ้มด้วยยาง 185/55 R16

ภายในห้องโดยสารตกแต่งด้วยสีดำเป็นหลัก วัสดุหุ้มเบาะรุ่นท็อปเป็นแบบสปอร์ตตกแต่งด้วยด้ายสีส้ม วัสดุตกแต่งคอนโซลหน้าแบบเปียโนแบล็ก เบาะด้านหลังแบบอัลตราซีท พับแยก 60:40 และพับให้แบนราบได้ พื้นที่ใช้สอยในห้องโดยสารของ Jazz คือจุดเด่นที่ยังไม่มีใครเทียบเท่า จำนวนที่วางแก้วมีให้ 7 ช่องในรุ่นท็อปและ 9 ช่องในรุ่นรองลงมา

Mazda 2 ปี 2020 มาพร้อมไฟหน้าโปรเจคเตอร์แบบ LED และกระจังหน้าดีไซน์ใหม่ เพิ่มระบบปรับระดับไฟหน้า สูง-ต่ำ อัตโนมัติ ไฟเดย์ไลท์และไฟท้าย LED เปลี่ยนกันชนหน้า ไฟท้าย และกันชนท้ายใหม่ กระจกบังลมหน้ากันเสียงรบกวน พร้อมกับมีสีตัวถังเพิ่มเติมเข้ามาคือ สีเทา Polymetal Grey และสีขาวเมทัลลิก Ceremic Metallic ส่วนเสาอากาศเป็นแบบครีบฉลาม และล้ออัลลอย 16 นิ้วปรับดีไซน์ใหม่เช่นกัน พร้อมยาง 185/60 R16

ภายในห้องโดยสาร เบาะนั่งหุ้มด้วยหนัง สีเทาสลับหนังกลับ Grand Luxe Suede ระบบเครื่องเสียงรองรับแอปเปิล คาร์เพลย์ และแอนดรอยด์ ออโต้ ติดตั้งกล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา และเซ็นเซอร์กะระยะด้านหน้า 4 ตำแหน่ง

 ฟังก์ชั่นอำนวยความสะดวกของ Honda Jazz RS+ มีดังนี้

- ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ พร้อมแผงควบคุมแบบสัมผัส

- ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์แบบอัจฉริยะ

- ระบบควบคุมประตูอัจฉริยะ

- เบาะนั่งด้านหลังแบบอัลตรา ซีท แยกพับ 60:40    

- พนักพิงเบาะนั่งด้านหลังปรับเอนได้

- ระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัยแบบ 7 สปีด

- ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ

- มาตรวัดเรืองแสง สีฟ้า พร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ MID 

- ไฟแสดงผลการขับขี่แบบประหยัด ECO Coaching 

- ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว แบบ Advanced Touch 

- รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน รองรับแอปเปิลคาร์เพลย์ / WebLink

- รองรับระบบสั่งการด้วยเสียง

- ระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบไร้สาย Bluetooth

- สวิตช์ควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัย  พร้อมปุ่มรับ-วางสายโทรศัพท์

- ช่องเชื่อมต่อ USB 2  

- จำนวนลำโพง 6 ตำแหน่ง

 ฟังก์ชั่นอำนวยความสะดวกของ Mazda 2 1.5 XDL มีดังนี้

- หน้าจอแสดงผลการขับขี่บนกระจกบังลมหน้า Head-up Display แบบสี

- ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ

- มาตรวัดเรืองแสง Optitron

- หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ MID

- ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ

- ระบบกุญแจ Smart Keyless Entry

- ปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ Push Start Button

- หน้าจอกลาง Center Display แบบสี ขนาด 7 นิ้ว

- เครื่องเสียง วิทยุ AM/FM CD MP3

- ปุ่มควบคุมกลาง Center Commander

- ระบบเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth

- ระบบสั่งงานด้วยเสียง

- ลำโพง 6 ตำแหน่ง

- สวิตซ์ควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัย

- ช่องเชื่อมต่อ AUX

- ช่องเชื่อมต่อ USB

- ช่องใส่ SD CARD รองรับระบบนำทางเนวิเกชั่น Navigation System

- รองรับแอปเปิลคาร์เพลย์ และแอนดรอยด์ ออโต้

อุปกรณ์อำนวยความสะดวกเรียกได้ว่าสูสีกันอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นระบบกุญแจคีย์เลส ขนาดหน้าจออินโฟเทนเมนท์ จำนวนลำโพง การเชื่อมต่อต่าง ๆ แต่สิ่งที่ Mazda 2 ได้เปรียบก็คือการมีระบบนำทางเนวิเกชั่นมาให้ด้วย และรองรับการเชื่อมต่อแอนดรอยด์ออโต้

ห้องโดยสารของ Mazda 2 ยังมีความพรีเมียมมากกว่าโดยเฉพาะวัสดุที่ใช้ตกแต่ง แต่อย่างที่เรียนไว้ตอนต้น Jazz เหนือกว่าในด้านพื้นที่ใช้สอย เบาะหลังนั่งสบายกว่า Mazda 2 มากซึ่งจะเห็นได้ชัดเมื่อต้องเดินทางไกลหรือใช้เวลาอยู่ในรถนาน ๆ

 ระบบความปลอดภัย

ระบบความปลอดภัยของ Honda Jazz RS+ มีดังนี้

- ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง ประกอบด้วยคู่หน้า ด้านข้าง และม่านถุงลมด้านข้าง

- ระบบป้องกันล้อล็อก (ABS) และกระจายแรงเบรก (EBD)

- ระบบช่วยควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง (VSA)     

- ระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (HSA)

- สัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรกกะทันหัน (ESS)

- กล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมอง 3 ระดับ

- เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบดึงกลับอัตโนมัติ    

- เข็มขัดนิรภัยด้านหน้าแบบ 3 จุด 2 ตำแหน่ง

- เข็มขัดนิรภัยด้านหลังแบบ 3 จุด 3 ตำแหน่ง

- ระบบกุญแจนิรภัย Immobilizer พร้อมสัญญาณกันขโมย

- จุดยึดเบาะนั่งสำหรับเด็ก

 ระบบความปลอดภัยของ Mazda 2 1.5 XDL มีดังนี้

- ถุงลมนิรภัยคู่หน้า 2 ตำแหน่ง

- ระบบป้องกันล้อล็อก พร้อมระบบกระจายแรงเบรก ABS, EBD และ BA

- ระบบป้องกันล้อฟรี และควบคุมการลื่นไถล TCS

- ระบบควบคุมช่วยการทรงตัว DSC

- ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HLA

- กล้องมองหลัง

- ระบบแสดงภาพรอบคันแบบ 360 องศา

- ระบบเตือนจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน ABSM

- ระบบเตือนเมื่อจุดอับสายตาขณะถอย RCTA

- ระบบควบคุมแรงบิดขณะเข้าโค้ง G-Vectoring PLUS

- ระบบกุญแจรีโมทอัจฉริยะ

- ระบบกุญแจนิรภัย Immobilizer พร้อมระบบสัญญาณกันขโมย

- เซนเซอร์กะระยะช่วยจอดด้านหน้าและด้านหลัง 8 ตำแหน่ง

- จุดยึดเบาะนั่งเด็ก ISOFIX

- ระบบกุญแจ Immobilizer

- ระบบสัญญาณกันขโมย

 Mazda 2 และ Jazz ยืนอยู่แถวหน้าในเซกเมนท์นี้ในด้านความปลอดภัย โดย Jazz มีถุงลมนิรภัยติดตั้งมาให้ถึง 6 ตำแหน่ง ขณะที่ Mazda 2 มีแค่ 2 ตำแหน่งเท่านั้น แต่แลกมาด้วยระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ที่เหนือกว่า Jazz ไม่ว่าจะเป็นระบบแสดงภาพรอบคันแบบ 360 องศา ระบบเตือนจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน และระบบเตือนเมื่อจุดอับสายตาขณะถอย RCTA

 ราคาจำหน่าย

Honda Jazz รุ่น RS+ ราคา 754,000 บาท

Honda Jazz รุ่น RS ราคา 739,000 บาท

Mazda 2 รุ่น 1.5 Turbo XDL AT ราคา 799,000 บาท

Mazda 2 รุ่น 1.5 Turbo XD AT ราคา 782,000 บาท

สรุป

ราคาจำหน่ายที่ห่างกันหลายหมื่นบาทอาจไม่ใช่ปัจจัยสำคัญเท่ากับฐานลูกค้าของทั้งสองแบรนด์ Honda ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ต้องการเลือกค่ายยักษ์ใหญ่เจ้าตลาด ไว้วางใจได้ในเรื่องการบริการและราคาขายต่อที่ไม่ทำให้ใจหายเมื่อต้องบอกลากัน

แต่สำหรับ Mazda แน่นอนว่าย่อมถูกใจคนที่ต้องการทางเลือกใหม่ มีสมรรถนะการขับขี่ที่ดีที่สุดรุ่นหนึ่ง และมีห้องโดยสารที่ให้บรรยากาศพรีเมียมกว่าคู่แข่ง คนที่เลือก Mazda 2 รุ่นดีเซลเทอร์โบคือคนที่ถูกใจในแบรนด์ Mazda และชื่นชอบสมรรถนะการขับขี่จนมองข้ามค่าตัวที่สูงกว่าใครเพื่อนไปได้

รีวิว

รถใหม่ล่าสุด