5 ข้อดีที่ทำให้คุณสนใจ All-New 2019 Mazda 3

OakkyBear · Aug 22, 2020 02:00 PM

Mazda 3 (มาสด้า 3) ค่ายรถยนต์จากประเทศญี่ปุ่น โดยโฉมนี้ถูกพัฒนาขึ้นเป็นเจเนอเรชั่นที่ 4 โดยเปิดตัววางจำหน่ายเมื่อปี 2019 ทั้งรูปทรงตัวถังแบบฟาสแบ็ก 5 ประตู และ ซีดาน 4 ประตู พร้อมเครื่องยนต์เทคโนโลยีสกายแอคทีฟ-จี

มาสด้า 3 สนนราคาเริ่มต้นในรุ่น 2.0C ที่ 9.69 แสนบาท รุ่น 2.0S ที่ 1.069 ล้านบาท และรุ่นท๊อปสุด 2.0SP ที่ 1.198 ล้านบาท ถือว่ามีราคาในระดับกลางที่ไม่ต่ำกว่าหรือมากกว่าคู่แข่งเจ้าอื่นเท่าที่ควร

ในส่วนภาพรวมของยอดขาย ถือว่ามาสด้าทำได้ออกมาดีเช่นกัน โดยมีในส่วนของชื่อเสียงด้านช่วงล่างการเกาะถนนมาเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว พร้อมทั้งยังมีเครื่องยนต์ใหม่ สกายแอคทีฟ-จี ที่มาช่วยลดข้อด้อยในเรื่องของการบริโภคน้ำมันจากรุ่นก่อน ๆ อีกด้วย

ในครั้งนี้เราจะพาไปทำความรู้จัก 5 ข้อดีของMazda 3 (มาสด้า 3) ว่าทำไมคุณต้องนำรถรุ่นนี้ใส่เข้าไปเป็นตัวเลือกในดวงใจ และช่วยให้การตัดสินใจได้ว่ารถยนต์รุ่นนี้ตรงกับความต้องการและการใช้งานของคุณขนาดไหน

1. ดีไซน์การออกแบบด้วยสไตล์ โคโดะ

หากเปรียบการออกแบบของมาสด้า 3 แล้วนั้น มาสด้าเรียกการออกนี้ว่า โคโดะ ดีไซน์ เรียกได้ว่าตั้งแต่หน้ารถถึงท้ายรถจะมีความปราดเปรียว และเส้นสายที่ดูบางตาลง แต่ยกระดับเพิ่มความหรูหราได้

ทั้งออฟชั่นที่ให้มาไฟหน้า - ไฟท้ายแบบ LED มีระบบเปิด - ปิด ไฟหน้าอัตโนมัติมาให้ รวมถึงดีไซน์ไฟท้ายรูปทรงเรียวยาว พร้อมไฟเบรกรูปวงกลมสองวงที่อยู่ภายใน ทำให้โดดเด่นสะดุดตาทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน

2. เครื่องยนต์สกายแอคทีฟ-จี อัตราเร่งเยี่ยม

มาสด้า 3 มาพร้อมกับขุมพลังเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร ที่มีเทคโนโลยีสกายแอคทีฟ-จี รวมถึงระบบวาล์วแปรผันคู่อัจฉริยะ ดูอัล เอสวี-ที ที่มาพร้อมระบบ ไอ-สต๊อป ห้กำลังสูงสุด 165 PS ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 213 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที ที่สำคัญยังรองรับเชื้อเพลิงได้สูงสุดถึง E85

ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติสกายแอคทีฟ-ไดส์ 6 จังหวะพร้อมโหมดแมนนวล ในรุ่นท๊อปยังมีระบบปรับเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย (Paddle Shift) มาให้ได้เล่นเกียร์เองอีกด้วย เป็นอีกข้อนึงที่ในบางรุ่นของคู่แข่งไม่ได้มีมาให้ในจุดนี้

3. มีรูปทรงรถให้เลือกถึงสองแบบ

อย่างที่บางท่านทราบดีว่ามาสด้า 3 และมาสด้า 2 นั้นจะทำตลาดออกมาสองรูปทรงเสมอ เพื่อให้ลูกค้าได้ตัดสินใจใช้งานตรงกับความต้องการได้ สำหรับข้อดีของแต่ละรูปทรงนั้น สรุปคราว ๆ ดังนี้

ฟาสแบ็ก 5 ประตู หรือคำคุ้นปากเราคือ แฮชแบ็ก 5 ประตู เป็นรถรูปทรงอเนกประสงค์ที่มีพื้นฐานมาจากรถยนต์ซีดาน แต่ด้านท้ายรถเป็นทรงตัดลงมา และมีฝาท้ายเปิด - ปิดได้เต็มบาน ทำให้มีความใช้งานได้หลากหลาย รวมถึงการขนสัมภาระ และความแปลกใหม่ของรูปทรงนี้ แต่แลกมาด้วยเสาซีที่มีขนาดใหญ่กว่าและพื้นที่โดยสารด้านหลังจะดูแคบกว่านิด

ซีดาน 4 ประตู เป็นทรงรถยนต์มาตราฐานที่มีมานานและคุ้นตากันมากที่สุดในบ้านเรา โดยข้อดีมีในเรื่องของการโดยสารที่ดูจะสบายกว่าฟาสแบ็ก แต่ก็มีข้อด้อยกว่าฟาสแบ็กตรงที่การเก็บสัมภาระและฝาท้ายอาจไม่เยอะและใหญ่กว่าตัวฟาสแบ็กเท่าไรนัก

4. ช่วงล่างเกาะถนน เสริมความมั่นใจ

สำหรับช่วงล่างในรุ่นมาสด้า 3 ให้ระบบกันสะเทือนด้านหน้าแบบอิสระแม็คเฟอร์สันสตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง และด้านหลังกึ่งอิสระทอร์ชั่นบีม ทำให้มีความเกาะถนนและผสมกับความนุ่มนวลอยู่

สำหรับในเรื่องของช่วงล่างของรถ บี ซี เซกเม้นท์ ในระดับราคาประมาณนี้ บางรุ่นก็ให้ช่วงล่างมานุ่มนวลแต่เมื่อต้องการใช้ความเร็วแล้วอาจจะมีอาการของช่วงล่างออกมาให้เห็นบ้าง หรือบางรุ่นอาจจะแข็งเกินไปแต่การเกาะถนนมั่นใจกว่า สำหรับมาสด้า 3 นั้นออกแบบมาได้อย่างกลาง ๆ เน้นไปด้านเกาะถนนมากกว่าด้วย ถือว่าทำช่วงล่างออกมาได้ดี โดยรักษาชื่อเสียงตั้งแต่รุ่นแรกได้

5. อุปกรณ์ความปลอดภัย และสิ่งอำนวยความสะดวกจัดเต็ม

มาสด้า 3 เป็นรถยนต์อีกหนึ่งรุ่นที่จัดถุงลมนิรภัยมาให้ถึง 7 ใบโดยไม่ได้ให้มาเพียงแค่ตัวท๊อป ยังมีมาให้ตั้งแต่ตัวถูกสุด เรียกได้ว่าให้มาทุกรุ่นเลยก็ได้ และยังมีระบบ i-ACTIVSENSE ที่เป็นระบบความปลอดภัยอัจฉริยะที่จะมาช่วยลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุได้อีกด้วย

พร้อมทั้งสิ่งอำนวยความสะดวก และความบันเทิงอย่างลำโพงยี่ห้อดัง BOSE ที่มาถึง 12 ตำแหน่ง รวมถึงกล้อง 360 องศาที่ให้มุมมองรอบด้าน ช่วยอำนวยความสะดวกในการมองเห็นรอบ ๆ รถยนต์ของคุณได้อีกมาก

 

รีวิว

รถใหม่ล่าสุด