First impression Takano TTE500 รถยนต์ไฟฟ้าราคา 490,000 บาท ถูกแบบนี้ จะห่วยหรือคุ้มค่ากันแน่?

“ราคานี้แพงจัง ผมไปซื้อรถรุ่น(ที่ใช้น้ำมัน)ดีกว่า” มักเป็นคำพูดยอดฮิตของบุคคลที่ยังไม่พร้อมจ่ายให้เทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้า ดังนั้น เพื่อที่จะคัดกลุ่มคนที่จะอ่านบทความรีวิวนี้ คุณต้องตั้งใจก่อนว่า จะไม่เอารถพลังไฟฟ้า ไปเทียบกับรถน้ำมัน เพียงเพราะเห็นว่ามันอยู่ในระดับราคาเดียวกัน และต้องเข้าใจถึงการจ่ายเพื่อแลกกับเทคโนโลยีใหม่ ที่ในอนาคตกำลังจะมาแทนที่เครื่องยนต์เดิม

รถยนต์ไฟฟ้ายี่ห้อ Takano (ทาคาโน่) แบรนด์สัญชาติไทย กำเนิดโดยคนไทยแท้ ที่เริ่มก่อตั้งมาก็ทำตลาดด้วยรถพลังไฟฟ้าเลยด้วยรุ่น TTE500 เปิดตัวไปเมื่องาน Motor Show 2020 ที่ผ่านมา ด้วยราคาช่วงแนะนำเริ่มต้น 415,000 บาท(รวม VAT) ทำให้กวาดยอดขายล็อตแรก 50 คันหมดเกลี้ยง ทำสถิติเป็นรถยนต์ไฟฟ้าราคาถูกที่สุดในไทย หลังจากหมดโปรแล้วก็ขยับราคาปัจจุบันเริ่มต้นที่ 490,000 บาท ซึ่งวันนี้จะมาลองขับกันดู ว่ามันมีข้อดี และข้อเสียอย่างไร คุ้มค่าตัวหรือไม่

ความเป็นมา

ทาคาโน่ รุ่นนี้ เป็นการสั่งชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องกับระบบไฟฟ้าจากจีน เข้ามาประกอบกับโครงสร้างรถในไทย อีกทั้งมีวัสดุการตกแต่งเพิ่มเติมจากประเทศไทยทั้งสิ้น คือ ระบบแอร์ เบาะนั่ง การบุนวมต่างๆ โรลบาร์ ไลเนอร์กระบะ มีโรงงานประกอบเป็นตัวเป็นตนที่นิคมอมตะนคร จ.ชลบุรี โดยตอนนี้มีโชว์รูมที่ชลบุรีที่เดียว และกำลังจะเปิดโชว์รูมในกรุงเทพเร็วๆนี้

รูปทรงเข้าใจคิด

รูปทรงเป็นรถกระบะขนาดเล็ก วางบนโครงสร้างแบบโมโนค็อกชิ้นเดียว ไม่มีแชสซีส์ คิดภาพง่ายๆว่ามันคือ รถเก๋งเล็ก ที่ตัดหลังคาตอนหลังออกไป (ใครที่เกิดทันไดฮัทสุมิร่ากระบะจะเข้าใจดี) นับว่าเป็นไอเดียการทำรถที่ดี เพราะปัจจุบันยังไม่มีรถกระบะขนาดเล็กแบบนี้ทำออกมาแข่ง สร้างความแตกต่างให้กับผลิตภัณฑ์ ให้บรรยากาศการขับแบบรถเก๋ง แต่ยังใช้งานกระบะท้ายได้หลากหลายแบบ ที่สำคัญคือ สามารถจดทะเบียนเป็นรถบรรทุกขนาดเล็ก เสียภาษีเพียงปีละ 225 บาท ถูกที่สุดในบรรดารถ 4 ล้อแล้ว

ออพชั่นตามความประหยัด

ด้วยความที่เป็นรถพลังไฟฟ้าในราคาถูก ดังนั้นเราจึงอย่าคาดหวังว่าจะพบอะไรไฮเทคเกินเบอร์ ทุกอย่างมีให้ตามสมัยนิยม เช่น ไฟหน้าฮาโลเจน ที่มีเส้นไฟ LED รวมในโคมเดียวกัน กับมีไฟเดย์ไทม์ ไฟเลี้ยว และไฟเบรคเป็น LED เช่นกัน ภายในมีจอทัชสกรีนให้มาทุกรุ่นย่อย ซึ่งมีกล้องมองหลังมาให้ในตัว

ภายในวัสดุพลาสติกล้วน

เปิดประตูดูภายในประทับใจความพยายามบุนวมนุ่มด้วยพรมรอบพื้น รวมไปถึงผนัง และเพดานภายในห้องโดยสาร เพื่อป้องกันความร้อนเป็นหลัก และซ่อนเนื้อเหล็กไม่ให้มองเห็น ที่เบาะนั่งหนังเทียม รองรับคนสูง 170 ได้สบาย ยังเหลือพื้นที่ศีรษะอีกประมาณ 1 กำปั้น ปรับเลื่อนเข้าออกได้ ไม่ต้องนั่งชันเข่า แต่ปรับสูงต่ำไม่ได้ เช่นเดียวกับพวงมาลัย ที่ปรับสูงต่ำไม่ได้

ปุ่มแอร์ประหลาด

เครื่องปรับอากาศในรถรุ่นนี้ มันประหลาดกว่าแอร์ทั่วไป โดยมีแค่ปุ่มกด 3 ปุ่มใหญ่ๆ คือ ปุ่มเปิด/ปิดอยู่ซ้ายสุด ปุ่มกดเลือกความแรงลมอยู่ตรงกลาง ยิ่งกดมาก ยิ่งแรงมาก มีให้ 2 ระดับเท่านั้น และปุ่ม A/C เปิดการทำงานของคอมเพรเซอร์ทำความเย็น ซึ่งในตอนที่รถจอดตากแดดเวลากลางวัน เปิดแอร์แล้วใช้เวลาเพียง 1 นาทีก็รู้สึกเย็นแล้ว เพราะห้องโดยสารเล็ก และแรงลมมีมาก หากได้ฟิล์มกรองแสงติดเพิ่ม จะรู้สึกเย็นทันใจกว่านี้ ถ้ารถเป็นฝ้า ก็กดปิด A/C ออกไป ไม่ต้องพึ่งพาแผงไล่ฝ้าใดๆ

คันเกียร์ประหลาดยิ่งกว่า

ตอนเปิดแอร์ว่าประหลาดแล้ว มาเจอคันเกียร์ไฟฟ้าแบบใหม่ ยิ่งประหลาดมากขึ้นไปอีก เพราะเป็นเกียร์ไฟฟ้าที่มี 3 โหมด ถูกจัดให้มีการเลื่อนคันโยกแบบหน้า-หลังอย่างเกียร์ออโต้ แต่ตำแหน่งของโหมดการขับมันผิดธรรมชาติจากความคุ้นเคยในเกียร์ออโต้ ซึ่งเราคุ้นเคยแบบ R อยู่บน N อยู่กลาง และ D อยู่ล่าง แต่ในรถ Takano TTE500 รุ่นนี้มีตำแหน่งเกียร์สลับที่กันระหว่าง R/D กลายเป็นว่า D อยู่บน และ R อยู่ล่างแทน ทำให้เวลาขับรถคันนี้ ต้องตั้งสติให้ดี อย่าใช้ความเคยชินจากการเลื่อนเกียร์ออโต้ที่มี มาใช้ในเกียร์รถคันนี้เชียว ดังนั้นเพื่อความปลอดภัย ขออนุญาตแนะนำวิศวกร Takano ควรไปแก้ไขเป็นแบบปุ่มกดจะดีกว่ามาก

ลองขับแล้ว โอเคเลย

ก่อนจะบิดกุญแจสตาร์ท ต้องเอื้อมมือไปหลังเบาะคนขับ ดึงปุ่มสีแดงขนาดใหญ่ขึ้น เป็นการเปิดคัทเอาท์จ่ายไฟให้ตัวรถ ก่อนจะบิดกุญแจให้ไฟหน้าปัดขึ้นมา หลังจากนั้นก็เหยียบเบรค ตั้งสติให้ดีว่าเดินหน้าต้องผลักเกียร์ไปข้างหน้า เมื่อผลักเข้าเกียร์ D แล้วปล่อยเบรค รถจะไม่ไหลไปเองเหมือนรถเกียร์ออโต้ทั่วไป แต่จะเคลื่อนที่ตอนเหยียบคันเร่งเท่านั้น ส่วนก้านไฟเลี้ยวอยู่ฝั่งซ้าย กับก้านปัดน้ำฝนอยู่ฝั่งขวา ตามแบบรถจีน-ยุโรปนิยมใช้กัน

เมื่อลองขับดูแล้ว พบว่ามอเตอร์ไฟฟ้าส่งกำลังเข้าเพลาหลังแบบไม่แรงกระชากตัวติดเบาะใดๆ แค่พาตัวถัง 589 กก.แล่นออกไปได้อย่างไม่เป็นภาระใครบนท้องถนน ให้อารมณ์อัตราเร่งเหมือนรถสนามกอล์ฟดีๆคันนึง มีการจำกัดความเร็วสูงสุดไว้ที่ 60 กม./ชม.ตามมาตรฐานขั้นต่ำสุดของรถยนต์ไฟฟ้าที่จดทะเบียนได้ เลยไม่รู้ว่าจะใช้แบกของหนักสูงสุด 300 กก.ไปส่งจุดหมายถึงในกี่ชั่วโมง

การเลี้ยวก็ทำได้ลื่นมาก จากพวงมาลัยไฟฟ้า ให้อารมณ์ไม่ต่างจากรถเก๋งเล็กทั่วไป ส่วนช่วงล่างอย่าขับความเร็ว 60 กม./ชม.ไปสาดโค้งที่ไหน ไม่ใช่ว่ากลัวหลุดโค้ง แต่ล้อหลังจะโย้ตัวเสียดสีกับซุ้มล้อเกิดเสียงน่ารำคาญ หลังจากทดสอบไปได้ 6.7 กม.ทั้งเปิดแอร์เต็มที่ และเร่งเต็มหน่วย แต่แบตเตอร์รี่ยังโชว์เต็มขีด ไม่มีลดลงเลย ซึ่งทางผู้ผลิตเคลมไว้ว่า สามารถใช้งานได้ถึง 100-120 กม.ต่อการชาร์จแค่ 6 ชม.ก็เต็มแล้ว

เหมาะกับใครดี

แน่นอนว่า รถยนต์ไฟฟ้าปัจจุบัน เหมาะกับคนที่ใช้เป็นคันที่ 2 ของบ้าน ไปส่งลูกเมีย ใช้เดินทางในเมือง หรือตามถนนเล็กในชนบท ด้วยระยะทางสั้นๆ ในจุดหมายไม่เกิน 50-60 กม. เพราะต้องเหลือแบตกลับมาชาร์จไฟบ้าน (เพราะไม่สามารถชาร์จแบบเร็วใช้ระหว่างทางได้) ยิ่งเดินทางในเมืองจะยิ่งเหมาะมาก เพราะคันนี้เล็ก จอดง่าย แถมใต้ท้องรถสูงถึง 190 ซม. ลุยน้ำท่วมไปได้สูงจนรถเก๋งหลายรุ่นยังต้องอาย ที่สำคัญคือ มันช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์เจ้าของรถ ให้ดูเป็นคนทันโลกยุคใหม่ ตามกระแสการใช้รถเงียบไร้ควัน จึงเหมาะอย่างยิ่งกับธุรกิจเพื่อสังคม หรือSMEยุคดิจิตอล ที่ลงทุนต่ำแต่ได้ภาพลักษณ์ไฮเทค ลองคิดภาพร้านค้าวัยรุ่นแนวทันสมัย ที่มีรถกระบะไฟฟ้าไว้ส่งของดูสิครับ

ไม่เหมาะกับใครบ้าง

พวกที่คิดว่าเป็นรถกระบะแล้วซื้อไปต่อตู้ทำร้านค้า หรือใส่คอกเสริมท้ายรับงานบรรทุก ไม่เหมาะเพราะโครงสร้างรถคันนี้เป็นแบบชิ้นเดียวเชื่อมติดกันทั้งคัน ไม่มีแชสซีส์กลางลำแบบรถกระบะอื่นๆ ความแข็งแรงจึงต่างกัน หากฝืนใช้ไปนานๆ ตัวรถบิดงอได้ง่ายกว่าแบบกระบะแชสซีส์ อีกทั้งยังมีความสามารถรองรับน้ำหนักเพียง 300 กก. ซึ่งแค่คนนั่งพร้อมกัน 2 คนรวมกัน ก็ปาเข้าไป 150-200 กก.แล้ว ทำให้เหลือโหลดของได้แค่ถุงปุ๋ยใหญ่ 1-2 กระสอบเท่านั้น นอกจากนี้ ยังไม่เหมาะกับพวกชอบของคุณภาพดี (แต่ขี้เหนียว) เพราะคุณจะรับไม่ได้กับความบางของวัสดุ หรือช่องไฟไม่สนิทบางชิ้นส่วนภายในรถ

สิ่งที่ขาดหายไป

กระจกมองข้างปรับไฟฟ้า และเบรคเอบีเอส คือสิ่งที่อยากจะให้เพิ่มอย่างยิ่ง รองลงไปก็คือการปรับมุมองศากล้อง ให้ส่องลงพื้นมากขึ้น และเลิกใช้แผ่นฟลุตบอร์ดปิดใต้ท้องหน้ารถได้แล้ว ส่วนการรับประกันสินค้า เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่อยากให้เน้นย้ำกับลูกค้า เพราะไม่มีระบุในโบรชัวร์ โดยเราไปสอบถามมาได้ความว่า แบตเตอร์รี่รับประกัน 2 ปี มอเตอร์ไฟฟ้า 3 ปี และตัวถังรถ 3 ปี ไม่ได้ระบุว่าระยะทางเท่าใด

รถยนต์ไฟฟ้าต้นทุนต่ำจากเมืองจีน กำลังจะเข้ามาขายในไทยแล้ว โดยมี Takano เป็นผู้บุกเบิก ซึ่งเป็นบริษัทคนไทยแท้ ประกอบในไทย และใส่รสนิยมความเป็นไทยไว้มาก แต่อย่างไรก็ตาม ขึ้นชื่อว่าเป็นรถไฟฟ้า ไม่ว่าจะถูกหรือแพง มันก็ยังเป็นรถคันที่สองของบ้าน ดังนั้นจึงน่าจะมีทางเลือกเป็นรถทรงสปอร์ต 2 ที่นั่งในราคาเท่ากัน จะโดนใจวัยรุ่นเจนใหม่ และส่งเสริมภาพลักษณ์รถสปอร์ตก็รักโลกได้ อย่างที่หลายค่ายรถดังๆ เคยทำสำเร็จไปแล้ว

เมื่อตอบคำถามตามหัวข้อที่ว่า ราคาเริ่มต้น 490,000 บาท จะห่วยหรือคุ้มค่า จะขอเฉลยว่ามันมีสองอย่างพร้อมกัน ทั้งความห่วยของวัสดุที่ปกปิดยังไงก็ดูออก และความคุ้มค่าของการเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ใช้งานบนถนนได้จริง มีทะเบียนตามกฎหมาย ในราคาที่ถูกมากกับเทคโนโลยีแบบนี้ หากใครที่อ่านถึงตรงนี้แล้วยังสนใจเล่นรถยนต์ไฟฟ้า แต่งบไม่ถึง 4-5 แสน ก็จับรถเก่าไปแปลงใส่ไฟฟ้าเอาเองก็ได้ครับ

ราคา Takano TTE500
ไม่มีแอร์ 490,060 บาท
มีแอร์ 520,020 บาท
แอร์+ไลน์เนอร์ 523,765 บาท
แอร์+โรลบาร์ 524,086 บาท
แอร์+ไลน์เนอร์+โรลบาร์ 527,831 บาท

ข้อมูลทางเทคนิค Takano TTE500

มิติตัวถัง

กว้างxยาวxสูง (มม.) 1,480x3,250x1,490
ฐานล้อ (มม.) 2,150
ความสูงใต้ท้องรถ (มม.) 190
น้ำหนัก (กก.) 589

ระบบขับเคลื่อน

มอเตอร์ไฟฟ้า AC 72 โวล์ต
กำลัง 7.4 แรงม้า
ความเร็วสูงสุด 60 กม./ชม.
แบตเตอร์รี่ ลิเธียม-ไอออน 11 Kw/h
เวลาชาร์จ 6 ชั่วโมง
ระยะทางที่วิ่งได้ 100-120 กม.

ช่วงล่าง

กันสะเทือนหน้า แมคเฟอร์สันสตรัท
กันสะเทือนหลัง เทรลลิ่งอาร์ม
พวงมาลัย ผ่อนแรงด้วยไฟฟ้า
เบรค หน้า/หลัง ดิสก์/ดรัม
ล้อ ขนาด 13" กว้าง 4.5"
ยาง 155/65 

 

Mr.Argus

นักเขียน

นักเขียนสายรถยนต์ประสบการณ์สูง ที่เชื่อว่า ความสนุกของรถ ไม่ได้มีแค่การทำเวลาดี แต่อยู่ที่การสร้างช่วงเวลาดี ๆ มากกว่า รถดีที่สุดไม่มีจริง มีแต่เหมาะกับใครจริง ๆ ในที่สุด และเขาจะมาช่วยให้คุณหารถที่เหมาะที่สุดได้อย่างแน่นอน

ข่าวล่าสุด

ข่าวสาร
Honda เปิดตัว 2 รถพลังไฟฟ้า ลุ้นถล่มตลาดเมืองไทย ทั้งรถเอสยูวีใหม่และ CR-V ปลั๊กอินไฮบริด
Honda เปิดตัวรถต้นแบบพลังงานไฟฟ้ารุ่นใหม่ควบคู่กับ 2021 Honda CR-V PHEV (ฮอนด้า ซีอาร์-วี) ปลั๊กอินไฮบริดเรียกแสงแฟลชจากช่างภาพภายในงานปักกิ่ง มอเตอร์โชว์ในประเทศจีนได้เป็นอย่างดีงานปักกิ่ง มอเตอร์โชว์ 2020 ซึ่งถูกเลื่อนหลายครั้งเนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัสสายพันธุ์ใหม่ ได้เปิดฉากรอบสื่อมวลชนในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา Honda ประกาศเผยโฉมรถอเนกประสงค์ไฟฟ้ารุ่นต้นแบบในชื่อ SUV e:concept พร้อมกับนำเสนอ 2021CR-V PHEV ซึ่งถือเป็นรถพลังงานไฟฟ้ารุ่นแรกและรถปลั๊กอินไฮบริดรุ่นแรกของ Honda ในประเทศจี
ข่าวสาร
Nissan ระบุหยุดทำตลาด 3 รุ่นเหตุขายน้อย เปิดทางผลิต Nissan Kicks เพิ่ม
ยอดจำหน่ายที่ลดลงในรถยนต์ทั้ง 3 รุ่นของ Nissan (นิสสัน) อาจจะไม่ได้เป็นสาเหตุหลักเพียงอย่างเดียวที่ทำให้พวกเขายกเลิกการทำตลาดรถ 3 รุ่นในประเทศไทย ประกอบไปด้วยNissan X-Trail (นิสสัน เอ็กซ์-เทรล) Nissan Sylphy (นิสสัน ซิลฟี่) และ Nissan Teana (นิสสัน เทียน่า) ตามที่เป็นข่าวเรียกเสียงฮือฮากันไปก่อนหน้านี้เพราะผู้บริหารของนิสสันระบุว่า นอกเหนือไปจากยอดจำหน่ายที่ลดลงแล้ว สิ่งที่สำคัญมากกว่าที่ทำให้พวกเขาต้องตัดสินใจก็คือเรื่อวของการบริหารจัดการสายการผลิตรถยนต์นั่งในโรงงานแห่งที่ 1 ที่มีรถผลิตอย
ข่าวสาร
Honda เปิดโรงงานประกอบแบตเตอรี่รถยนต์ไฮบริดรองรับ 2020 Honda City RS
ฮอนด้า มาเลเซีย เปิดตัวโรงงานผลิตแบตเตอรี่ไฟฟ้าแรงสูงแห่งแรกที่รัฐมะละกา เพื่อต้อนรับการเปิดตัว Honda City RS ครั้งแรกของโลกกับเทคโนโลยี i-MMD (intelligent multi-mode drive) ซึ่งจะเป็นการผลิตรถที่เป็นไฮบริดของฮอนด้าเป็นคันที่ 5สำหรับเครื่องยนต์แบบ mild hybrid อย่างตัว Jazz ที่เป็น IMA (Intelligent Motor Assist) นั้นรุ่นแรกทำการผลิตที่มาเลเซีย หลังจากนั้น ไฮบริดเต็มตัวอย่างเทคโนโลยี i-DCD (Intelligent Dual-Clutch Drive) จะผลิตที่มาเลเซียที่เดียวนอกจากญี่ปุ่นหัวใจไฮบริดใหม่ที่หัวใจของระบบ i-MMD จะ
เคล็ดลับรถยนต์
สโลแกนยี่ห้อรถดัง ตั้งแต่ยุค 90 ถึงปัจจุบัน พูดแล้วติดหู คนบ้ารถจำได้แน่
สโลแกนยี่ห้อรถยนต์ มีเพื่อบ่งบอกเป้าหมายหรือตำแหน่งการวางตัวของสินค้าว่าสื่ออารมณ์ในด้านไหน ทุกแบรนด์เอกลักษณ์แตกต่างกันไป เช่น เน้นความไฮเทค ความแรง ความหรู หรือความน่าเชื่อถือ โดยเราขอรวบรวมสโลแกนดัง จากค่ายรถที่ติดหูมากที่สุด ตั้งแต่ยุค 90 ซึ่งเป็นยุคที่ผู้อ่านหลายคนโตมาและจำความได้ และมาดูความเปลี่ยนแปลงของสโลแกนยี่ห้อเดียวกันในยุคปัจจุบัน ว่าต่างไปอย่างไรบ้างToyota : นี่แหละ สไตล์เราค่ายสามห่วงในยุค 90 ช่วงต้น ใช้สโลแกนว่า “สัมผัสแห่งคุณภาพ” พอมาถึงช่วงกลางยุค 90 ก็เปลี่ยนใหม่เป
เคล็ดลับรถยนต์
ทำไมต้องล้างรถหน้าฝน เดี๋ยวรถก็เลอะเหมือนเดิม ถ้าไม่ล้างจะเป็นยังไง
ล้างรถเรียกฝน ไม่ใช่อาถรรพ์ใดๆ เพราะฤดูฝนแบบนี้ มักจะตกไม่เลือกวันเวลาอยู่แล้ว ซึ่งเมื่อบางคนเห็นรถถูกน้ำฝนชะล้างฝุ่นติดรถไปหมดแล้ว ก็คิดว่าไม่ต้องเสียเวลาราดน้ำล้างรถ แค่เอาผ้าเช็ดให้แห้งก็พอแล้ว แต่ความคิดนี้ไม่จริง ในทางกลับกัน เราควรล้างรถมากกว่าฤดูอื่นๆ ด้วยซ้ำ แล้วถ้าไม่ล้างจะเกิดอะไรขึ้น มาดูคำตอบกันน้ำฝนสกปรกกว่าที่คิดน้ำฝนตกจากฟ้า มาล้างฝุ่นจากผิวรถ แต่กลับสร้างปัญหาใหม่มากกว่าฝุ่นเดิม เพราะว่าในน้ำฝนถูกรวมเอาก๊าซไอเสียจากรถยนต์ทั้งดีเซลและเบนซิน รวมถึงเขม่าจากการเผาทั้งโรงงานและการเผาป

อื่นๆ

รถที่แนะนำ

ยอดนิยม ล่าสุด
Mitsubishi Outlander
THB รอคอนเฟิม รอคอนเฟิม
ราคาต่ำสุด
Mercedes-Benz S-Class
THB 6,390,000 - 7,000,000 รอคอนเฟิม
ราคาต่ำสุด
Rolls-Royce Ghost
THB 29,900,000 - 31,900,000 รอคอนเฟิม
ราคาต่ำสุด
Toyota Yaris
THB 539,000 - 649,000 รอคอนเฟิม
ราคาต่ำสุด
Toyota Yaris Ativ
THB 529,000 - 649,000 รอคอนเฟิม
ราคาต่ำสุด
Kia Grand Carnival
THB 1,397,000 - 2,292,000 รอคอนเฟิม
ราคาต่ำสุด
BMW X6
THB 7,259,000 รอคอนเฟิม
ราคาต่ำสุด
Toyota Hilux Revo Double Cab
THB 689,000 - 1,210,500 รอคอนเฟิม
ราคาต่ำสุด
Honda City
THB 579,500 - 739,000 รอคอนเฟิม
ราคาต่ำสุด
Honda CR-V
THB 1,369,000 - 1,759,000 รอคอนเฟิม
ราคาต่ำสุด
Porsche 911
THB 9,900,000 - 22,100,000 รอคอนเฟิม
ราคาต่ำสุด
BMW 6 Series Gran Turismo
THB 4,359,000 - 4,700,000 รอคอนเฟิม
ราคาต่ำสุด
BMW M8
THB 17,959,000 รอคอนเฟิม
ราคาต่ำสุด
Audi Q7
THB 4,849,000 - 5,299,000 รอคอนเฟิม
ราคาต่ำสุด
Mitsubishi Xpander Cross
THB 899,000 รอคอนเฟิม
ราคาต่ำสุด
Lexus LM
THB 5,500,000 รอคอนเฟิม
ราคาต่ำสุด