ย้อนอดีตโรงงาน BMW มิวนิคฉลอง 100 ปี เดินหน้าสู่การผลิต BEV ไวที่สุดในค่าย

Pisan · Jun 5, 2022 06:18 PM

ย้อนอดีตโรงงาน BMW มิวนิคฉลอง 100 ปี เดินหน้าสู่การผลิต BEV ไวที่สุดในค่าย 01

  • โรงงานที่ถือเป็นต้นกำเนิดแบรนด์ BMW
  • การผลิตที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
  • ตั้งเป้าผลิต BEV 50% ภายในปี 2566

นับตั้งแต่การเปิดโรงงานเพื่อผลิตเครื่องยนต์สำหรับเครื่องบินและรถจักรยานยนต์ในปี 1922 โรงงาน Bayerische Motoren Werke หรือที่เรารู้จักกันในชื่อสั้น ๆ ว่า BMW (บีเอ็มดับเบิลยู) นั้นเดินหน้ามาอย่างแข็งแกร่ง และฉลองครอบรอบ 100 ปีของการเปิดโรงงานไปเรียบร้อยในปีนี้

โรงงานผลิตรถยนต์เพียงไม่กี่แห่งในโลกที่ตั้งตะหง่านอยู่ในกลางเมือง พร้อมอาคารทรวดทรงอนุรักษ์นิยม ที่ภายในเป็นหัวใจของการผลิตรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู ที่จำหน่ายออกไปทั่วโลก และยังเป็นโรงงานแม่แบบแห่งการผลิตรถยนต์ค่ายใบพัดฟ้าขาว ที่ทุกอย่างจะต้องเริ่มต้นที่นี่

แม้จะเพิ่งเริ่มเปิดสายการผลิตรถยนต์ในปี 1952 หรือ 30 ปีหลังการเปิดโรงงาน แต่ผลผลิตที่มาจากโรงงานแห่งนี้นั้นถือเป็นประวัติศาสตร์ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น BMW Isette (บีเอ็มดับเบิลยู อิเซตต้า) หรือตำนานรถแข่งรุ่นแรกอย่าง BMW M3 (บีเอ็มดับเบิลยู เอ็ม3) ที่ล้วนแล้วแต่เกิดขึ้นที่โรงงานแห่งนี้

window.googletag = window.googletag || {cmd: []}; googletag.cmd.push(function() { googletag.defineSlot('/22557728108/Article_Middle_leaderboard', [ 728, 90 ], 'div-gpt-ad-1635400875842-0').addService(googletag.pubads()); googletag.pubads().enableSingleRequest(); googletag.pubads().collapseEmptyDivs(); googletag.enableServices(); });
googletag.cmd.push(function() { googletag.display('div-gpt-ad-1635400875842-0'); });

AutoFun Thailand พาย้อนอดีตและเดินทางสู่อนาคตของโรงงานมิวนิคไปพร้อม ๆ กัน...

ย้อนอดีตโรงงาน BMW มิวนิคฉลอง 100 ปี เดินหน้าสู่การผลิต BEV ไวที่สุดในค่าย 01

โรงงานที่ผลิตรถได้หลากหลายและรวดเร็วที่สุดแห่งหนึ่ง

ไม่ใช่แค่ความเก่าแก่เท่านั้นที่เป็นตำนาน แต่โรงงานแห่งนี้ถือเป็นโรงงานผลิตรถยนต์ที่ทันสมัยที่สุดในโลกอุตสาหกรรมยานยนต์ ด้วยความสามารถที่หลากหลาย การปรับเปลี่ยนสายการผลิตที่ยืดหยุ่น ที่ทำให้โรงงานแห่งนี้สามารถเปลี่ยนผ่านจากการผลิตรถยนต์สันดาปภายใน มาไฮบริดและไฟฟ้า 100% ได้ภายใน 5 ปี ในแต่ละวัน รถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูประมาณ 900 คัน จะถูกลำเลียงออกจากสายการผลิต โดยเป็นการผสมผสานของรุ่นรถยนต์มากถึง 5 รุ่น ที่มีเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังที่หลากหลายปะปนกันไป ทำให้เห็นถึงความยืดหยุ่นและประสบการณ์อันยอดเยี่ยมได้เป็นอย่างดี

ย้อนอดีตโรงงาน BMW มิวนิคฉลอง 100 ปี เดินหน้าสู่การผลิต BEV ไวที่สุดในค่าย 02

มุ่งหน้าสู่การผลิตรถยนต์ไฟฟ้า 50% ของกำลังการผลิต

โรงงานมิวนิคนั้นเป็นฐานการผลิตที่สำคัญของรถยนต์ไฟฟ้าอย่าง BMW i4 (บีเอ็มดับเบิลยู ไอ4) ซึ่งมีความต้องการอย่างมากทั่วโลก ทำให้กลายเป็นการผลิตรถรุ่นหลักมากกว่า 1 ใน 4 ของโรงงานในปัจจุบัน ซึ่งบีเอ็มดับเบิลยูประเมินว่าจะมีการผลิตรถรุ่นนี้มากกว่า 1 แสนคันเพื่อจำหน่ายไปทั่วโลก และจะทำให้โรงงานมิวนิค มีการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าบีอีวีถึง 50% ภายในปี 2566 ซึ่งจะเร็วกว่าแผนงานทั่วโลกของค่ายที่ประเมินว่าจะมุ่งเน้นการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าเป็นหลักในโรงงานแต่ละแห่งทั่วโลกให้ได้ภายในปี 2573 ซึ่งก็อาจจะมีการผลิตรถรุ่นอื่น ๆ เพิ่มเติมอีกเช่นกันในอนาคต

ย้อนอดีตโรงงาน BMW มิวนิคฉลอง 100 ปี เดินหน้าสู่การผลิต BEV ไวที่สุดในค่าย 03

มุ่งหน้าสู่การเป็นโรงงานยุคใหม่ iFactory

ผู้บริหารของบีเอ็มดับเบิลยูระบุว่าโรงงานแห่งนี้กำลังอยู่ในช่วงของการวิวัฒนาการไปสู่การเป็นไอแฟคทอรี่ โรงงานผลิตรถยนต์ที่จะนำเสนอมุมของการผลิตที่ใช้ระบบดิจิตอลเข้ามาช่วยเหลือและบริหารจัดการการผลิตทั้งหมด ซึ่งจะเป็นการยกระดับมารตรฐานด้านการผลิต ด้วยการลงทุนปรับปรุงในหลายด้าน อาทิ โรงงานพ่นสีแบบใหม่ หรือการพัฒนาสายการผลิตสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะ ซึ่งนอกจากโรงงานแม่แบบอย่างมิวนิคแล้ว บีเอ็มดับเบิลยูยังเดินหน้าการพัฒนาโรงงานอื่น ๆ ไปอย่างพร้อมเพรียงกัน เช่น โรงงานเดเบรเซนในฮังการี เป็นต้น

ย้อนอดีตโรงงาน BMW มิวนิคฉลอง 100 ปี เดินหน้าสู่การผลิต BEV ไวที่สุดในค่าย 04

ย้อนอดีตความสำเร็จฉลอง 100 ปี โรงงานแห่งนี้

20 พฤษภาคม 1922 คือวันแห่งการเริ่มต้นโรงงานบีเอ็มดับเบิลยูแห่งแรกของโลก หลังการเซ็นสัญญาซื้อขายเสร็จเรียบร้อย และเริ่มต้นผลิตรถจักรยานยนต์รุ่นแรกอย่าง R32 ในช่วงปี 1923-1929 พร้อม ๆ กับการผลิตเครื่องยนต์สำหรับเครื่องบิน การผลิตสะสมของรถจักรยานยนต์นั้นผ่านหลัก 1 หมื่นคันในปี 1935 และผ่านหลัก 1 แสนคันในปี 1938 ซึ่งถือเป็นการเติบโตอย่างรวดเร็วในยุคนั้น 

โรงงานที่มิวนิคใช้กับการผลิตรถจักรยานยนต์มาอย่างยาวนาน จนในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 พวกเขาได้เริ่มต้นการผลิตรถยนต์ BMW 501 ที่โรงงานแห่งนี้ในปี 1952 และจากนั้นก็เป็นคิวของรถยนต์รุ่นยอดนิยมอย่างอิเซตต้าในปี 1955 ในเดือนเมษายน ซึ่งคนงานที่เคยผลิตรถจักรยานยนต์ก็หันกลับมาเริ่มผลิตรถยนต์กันเต็มที่ หลังจากที่ยอดจำหน่ายรถจักรยานยนต์หดตัวลงไปอย่างมาก

BMW 1500 รถยนต์นั่ง 4 ประตู ถูกเข็นออกจากโรงงานแห่งนี้ในปี 1962 ก่อนที่รถยนต์ในกลุ่มนิวคลาสจะมียอดผลิตทะลุ 1 แสนคันใน 3 ปีหลังจากนั้น จากนั้นก็เป็นช่วงเวลาแห่งความว่างเปล่าที่ไม่มีหลักไมล์ที่สำคัญ จนกระทั่งในปี 1975 กับการมาถึงของรถยนต์นั่งที่ขายดีที่สุดในประวัติศาสตร์ของแบรนด์อย่าง BMW 3 Series (บีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ส์ 3) และใช้เวลาเพียง 3 ปีเท่านั้น ในการผลิตรถรุ่นนี้แตะหลักครึ่งล้านคัน

อ่านเพิ่มเติม: 2023 BMW 3 Series ปรับภายในหรูหรา ท้าชน C-Class และ A4 คาดมาไทยสิ้นปีนี้

ย้อนอดีตโรงงาน BMW มิวนิคฉลอง 100 ปี เดินหน้าสู่การผลิต BEV ไวที่สุดในค่าย 05

ข้ามผ่านสู่ช่วงเวลาแห่งความสำเร็จถึงปัจจุบัน

บีเอ็มดับเบิลยูผ่านช่วงเวลาที่ดีและแย่ในโรงงานแห่งนี้มาอย่างมากมาย จนกระทั่งในปี 1999 พวกเขาได้เปิดตัวรถสปอร์ตอย่าง BMW Z8 (บีเอ็มดับเบิลยู แซด8) เป็นครั้งแรกและก็เป็นผลผลิตจากโรงงานแห่งนี้ ถัดมาในยุคปี 2000 พวกเขามาพร้อมความสำเร็จมากมาย เช่น การฉลองการผลิตรถยนต์ครบ 7 ล้านคันในปี 2004 ก่อนที่จะผลิตครบ 8 ล้านคันในปี 2009 และการฉลองผลิตซีรี่ส์ 3 ครบ 10 ล้านคันในปี 2015

ในปี 2016 โรงงานมิวนิคฉลองการผลิตรถยนต์ครบ 10 ล้านคันในโรงงาน พวกเขาสร้างสถิติการผลิตรถยนต์มากที่สุดต่อปีที่โรงงานแห่งนี้ในปี 2019 กับยอดการผลิตทั้งสิ้น  2.3 แสนคัน ก่อนที่จะประกาศเดินหน้าปรับแผนงานต่าง ๆ สำหรับโรงงานแห่งนี้ เพื่อรองรับการผลิตยานยนต์พลังงานรูปแบบใหม่ ที่สอดคล้องกับบรรดาสินค้ารุ่นใหม่ ๆ ที่พวกเขาเปิดตัวมาอย่างต่อเนื่องในตลาดทุกแห่งทั่วโลกในปัจจุบัน

นอกเหนือจากความสำเร็จด้านการผลิตแล้ว โรงงานที่มิวนิคยังเป็นฐานการผลิตที่สำคัญที่สุดของบีเอ็มดับเบิลยู โดยเฉพาะในกลุ่มรถยนต์นั่งขนาดเล็กและกลาง ที่มีการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ ๆ ที่เป็นผลผลิตจากโรงงานแห่งนี้อย่างต่อเนื่อง และเป็นการยืนยันถึงความสำคัญของโรงงานผลิตรถยนต์ที่เก่าแก่ที่สุดของค่ายใบพัดฟ้าขาว ว่ามีทั้งตำแหน่ง ตำนานและประสบการณ์ที่ยากที่ใครจะแข่งขันได้ในปัจจุบัน

มารอดูโรงงานในเมืองไทยกัน ว่าจะเติบโตไปในทิศทางแบบนี้่ได้หรือไม่...

window.googletag = window.googletag || {cmd: []}; googletag.cmd.push(function() { googletag.defineSlot('/22557728108/Article_Bottom_leaderboard', [ 728, 90 ], 'div-gpt-ad-1635400940131-0').addService(googletag.pubads()); googletag.pubads().enableSingleRequest(); googletag.pubads().collapseEmptyDivs(); googletag.enableServices(); });
googletag.cmd.push(function() { googletag.display('div-gpt-ad-1635400940131-0'); });

Pisan

หัวหน้าทีมบรรณาธิการ

Head of Content ของ AutoFun Thailand ผู้ใช้ชีวิตกับรถมาตั้งแต่สมัยใส่ขาสั้นไปโรงเรียน ทุกวันนี้รถติดบนถนนมากกว่าวันละ 2-3 ชั่วโมง ที่้บ้านใช้งานรถหลายแบบ ตั้งแต่อีโคคาร์ เอ็มพีวีไปยันปิกอัพ อยู่ในวงการมายาวนานกว่า 2 ทศวรรษ ทำมาแล้วทุกอย่างทั้งงานเปิดตัว ทดสอบรถ ผ่านการอบรมการขับขี่ตั้งแต่คอร์สเริ่มต้นไปจนแอดวานซ์จากค่ายรถมากมายทั้งในและต่างประเทศ ยังเชื่อว่ารถทุกคันทำมาสำหรับลูกค้าบางกลุ่ม ถ้ามันไม่เหมาะกับคุณ ก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะไม่ดีสักหน่อยนะ...

window._taboola = window._taboola || []; _taboola.push({ mode: 'thumbnails-a-2x2-stream', container: 'taboola-below-article-thumbnails', placement: 'Below Article Thumbnails', target_type: 'mix' });

รีวิว

รถเก่าแลกรถใหม่ ไม่ต้องการความยุ่งยากและค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น

BMW 3 Series Sedan 320Li Luxury Gran Sedan 2022

แลก

เพิ่มรถของคุณ

บริการตรวจสภาพรถและบริการค้าขายเฉพาะในบริเวณกรุงเทพฯเท่านั้น

รถใหม่ล่าสุด