Full review: ลองของรถไฟฟ้า 2019 Nissan Leaf ค่าตัว 1.99 ล้านบาท ถูกที่ ถูกใจ แต่ยังไม่ใช่เวลา

Pisan · Sep 07, 2020 07:07 AM

2019 Nissan Leaf (นิสสัน ลีฟ) รถยนต์ไฟฟ้าราคา 1.99 ล้านบาทจากค่าย Nissan(นิสสัน) ที่แอบทำส่วนลดครึ่งล้านมาแปปนึงในช่วงที่ผ่านมา และซื้อตอนนี้ก็ยังได้ราคาดีอยู่ เวอร์ชั่นที่จำหน่ายในประเทศไทยเป็นเจนเนอเรชั่นใหม่ ที่มาพร้อมหน้าตาสดใส แต่ภายในที่ยังไม่ทันสมัยไปตามภายนอก

จริง ๆ แล้ว เรื่องของสมรรถนะในรถคันนี้ไม่ใช่สาระสำคัญเท่ากับความเหมาะสมในการใช้งานของรถบนท้องถนนประเทศไทย และความพร้อมในการใช้งานรถยนต์ประเภทเหล่านี้มากกว่า ซึ่งตลอดเวลาของการใช้งาน 5 วันนั้น เรียกว่ามีเรื่องที่ต้องฉุกคิดมากมายหากต้องการใช้งานรถประเภทนี้

AutoFun นั้นมองว่ารถยนต์ไฟฟ้าทุกคันมีสมรรถนะการขับขี่ที่ดีเยี่ยม มีการปรับเพิ่มระยะการใช้งานที่เหมาะสมสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน ที่ที่บ้านของเจ้าของนั้นต้องมีที่ชาร์จไฟแขวนอยู่หน้าบ้าน แบบไม่ควรจะต้องพึ่งพอปลั๊กไฟบ้านแบบธรรมดา หรือไม่ก็ควรจะเป็นรถคันที่ 2 ของครอบครัว

ตัว 2019 Nissan Leaf (นิสสัน ลีฟ) เองนั้น รุ่นปัจจุบันทำหน้าตามาอย่างสวยงามดุดัน ด้วยการเล่นลายเส้นที่ดูเป็นเอกลักษณ์ของรถกลุ่มนี้ ภายในห้องโดยสารอาจจะดูเก่าและไม่ได้รับการติดตั้งอุปกรณ์ใช้งานมามากเท่าที่ควร แต่ก็เป็นรถที่กว้างขวางและสะดวกสบายน่าใช้งานคันหนึ่ง หากคุณควักกระเป๋าจ่ายมันไหว

ความแตกต่างที่ชัดเจนก็คือ นิสสันจะไม่แถมหัวปลั๊กสำหรับการชาร์จไฟในบ้านมาให้กับนิสสัน ลีฟ ด้วยข้อจำกัดในเรื่องของการชาร์จไฟของรถเอง ดังนั้น หากต้องการเป็นเจ้าของรถคันนี้ ก็ต้องคิดในเรื่องของการติดตั้งแท่นชาร์จที่บ้าน หรือจะศึกษาหาสถานีชาร์จไฟของหน่วยงานเอกชนและรัฐบาลไว้ก็ดี

ราคาจำหน่าย 2019 Nissan Leaf

2019 Nissan Leaf (นิสสัน ลีฟ) มีจำหน่ายรุ่นเดียวในประเทศไทย ด้วยสนนราคา 1.99 ล้านบาท ยังไม่รวมโปรโมชั่นจากตัวแทนจำหน่าย และมาพร้อมการรับประกันคุณภาพตัวรถ 3 ปี หรือ 1 แสนกิโลเมตร รับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 1.6 แสนกิโลเมตร และรับประกันระบบไฟฟ้า 5 ปี หรือ 1 แสนกิโลเมตร

แนวคิดในการพัฒนาสู่การเป็นผู้นำยานยนต์ไฟฟ้า

แม้คำว่า Leaf จะแปลว่าใบไม้ ที่หลาย ๆ คนอาจจะคิดว่านิสสันนั้นต้องการตั้งชื่อรถให้เชื่อมโยงกับธรรมชาติ ต้องการสื่อว่ารถของพวกเขานั้นเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ไม่ปล่อยไอเสีย ซึ่งส่วนหนึ่งก็คงถูก แต่เอาจริง ๆ แล้ว ตัวอักษรทั้ง 4 ตัวนั้น แทนคำย่อที่เป็นที่มาของแนวคิดในการพัฒนารถคันนี้ที่มีความชัดเจนมาตั้งแต่ต้น

L นั้นมาจากคำว่า Leading หรือการเป็นผู้นำ E มาจาก Environmental friendly หรือการเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม A มาจาก Affordable ราคาที่ลูกค้าสามารถจับต้องได้ และ F ก็คือ Family car หรือรถยนต์สำหรับครอบครัว ซึ่งนิสสันนั้น ได้พยายามพัฒนารถยนต์ไฟฟ้ารุ่นนี้ให้ออกมาตามแนวทางที่กำหนดเอาไว้อย่างชัดเจนต่อเนื่อง

การสร้างสรรค์ Nissan Leaf (นิสสัน ลีฟ) ให้เป็นรถยนต์สำหรับครอบครัวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยที่มีราคาจำหน่ายที่ไม่สูงมากนัก (ในประเทศญี่ปุ่น ในไทยไม่นับ) และต้องการเป็นผู้นำในเซกเมนต์นี้ ทำให้รถคันนี้มีข้อดีมากมาย และก็มีข้อที่ต้องปรับปรุงและพัฒนาเช่นกัน ใครที่สนใจรถยนต์ไฟฟ้าอยู่ มาติดตามกันว่ามีอะไรที่เราต้องคำนึงถึงกันบ้าง

ตัวถังไซส์กำลังดี เน้นออกแบบเพื่อลดแรงต้านลม

แม้จะดูจากรูปร่างภายนอก Nissan Leaf (นิสสัน ลีฟ) ดูเหมือนจะเป็นรถที่ออกแบบด้วยรูปทรงแบบรถในยุคเก่า ๆ ไม่ได้ลักษณะลู่เพรียวลมสักเท่าใด แต่เอาจริง ๆ แล้ว รถคันนี้มีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานต่ำเพียง 0.28 เป็นผลมาจากความชำนาญของทีมออกแบบนิสสัน ที่มีประสบการณ์อยู่แล้วกับการออกแบบรถยนต์ไฟฟ้าหลากหลายรูปแบบ

ขนาดตัวถังนั้นถือว่าน่าใช้งาน ด้วยการมีตัวถังเทียบเท่าซีดานขนาดกลาง มาพร้อมความกว้าง 1,790 มิลลิเมตร ยาว 4,480 มิลลิเมตร สูง 1,560 มิลลิเมตร มีระยะฐานล้อยาว 2,700 มิลลิเมตร ตัวรถที่ออกแบบมาด้วยรูปทรงแฮชท์แบ็ค 5 ประตู ส่งผลให้มีที่เก็บสัมภาระด้านท้ายรถขนาดใหญ่ 435 ลิตร ใส่สิ่งของมากมายได้สบาย

ที่ชาร์จไฟนั้นติดตั้งอยู่ที่ด้านหน้าของตัวรถภายเหนือกระจังหน้าตรงตำแหน่งของโลโก้พอดี กระจังหน้าแบบปิดออกแบบมาในแนวสามมิติเพิ่มความสวยงาม รูปทรงนั้นมีความพยายามใช้เส้นสายและเหลี่ยมสันของรถให้เกิดประโยชน์ในการสร้างมุมนำสายตาหลายจุด ซึ่งดูรวม ๆ ก็ต้องถือว่ามีความโฉบเฉี่ยวอยู่เอาเรื่อง

การตกแต่งภายนอกนั้นไม่ได้เน้นความหวือหวาอะไรมาก ตัวรถ Nissan Leaf (นิสสัน ลีฟ) มาพร้อมล้ออัลลอย ขนาด 17 นิ้ว พร้อมยางขนาด 215/50 R17 บนลวดลายล้ออัลลอยที่มีความสวยงามขึ้นจากรุ่นก่อน ดิสก์เบรกถูกติดตั้งมาให้ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง มีการตกแต่งโครเมียมที่มือจับประตู เพื่อเพิ่มความหรูหราให้กับรถได้นิดหน่อย

โคมไฟหน้ามาพร้อมไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์ แอลอีดี พร้อมด้วยไฟส่องสว่างเวลาเวลากลางวัน ติดตั้งไฟตัดหมอกคู่หน้า พร้อมไฟหน้าแบบปรับระดับสูง-ต่ำอัตโนมัติ กระจกมองข้างพับและปรับได้ด้วยไฟฟ้า ซึ่งต้องบอกว่าเป็นรถที่ไม่ได้มีความหวือหวาในเรื่องของอุปกรณ์ตกแต่งอะไรเสียเท่าไรนัก

ห้องโดยสาร Nissan Leaf

ห้องโดยสารภายในแนวเรโทร ไม่เน้นของเล่น

การออกแบบห้องโดยสารภายในของ Nissan Leaf (นิสสัน ลีฟ) นั้น เหมือนกับว่าทีมออกแบบนั้นโดนตัดงบ แล้วเอาไปให้ทีมพัฒนาเครื่องยนต์ ระบบขับเคลื่อน ระบบส่งกำลังทั้งหมด เอาเป็นว่าถ้าไม่เห็นแป้นเกียร์ไฟฟ้าและแผงหน้าปัดที่ดูทันสมัยที่สุดในรถ ก็อาจจะนึกว่านิสสันนั้นไปขอหยิบยืมแผงคอนโซลหน้ามาจากรถเก่า ๆ สักรุ่น

ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการออกแบบห้องโดยสารแนวสีดำทึม ๆ พร้อมเดินด้ายสีฟ้าที่เอาจริง ๆ ก็ไม่ได้มีความโดดเด่นสวยงาม พวงมาลัยนั้นหุ้มหนังมาให้ พร้อมมือจับประตูด้านในก็เป็นโครเมียมเรียบร้อย กระจกหน้าต่างไฟฟ้าฝั่งคนขับติดตั้งระบบเปิด-ปิดด้วยการกดปุ่มครั้งเดียว และระบบป้องกันการหนีบมาให้บานเดียวเท่านั้น

ระบบปรับเบาะทั้งหมดเป็นระบบปรับด้วยมือ โดยเบาะนั่งคนขับสามารถปรับด้วยมือได้ 6 ทิศทาง เบาะนั่งผู้โดยสารตอนหน้าปรับด้วยมือ 4 ทิศทาง ส่วนเบาะนั่งด้านหลังจะมาพร้อมพนักพิงศีรษะ 3 ตำแหน่ง ที่สามารถพับลงมาเพื่อเพิ่มพื้นที่บรรทุกสัมภาระ หรือการขนส่งข้าวของชิ้นใหญ่ ๆ ก็ทำได้โดยง่าย

ระบบเครื่องเสียงในรถยนต์ราคาเฉียด 2 ล้าน มาพร้อมหน้าจอแบบสีขนาด 5 นิ้ว ที่รองรับการเชื่อมต่อผ่าน AUX และ USB รวมถึงการเชื่อมต่อแบบไร้สายผ่านบลูทูธ ติดตั้งลำโพงเสียงให้ 4 ตำแหน่ง ส่วนระบบอื่น ๆ ที่มีมาให้ ก็เช่น ปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ ระบบคีย์เลส พร้อมกุญแจอิมโมบิไลเซอร์ โชคดีที่มีระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ

หน้าจอแสดงผลการขับขี่เป็นอีกสิ่งที่ดูทันสมัยขึ้นมาหน่อยรองจากแป้นเกียร์ทรงกลม มาพร้อมการแสดงข้อมูลมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการแสดงระยะทางและพลังงานไฟฟ้าที่เหลืออยู่ อุณหภูมิแบตเตอรี่ การจัดการพลังงาน และเวลาในการชาร์จแบตเตอรี่ ซึ่งก็ไม่ได้ทำให้ภาพรวมของการออกแบบภายในดูเนี๊ยบขึ้นมาสักเท่าไร

เครื่องยนต์ Nissan Leaf

 

เครื่องยนต์ที่วิ่งได้ 250 กิโลเมตรต่อการชาร์จ

จริงอยู่ที่นิสสันนั้นเคลมระยะทางการใช้งานต่อการชาร์จไฟของ Nissan Leaf (นิสสัน ลีฟ) เอาไว้ที่ 311 กิโลเมตร แต่จากการใช้งานของผมที่นำรถไปชาร์จไฟจนเต็มที่ EGAT เกือบตลอด ระยะทางในการวิ่งที่ทำได้ตามหน้าปัดจะอยู่ที่ประมาณ 250-265 กิโลเมตร ซึ่งส่วนหนึ่งก็ต้องยอมรับว่าเป็นไปตามพฤติกรรมการขับขี่ของผู้ขับขี่ด้วย

หัวใจในการขับเคลื่อนของรถคันนี้ก็คือมอเตอร์ไฟฟ้า AC Synchronous รหัส EM57 ที่รีดกำลังได้สูงสุด 150 แรงม้า ที่ 3,283 – 9,795 รอบต่อนาที พร้อมด้วยแรงบิดสูงสุด 320 นิวตันเมตร ที่ 0 – 3,283 รอบต่อนาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 40 กิโลวัตต์ชั่วโมง ไม่มีการปล่อยไอเสียจากรถคันนี้

การชาร์จไฟปกตินั้น หากใช้เครื่องชาร์จที่ปล่อยไฟได้ 3.6 กิโลวัตต์จะใช้เวลาประมาณ 12 ชั่วโมง ถ้าใช้ไฟ 6.6 กิโลวัตต์ จะใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมง ถ้าชาร์จด้วยเครื่องชาร์จแรงสูงผ่านหัวชาร์จ Chademo แบบที่ผมไปลองที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตมา ก็จะรวดเร็วว่องไวมากขึ้น แต่ก็อาจจะต้องรอคิวกันหน่อยสำหรับเครื่องประเภทนี้

การใช้งานจริงที่ดีอยู่ แต่เพิ่มความยากลำบากนิดหน่อย

ความยากลำบากเดียวในการใช้งาน Nissan Leaf (นิสสัน ลีฟ) ในประเทศไทย ก็คือการหาแหล่งเติมพลังงานไฟฟ้าให้กับตัวรถนั่นล่ะครับ เพราะด้วยข้อจำกัดในการเป็นรถยนต์ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว ก็หมายความว่าหากคุณแบตหมดกลางทาง คุณก็ไม่มีทางจะไปไหนต่อได้ และการชาร์จเพื่อให้ได้ไฟมากพอที่จะวิ่งกลับบ้านก็ใช้เวลานานอยู่

จริงอยู่ที่ว่าสถานีชาร์จไฟความไวสูงอาจจะเติมพลังให้คุณได้ 80% ภายใน 30 นาทีตามที่มีการโฆษณากันไว้ แต่สถานีแบบนั้นก็ไม่ได้หากันได้ง่าย ๆ แถมยังกั๊กปล่อยไฟกันไม่ค่อยเต็มที่อีกต่างหาก เพราะฉะนั้น การจะใช้งานรถกลุ่มนี้ก็อาจจะต้องวางแผนกันมากหน่อย เพื่อไม่ให้มีปัญหาตามมาในการใช้งานในชีวิตประจำวัน

ในมุมของการเป็นรถยนต์ที่ออกแบบมาเพื่อเน้นความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สิ่งที่ดีงามมากสำหรับลีฟก็คือเรื่องของการที่รถนั้นไม่ปล่อยไอเสีย หากเราต้องการสตาร์ทรถเปิดแอร์นอนในที่จอดรถก็ทำได้แบบไม่ต้องเกรงใจใคร ถ้าพี่ยามเดินมาเคาะกระจกบอกให้ดับเครื่อง ก็อธิบายไปเท่านั้น ว่านี่รถไฟฟ้าไม่มีไอเสียครับ

Nissan Leaf (นิสสัน ลีฟ)มาพร้อมระบบ e-Pedal ที่พวกเขาภาคภูมิใจว่าแป้นคันเร่งของพวกเขานั้นสามารถเร่งและเบรกได้ในแป้นเดียว เมื่อเราเปิดระบบแล้ว เหยียบคันเร่งคือเร่ง ถอนคันเร่งคือเบา ยกหมดก็คือเบรก แต่ผมว่าลักษณะการเบาและเบรกของรถยังไม่ค่อยเป็นธรรมชาติเท่าไหร่ คนที่ขับรถตามหลังมาอาจจะจิ้มก้นท่านได้ หากท่านปล่อยแป้นไวไป

ระบบความปลอดภัยนั้นมีมาให้พอประมาณ ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง ประกอบไปด้วยคู่หน้า 2 ตำแหน่ง ด้านข้าง 2 ตำแหน่งและม่านนิรภัย 2 ตำแหน่ง มาพร้อมระบบป้องกันล้อล็อก ระบบกระจายแรง ระบบเสริมแรงเบรก ปลอดภัยมากขึ้นด้วยระบบเตือนการชนด้านหน้า ที่ทำงานกับระบบเบรกอัตโนมัติได้อย่างลงตัว

นอกจากนี้ ยังมาพร้อมระบบควบคุมเสถียรภาพขณะเข้าโค้ง ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ระบบช่วยออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน ติดตั้งระบบอันลือชื่อของแบรนด์อย่างกล้องมองภาพรอบทิศทาง ระบบตรวจจับวัตถุและแจ้งด้วยการส่งสัญญาณเตือน ระบบเตือนเมื่อผู้ขับขี่เกิดอาการเหนื่อยล้า และระบบเบรกมือไฟฟ้า 

ซึ่งหากไม่นับเรื่องรูปลักษณ์ที่บางทีก็ดูหาวเรอไปบ้าง Nissan Leaf (นิสสัน ลีฟ) ก็เป็นรถที่มีอุปกรณ์และระบบด้านการขับขี่ที่รองรับความต้องการของผู้บริโภคได้มากพอสมควร เพียงเสียแต่ว่า เมื่อรถยนต์เข้ามาที่ประเทศไทยและมีราคาจำหน่ายระดับเกือบ 2 ล้านบาท ผู้บริโภคก็อาจจะต้องการของเล่นในรถที่มากกว่านี้อีกนิดนึง

เรื่องของการขับขี่นั้นเป็นอย่างไรบ้าง

ตัดเรื่อง e-Pedal ซึ่งผมไม่ชอบการตอบสนองของมันออกไป ทำให้ต้องปิดระบบเกือบตลอดการใช้งาน และเลือกใช้บริการคันเร่งและแป้นเบรกปกติไป ต้องบอกว่า Nissan Leaf (นิสสัน ลีฟ) เป็นรถไฟฟ้าที่ให้การตอบสนองที่ดีในภาพรวม ไม่ได้เน้นไปที่ความสปอร์ตหรือความประหยัดมากเกินไป เรียกว่าถ้ามีที่ชาร์จก็ใช้งานได้อย่างคล่องแคล่ว

เครื่องยนต์นั้นตอบสนองจี๊ดจ๊าด ลากตัวรถให้พุ่งทะยานกันอย่างสนุกสนาน เรียกว่ารถคันไหนที่คิดว่าจะฉีกหนีง่าย ๆ อาจจะต้องคิดหนักสักหน่อย การทำเร็วตั้งแต่ 0-100 ไปจนประมาณ 120-140 นั้นไหลลื่นอย่างต่อเนื่อง หลังจากนั้น แม้จะแผ่ว ๆ ลงมา แต่ก็ยังไหลไปเรื่อย ๆ แบบไม่เหนื่อยไม่เค้น แต่ก็แอบได้ยินเสียงมอเตอร์นิดหน่อย

ช่วงล่างนั้นแทบไม่ได้แตกต่างจากการขับรถยนต์ซีดานขนาดกลางทั่ว ๆ ไป แถมมีแอบหนึบกว่าเล็กน้อย ด้วยน้ำหนักกดของแบตเตอรี่ที่ติดตั้งไว้ที่พื้นรถ พร้อมด้วยระบบช่วยควบคุมด้านการขับขี่มากมาย ห้องโดยสารกว้างขวางอยู่ นั่งได้สบายทั้งตำแหน่งด้านหน้าและด้านหลัง พร้อมด้วยห้องเก็บของขนาดใหญ่โตเหลือเฟือ

สิ่งที่อาจจะทำให้ทุกคนรู้สึกว่ามันไม่น่าสนใจ นอกไปจากความยุ่งยากในการใช้งานแล้ว ก็คงจะเป็นเรื่องของอุปกรณ์การตกแต่งในแนวมินิมอลของรถที่ดูไม่คุ้มกับค่าตัวที่จำหน่ายในประเทศไทย หลายคนอาจจะเถียงว่าก็อยู่ญี่ปุ่นมันถูกกว่านี้ไง แต่ในไทยนี่ ราคานี้คุณได้รถไฮบริดที่อุปกรณ์ครบครัน และคันใหญ่กว่านี้เลยนะ

ยกเว้นแต่ว่าคุณเป็นคนที่ใช้รถไม่มากมาย ต้องการรถที่จอดเปิดแอร์นอนที่ไหนก็ได้แบบไม่กลัวใครด่า หรือต้องการอิมเมจของการเป็นมนุษย์พันธุ์ใหม่ที่เน้นการรักษ์โลกอย่างรุนแรง แถมยังมีดีพอที่คุณจะใช้งานมันได้ทุกวันแบบไม่ขัดเขิน แต่ห้ามคิดการณ์ใหญ่พามันออกไปเที่ยวไกล ๆ นะ อย่าได้หาทำเป็นอันขาด

Nissan Leaf ถูกที่ ถูกใจ แต่ยังไม่ถูกเวลา

เอาล่ะ แม้ผมจะบ่นเรื่องความไม่คุ้มค่าต่าง ๆ นานาของรถไปมากมาย แต่ถามว่าจริง ๆ แล้วชอบไหม ผมก็ชอบรถคันนี้อยู่นะ ถ้าไม่ติดความหวาดผวาในการใช้งานรถบางครั้ง ที่พอรถติดก็จะเหลือบดูเปอร์เซนต์ไฟฟ้าที่เหลือบ่อย ๆ หรือพอมีเวลาว่างไม่ได้ ก็ต้องรีบบึ่งไปอีแกทกันเพื่อชาร์จไฟให้เต็ม เพื่อความปลอดภัยไว้ก่อน

มีคนบอกว่า นิสสัน ประเทศไทย นั้น ไม่ได้ตั้งใจในการทำตลาดนิสสัน ลีฟ แต่เป็นการนำเข้ารถมาเพื่อสร้างภาพลักษณ์ของบริษัทให้เป็นไปตามทิศทางเดียวกันทั่วโลก ซึ่งก็คงจะใช่ส่วนหนึ่ง เพราะหากดูจากแผนงานของพวกเขาแล้ว ในอนาคตเราก็อาจจะได้เห็นสินค้าอย่าง Nissan Ariya (นิสสัน อาริยะ) เข้ามาทำตลาดเพิ่ม

แนวคิดของการเป็นรถยนต์ที่ไม่ปล่อยไอเสียก็โดนใจ ผมสามารถจอดรถนอนในที่จอดรถออฟฟิศได้โดยไม่รบกวนใคร การตอบสนองของรถนั้นก็ถือว่ายอดเยี่ยมในเมืองหลวง และต้องบอกว่าตลอดเวลาที่ผมเอามาลองขับนั้น มีคนเข้ามาถามไถ่แลกเปลี่ยนประสบการณ์เรื่องรถไฟฟ้ากันเยอะมาก เพราะพวกเขาก็สนใจเหมือนกัน

ไฟท้าย Nissan Leaf

ปัญหาก็คือ ความพร้อมของระบบสาธารณูปโภคในบ้านเรานั้น ไม่เอื้ออำนวยต่อการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าอย่างสิ้นเชิง แม้เราจะมี EV Road map ที่ท่านรัฐมนตรีอยากเห็นประเทศไทยเป็นฐานการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าซะเหลือเกิน แต่หากดูรายละเอียดของสถานีชาร์จแล้ว เอายังไงก็รองรับราคา7.5 แสน Nissan Leaf (นิสสัน ลีฟ)คันที่เราอยากผลิตกันไม่น่าจะไหว

ถามว่ารถยนต์ไฟฟ้าทั่วไปนั้นดีไหม ดีสิ น่าใช้ไหมก็ใช่ แพงเกินไปหรือเปล่า เราก็มีรถคันละล้านนิด ๆ ให้เลือกใช้นะ แถมแนวโน้มราคาก็ถูกลงเรื่อย ๆ แต่คำตอบตอนจบก็คือ หากยังไม่สามารถทำให้สถานีชาร์จใช้ได้งานอย่างแพร่หลายจริง ๆ ผู้บริโภคตาดำดำที่ไม่มีปัญหาติดแท่นชาร์จที่บ้านคนไหนจะกล้าซื้อรถพวกนี้ไปใช้

ถ้าทุกอย่างพร้อมจริง รถไฟฟ้าก็เป็นคำตอบที่ใช่ในเวลาที่ถูกอย่างแน่นอน แต่ก็ไม่รู้ว่าตอนนั้น Nissan Leaf (นิสสัน ลีฟ) จะพัฒนาไปเจนเนอเรชั่นไหนละนะ...

ไฟหน้า Nissan Leaf

 

รีวิว

รถใหม่ล่าสุด