REVIEW: New 2020 Mazda 2 Hatchback 1.5 XDL อัดออพชั่นแน่นในราคา 7.99 แสนบาท

Andy · Jun 18, 2020 05:12 PM

มาสด้า 2 ใหม่รุ่นปรับโฉมเพิ่มออพชั่น (New 2020 Mazda 2) คือการวางตัวเพื่อรอรับมือกับคู่แข่งในตลาดอีโคคาร์ เฟสสองของประเทศไทย ซึ่งรถยนต์ที่มีอายุการทำตลาดเข้าไปร่วม 5 ปีแล้วคันนี้ จะต้องเจอกับผู้เล่นที่มาพร้อมเทคโนโลยีใหม่และของเล่นใหม่ ๆ มากมายในท้องตลาด

การที่รถยนต์คันหนึ่งจะทำตลาดแบบต่อเนื่องมาได้นานถึง 5 ปีแบบแทบจะไม่ปรับเปลี่ยนอะไรเลยนั้น ต้องยอมรับกันล่ะว่าเป็นเพราะความนิยมในตลาดโลกที่ยังดีอยู่ ทำให้มาสด้าเองไม่ได้เร่งร้อนที่จะปรับเปลี่ยนอะไรกับรถคันนี้มากนัก เพราะจุดแข็งของรถรุ่นนี้ก็ยังถือว่ามีมากอยู่

โดยเฉพาะในรุ่นท๊อปที่มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล ที่มองเรื่องสมรรถนะก็ถือว่าเป็นยืนหนึ่งของวงการทั้งเรื่องการตอบสนองการขับขี่และการประหยัดน้ำมัน ภาพลักษณ์ของตราสินค้า และราคาจำหน่ายที่เรียกว่ายึดตำแหน่งหัวแถวเอาไว้อย่างต่อเนื่อง

การเปิดตัวรุ่นไมเนอร์เชนจ์ในครั้งนี้ จึงไม่ได้เป็นการเตรียมรับมือกับคู่แข่งหน้าใหม่แต่เพียงอย่างเดียว แต่เป็นการประกาศกลาย ๆ ว่าใครคือของจริงในตลาดนี้ และยากแค่ไหนหากจะมีใครที่ต้องการก้าวข้ามแบรนด์มาสด้าและรถเล็กของพวกเขาอย่างมาสด้า 2 ขึ้นไปเป็นผู้นำด้านภาพลักษณ์อันแข็งแกร่งในกลุ่มรถยนต์ระดับนี้

ราคาจำหน่าย
Mazda 2 1.5 Turbo XD  7.82 แสนบาท
Mazda 2 1.5 Turbo XDL 7.99 แสนบาท

 

รายละเอียดทางเทคนิค
ขนาดตัวถัง (กว้างxยาวxสูง) 1,730x4,145x1,475 มิลลิเมตร
ความยาวฐานล้อ 2,550 มิลลิเมตร
เครื่องยนต์ สกายแอคทีฟ-ดี 1.5 เทอร์โบ
ปริมาตรกระบอกสูบ 1,499 ซีซี.
กำลังสูงสุด 105 แรงม้าที่ 4,000 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตรที่ 1,500-2,500 รอบต่อนาที
ระบบส่งกำลัง อัตโนมัติ 6 จังหวะ
ช่วงล่างด้านหน้า แมคเฟอร์สัน สตรัท พร้อมกันโคลง
ช่วงล่างด้านหลัง กึ่งอิสระ ทอร์ชั่น บีม 
อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมัน 26.3 กิโลเมตรต่อลิตร

อัดออพชั่นเต็มพิกัดเพื่อฉีกช่องว่างในการแข่งขัน

เมื่อคุณทำตลาดรถยนต์คันหนึ่งมาเป็นระยะเวลานานและมีคู่แข่งกำลังจะเปิดตัวรถในเซกเมนต์เดียวกันตามมา สิ่งที่คุณจะทำได้ก็คงมีไม่กี่อย่าง ลดราคาเพื่อลงไปแข่งกับเขา หรือเพิ่มของเข้าไปอีกให้ดูคุ้มค่ามากกว่าเดิมเยอะ ๆ ลูกค้าจะได้ไม่หนีไปไหน

และมาสด้าเองก็ไม่มีทางเลือกอะไรมากนัก ในฐานะที่ประกาศว่าพวกเขาขอเป็นพรีเมียมอีโคคาร์ระดับท็อปสุดมาตั้งแต่ต้น เพราะรถยนต์มาสด้า 2 ที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซลคืออีโคคาร์ที่หาญกล้าตั้งราคาสูงกว่า 7 แสนบาท ยิ่งเป็นตัวท็อปที่เปิดตัวมาในวันนี้ ต้องบอกว่าราคาใกล้ 8 แสนเข้าไปทุกที่

การปรับราคาเพิ่มมาอีก 1 หมื่นบาทจากรุ่นก่อนหน้านี้ ถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับสิ่งที่คุณจะได้ไปจากมาสด้า 2 ใหม่ ซึ่งวันนี้จะขอพูดถึงตัวแฮชท์แบ็ก 1.5 ดีเซล เทอร์โบเท่านั้น สนนราคาเท่ากับรุ่นซีดาน แต่ดูเหมือนผู้บริโภคจะเทใจไปให้กับรุ่น 5 ประตูมากกว่า ด้วยปัจจัยทางด้านการขนของที่ดูสะดวกกว่า

ไม่ใช่แค่หน้าตารถที่ดูโฉบเฉี่ยวขึ้น แต่อุปกรณ์ภายในที่เพิ่มขึ้นมาก็ถือว่าเหนือชั้นกว่าคู่แข่งทุกราย แถมยังมีออพชั่นจุกจิกให้เลือกสรรมากมาย เรียกว่าหากคุณอยากได้รถยนต์อีโคคาร์แล้ว ไม่พิจารณามาสด้าเข้าไปเป็นหนึ่งในตัวเลือกเลยก็ถือว่าผิด

ปรับโฉมภายนอกเพิ่มความสปอร์ตเต็มพิกัด

การเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนที่ภายนอกของรถทำให้รถที่ดูสปอร์ตอยู่แล้วดูดุดันเพิ่มขึ้นไปอีกขั้น ไฟหน้าโปรเจกเตอร์เลนส์แบบแอลอีดี พร้อมระบบปรับสูง-ต่ำอัตโนมัติ พร้อมระบบเปิด-ปิดไฟอัตโนมัติ รวมไปถึงไฟเดย์ไทม์แบบแอลอีดี ติดตั้งมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐานสำหรับรถรุ่นนี้

ล้ออัลลอย 16 นิ้วสีเมทัลลิก กระจังหน้าสีดำเงาแบบเปียโน แบล็ก กันชนหน้าตกแต่งด้วยโครเมียม กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยวในตัวพับและปรับด้วยไฟฟ้า กระจกหน้าเป็นแบบช่วยลดเสียงรบกวนในตัว มาพร้อมกับสปอยเลอร์หลังเพิ่มความโดดเด่นของตัวรถ

เสาอากาศฝังลงบนกระจกบังลมหลัง ปลายท่อไอเสียแบบโครเมียม ซึ่งจะเห็นได้ว่ามาสด้าเองไม่ได้มองแค่เรื่องความสวยงามของการออกแบบรถยนต์ แต่เน้นฟังชั่นส์การใช้งานได้จริงเข้าไปใส่ในตัวรถทั้งหมด จนทำให้รถคันนี้ยังสวยงามโดดเด่นบนท้องถนน แม้จะผ่านเวลามานานแล้วก็ตามที

ปรับห้องโดยสารที่ดีอยู่แล้วให้เนี๊ยบกว่าเดิม

ห้องโดยสารของมาสด้า 2 นั้น แม้จะมีเสียงบ่นว่าดูคับแคบไปบ้าง แต่ก็ถือว่าเป็นห้องโดยสารที่ดีที่สุดเท่าที่อีโคคาร์ในประเทศไทยเคยสร้างมันขึ้นมา ด้วยความเนี๊ยบของวัสดุที่เลือกใช้ การจัดวางอุปกรณ์ต่าง ๆ และของเล่นที่ให้มาอย่างเพียงพอต่อการใช้งานบนท้องถนน

ในรุ่นปรับโฉมนั้น สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัดก็คือเบาะนั่งที่เปลี่ยนมาใช้เบาะที่หุ้มด้วยหนังสีเทาและหนังกลับสีดำ แดชบอร์ดหน้าบุแบบนุ่มด้วยหนังสีเทา โดยตัวเบาะยังปรับด้วยระบบมือทั้งหมด เบาะนั่งด้านหลังแยกพับได้ 60:40 เพื่อความสะดวกในการขนย้ายสัมภาระชิ้นใหญ่

มาพร้อมหน้าจอแสดงผลการขับขี่ที่แดชบอร์ดและที่แผงกระจกบังลมด้านหน้า ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ กระจกไฟฟ้าแบบอัตโนมัติด้านคนขับพร้อมระบบป้องกันการหนีบ พวงมาลัยและหัวเกียร์หุ้มด้วยหนังสีดำเพิ่มความหรูหราให้กับรถ

หน้าจอกลางขนาด 7 นิ้วมาพร้อมระบบสัมผัส แต่ก็สามารถควบคุมผ่านปุ่มบังคับกลางรถได้ เครื่องเสียงใหม่รองรับแอปเปิล คาร์เพลย์และแอนดรอยด์ ออโต้ เรียบร้อย กุญแจรีโมทพร้อมระบบสตาร์ทด้วยปุ่ม ทั้งหมดนี้ทำให้รถคันนี้มีความน่าใช้งานมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

เพิ่มอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยในรุ่นท๊อป

แม้จะเป็นรถยนต์ที่เข้าโครงการอีโคคาร์เฟสสองที่มีข้อกำหนดเรื่องความปลอดภัยแบบเข้มข้นอยู่แล้ว แต่มาสด้าก็ยังเดินหน้าเพิ่มอุปกรณ์ให้กับรถของพวกเขาต่อไป นอกเหนือไปจากระบบป้องกันล้อล็อก ระบบกระจายแรงเบรก ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวและระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชันที่เป็นมาตรฐาน

มาสด้า 2 ตัวท็อปนั้น เพิ่มแป้นเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัยมาให้ เพื่อที่ผู้ขับขี่จะไม่ต้องพะวงความหาหัวเกียร์ในยามต้องการเร่งแซง และมาพร้อมกล้องมองภาพรอบทิศทางแบบ 360 องศา พร้อมเซนเซอร์กะระยะช่วยจอดด้านหน้า 4 ตำแหน่ง ทำงานร่วมกับเซนเซอร์ช่วยจอดด้านหลัง 4 ตำแหน่ง

นอกจากนี้ ยังมีการติดตั้งระบบเตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน และระบบเตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง ซึ่งมาสด้า 2 เป็นรถยนต์ในกลุ่มอีโคคาร์รุ่นแรกที่นำระบบดังกล่าวเข้ามาเสริมความปลอดภัยในการขับขี่ให้กับเจ้าของรถ

มาสด้าเองให้น้ำหนักกับเรื่องของความปลอดภัยเป็นอย่างมาก พวกเขาติดตั้งถุงลมนิรภัยคู่หน้า 2 ตำแหน่ง และมีจุดยึดสำหรับเบาะที่นั่งเด็กติดตั้งมาให้เรียบร้อย ขณะที่ตัวรถก็เสริมความแข็งแกร่งด้วยคานเหล็กที่ด้านหน้าและด้านหลังของตัวรถ เรียกว่าการป้องกันภัยแบบก่อนเกิดอุบัติเหตุนั้นจัดมาเต็มพิกัด

เครื่องยนต์ดีเซลมีดีที่แรงบิดและความประหยัดทะลุโลก

จริงอยู่ที่เครื่องยนต์เทอร์โบรุ่นใหม่สามารถเรียกพละกำลังได้ไม่แพ้เครื่องยนต์ดีเซลที่ใหญ่กว่า แต่หากมองในเรื่องของแรงบิด อัตราเร่งแซงและการประหยัดน้ำมันแล้ว มาสด้าก็ยังต้องภาคภูมิใจกับเครื่องยนต์สกายแอคทีฟ-ดี ของพวกเขาต่อไปเหมือนเช่นเดิม

ไม่ใช่แค่การพาเครื่องยนต์ขนาดนี้เข้าโครงการอีโคคาร์ที่ทุกคนพยายามลดขนาดเครื่องยนต์เพื่อผ่านข้อกำหนดด้านการประหยัดน้ำมันอันเข้มงวด แต่มาสด้าพาเครื่องยนต์ไซส์ปกติผ่านมาตรฐานดังกล่าวด้วยค่าเฉลี่ยจากการทดสอบมากถึง 26.3 กิโลเมตรต่อลิตร สูงที่สุดเมื่อเทียบกับคู่แข่ง

ในแง่ของสมรรถนะนั้น เครื่องยนต์ดีเซล 1.5 ลิตรเทอร์โบ ที่ให้กำลังสูงสุด 105 แรงม้าที่ 4,000 รอบต่อนาที พร้อมด้วยแรงบิดมหาศาล 250 นิวตันเมตรที่รอบตั้งแต่ 1,500-2,500 รอบต่อนาที ก็น่าจะยังเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในเซกเมนต์สำหรับการใช้งานในเมือง การออกตัวและการเร่งแซงระยะสั้น

ส่วนหนึ่งของการตอบสนองที่ดีเยี่ยม เป็นผลมาจากการที่มาสด้ายึดมั่นในการอยู่กับระบบส่งกำลังแบบอัตโนมัติ 6 สปีดต่อไป ท่ามกลางการเปลี่ยนไปใช้เกียร์ซีวีทีของคู่แข่ง โดยระบบส่งกำลังจะส่งกำลังผ่านการควบคุมที่ล้อคู่หน้า เพื่อสร้างสมรรถนะการขับขี่ที่ยอดเยี่ยม

อีโคคาร์สำหรับสายขับที่ต้องการความปลอดภัยสูงสุด

แน่นอนว่าเมื่อมีคู่แข่งเพิ่มมามากหน้าหลายตา คำถามคือมาสด้าจะยังคงสร้างความน่าสนใจของตัวเองต่อไปอย่างไรเมื่อเทียบกับคู่แข่ง แน่นอนว่าส่วนหนึ่งจะต้องมาจากแคมเปญโปรโมชั่นที่ดุเดือดกว่าคนอื่น แต่หากมองในแง่ของโปรดักส์ โดยเฉพาะในรุ่นท๊อปนี้ก็ต้องบอกว่าพวกเขายังน่าสนใจอยู่จริง ๆ

การเป็นอีโคคาร์ที่มีเครื่องยนต์ดีเซลให้เลือกนั้น สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่ต้องการรถที่ให้การตอบสนองที่ดี ทั้งในด้านการขับขี่และการประหยัดน้ำมัน เพราะนี่คือธรรมชาติที่แท้จริงของเครื่องยนต์ดีเซล แบบที่เครื่องยนต์เบนซินก็ไม่สามารถทำได้เหมือน

อุปกรณ์ความปลอดภัยที่ติดตั้งเพิ่มมาให้ หากเทียบกับคู่แข่งแล้วก็ถือว่ามากที่สุดในท้องตลาด โอเคล่ะว่ามันอาจจะต้องแลกด้วยการจ่ายที่แพงกว่าคู่แข่งอีก 4-5 หมื่นบาท แต่ต้องไม่ลืมว่าระบบพวกนี้ไม่สามารถไปติดตั้งเพิ่มที่ร้านประดับยนต์ข้างนอกได้นะ ถ้าอยากได้ก็ต้องรอเปลี่ยนรถคันใหม่เลย

ยังยืนยันว่าจุดขายที่ดีมากของมาสด้า 2 ก็คือห้องโดยสารภายในที่ดีมากจนใครก็มาเปรียบเทียบได้ลำบาก ใครที่คิดว่ารถอีโคคาร์จะต้องมีห้องโดยสารที่กิ๊กก๊อกก็คงต้องมาลองดูก่อน เรียกว่าคุ้มค่ากันทุกบาททุกสตางค์ที่จ่ายไปสำหรับรถคันนี้

แม้ว่าจะเป็นรถที่มีอายุการทำตลาดมาอย่างยาวนานที่สุด แต่ก็ยังเป็นรถที่น่าสนใจและมีจุดขายที่เยอะมากอยู่ดีสำหรับมาสด้า 2 ดีเซล เทอร์โบคันนี้

รีวิว

รถใหม่ล่าสุด