คำนวณค่าผ่อน
เลือกรถยนต์
ราคารถยนต์(THB)
เงินดาวน์
%
1%
100%
ระยะเวลาผ่อน(ปี)
1
10
อัตราดอกเบี้ย
%
0%
10%

เดือน

เดือน ชำระรายเดือน ยอดคงค้าง

อัตราดอกเบี้ย

ธนาคาร อัตราดอกเบี้ย
ธนาคารไทยพาณิชย์
2.79%
ธนาคารกสิกรไทย
2.39%
ธนาคารกรุงไทย
2.60%
ธนาคารธนชาต
3.90%
ธนาคารเกียรตินาคิน
2.65%

FAQ สินเชื่อรถยนต์

  • หลักฐานที่ต้องเตรียมมีอะไรบ้าง?

    การจะยื่นไฟแนนซ์ให้ผ่านง่าย ๆ ก็ต้องใช้เอกสารครอบคลุมการเงินให้แน่นหนาเข้าไว้ โดยทั้งผู้ยื่นกู้และผู้ค้ำประกัน ต้องมีหลักฐานเบื้องต้นคือ

    • สำเนาบัตรประชาชน
    • สำเนาทะเบียนบ้าน
    • สมุดบัญชีธนาคารย้อนหลัง 6 เดือน
    • นอกจากนี้ยังต้องมีเอกสารหลักฐานการจ้างงาน ซึ่งแตกต่างไปตามลักษณะอาชีพของแต่ละประเภทดังนี้
    • พนักงานเงินเดือน(ราชการ/เอกชน) ใช้ใบรับรอง/สลิปเงินเดือน ย้อนหลัง 6 งวด
    • ค้าขาย/เจ้าของธุรกิจ ใช้ใบจดทะเบียนการค้า, สัญญาเช่าร้าน, บิลซื้อ-ขาย
    • ผู้รับเหมา/ฟรีแลนซ์ ใช้สัญญาจ้าง(ทวิ50), ใบเสร็จ/บิลซื้อของ
    • เกษตรกร ทะเบียนเกษตรกร, ใบเสร็จ/บิลซื้อของ
  • เครดิตบุโรคืออะไร?

    เครดิตบูโร คือ ประวัติการชำระหนี้ทั้งหมดของแต่ละคน จัดเก็บโดยบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด ทั้งการกู้ซื้อบ้าน-ซื้อรถ หรือมีบัตรเครดิตมากี่ใบ กี่ธนาคาร รวมถึงการค้างชำระ เบี้ยวหนี้กี่รายการ และผ่อนหมดแล้วกี่อย่าง ทุกการเป็นหนี้จะถูกบันทึกไว้ในเครดิตบูโรหมด
    ข้อมูลเครดิตบุโรของเรา สามารถเข้าไปตรวจสอบก่อนได้ มีค่าใช้จ่าย 100-150 บาท ผ่านทางศูนย์ตรวจข้อมูลเครดิต, ตู้เอทีเอ็ม, แอพพลิเคชั่นของธนาคาร หรือที่เคาเตอร์ธนาคารที่ท่านมีสมุดบัญชีอยู่ โดยผลของการตรวจเครดิตจะออกมาเป็นตัวเลขดังนี้

    • 10 หมายถึง ชำระหนี้ตามปกติ จ่ายครบ จ่ายตรงตามเงื่อนไข ไม่มียอดค้างชำระหรือค้างชำระไม่เกิน 30 วัน
    • 11 หมายถึง ปิดบัญชีสินเชื่อแล้ว ไม่มีหนี้ค้าง
    • 12 หมายถึง เคยชำระหนี้ แต่ได้พักชำระหนี้ตามนโยบายรัฐ 
    • 20 หมายถึง หนี้ค้างชำระเกิน 90 วัน เครดิตเสีย ลูกหนี้ขอสินเชื่อครั้งต่อไปยากมาก
  • ควรดาวน์เท่าไหร่?

    เงินดาวน์คือ เงินสดของเราทั้งหมดที่ต้องการจะใช้ซื้อรถ แต่ยังมีไม่มากพอราคาเต็มของรถ เช่น รถราคา 5 แสนบาท แต่เราเก็บเงินได้แค่ 1 แสนบาท ที่เหลืออีก 4 แสนต้องไปกู้ยืมไฟแนนซ์มา ซึ่งเงิน 1 แสนนั้นเรียกว่าเงินดาวน์ การวางเงินก้อนนี้ ยิ่งวางมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเสียดอกเบี้ยน้อยลง ค่างวดน้อยลง มากถึงขั้นไม่ต้องใช้คนค้ำประกันเลยก็มี

  • ผ่อนกี่งวดดี?

    จำนวนงวดการผ่อน ขึ้นอยู่กับค่างวดแต่ละเดือน ว่าจะจ่ายไหวแค่ไหน โดยทั่วไปจะเริ่มต้นที่ 36 งวด เพิ่มขึ้นทีละ 12 เดือน จนไปถึงสูงสุด 84 งวด ซึ่งยิ่งจำนวนงวดมากเท่าไหร่ ดอกเบี้ยก็จะเพิ่มขึ้นไปด้วย ดังนั้นจึงต้องหาค่างวดที่ผ่อนไหว อย่าคิดว่าเลือกผ่อน 84 เดือนเพราะค่างวดถูก มิฉะนั้นจะโดนดอกเบี้ยโหดไม่น้อย

  • คิดดอกเบี้ยยังไง?

    ดอกเบี้ยคือ กำไรของไฟแนนซ์ที่จะได้จากการบริการให้ยืมเงิน โดยดอกเบี้ยจะถูกรวมเข้าไปในค่างวดแต่ละเดือน คิดเป็นเปอร์เซนต์ของเงินต้นที่ยังเหลือ เช่น กู้ยืมเงินต้นมา 3 แสนบาท ดอกเบี้ยงวดแรกจะคิดร้อยละของ 3 แสนนั้น ส่วนงวดต่อไปเงินต้นก็จะน้อยลงเพราะหักค่างวดออกไปในทุกเดือน ค่าดอกเบี้ยก็จะถูกลง
    อัตราเรตดอกเบี้ยโดยทั่วไปแล้ว รถใหม่จะมีดอกเบี้ยถูกกว่ารถมือสอง เพื่อจูงใจให้คนซื้อของราคาแพงกว่า ซึ่งในกรณีปกติจะเริ่มต้นประมาณ 1.5 - 2.5 % แล้วแต่จำนวนงวด หากมีโปรโมชั่นเด็ด อาจะมีดอกเบี้ย 0% กันให้เห็น ส่วนรถมือสอง จะเริ่มต้นที่ 2.9 - 4 % แล้วแต่จำนวนงวด สภาพรถ รุ่นรถ ปีรถ

  • รถเก่าแค่ไหนถึงยังจัดไฟแนนซ์ได้?

    รถใช้แล้วอายุไม่เกิน 10 ปี จะยังถูกจัดไฟแนนซ์ทั่วไปได้ตามปกติ แต่รถมือสองที่ไฟแนนซ์ไม่รับทำ หรือจัดได้ยากมาก จะเป็นรถยี่ห้อแปลก ไม่นิยมแพร่หลาย ขายต่อยาก หรือเป็นรถเก่าเกิน 10 ปีที่ไม่มีมูลค่ามากมายนัก ซึ่งถ้าอยากได้รถแปลกประเภทนี้จริง ๆ ต้องยอมพึ่งพาไฟแนนซ์แบบพิเศษ ซึ่งดอกเบี้ยโหดกว่าทั่วไป

  • ผ่อนบอลลูนคืออะไร?

    การผ่อนแบบบอลลูนคือ การผ่อนให้เงินต้นลดเหลือกึ่งนึง เช่น กู้ยืมเงินต้นมา 500,000 บาท ธนาคารจะหักออกประมาณ 40-50% เงินต้นเหลือ 250,000 บาทมาให้เราผ่อนเป็นงวดตามปกติ หลังจากนั้นในงวดสุดท้ายค่อยมาจ่ายเงินก้อนใหญ่ในส่วนที่หักออกไป พูดง่าย ๆ คือการผ่อนเงินต้นครึ่งแรก แล้วจ่ายเงินก้อนเต็มในครึ่งหลัง 
    การผ่อนแบบนี้เหมาะกับการซื้อรถที่มีมูลค่าขายต่อสูง เพราะจะการันตีว่าขายแล้วคุ้มค่าเงินก้อนที่เสียไป หรือเหมาะกับนิติบุคคล เพราะเมื่อถึงงวดบอลลูน ก็สามารถเทิร์นรถคันใหม่ออกมาขับได้ ทำให้มีรถใหม่ใช้อยู่ตลอดเวลา และสามารถทำเรื่องในลักษณะเช่ารถ ซึ่งได้รับการลดหย่อนทางภาษีอีกด้วย

  • ต่อประกันภัยรายปีทำยังไง?

    ประกันภัยรถยนต์ที่ผ่อนอยู่ เราก็เป็นคนจ่าย โดยจะถูกไฟแนนซ์เรียกเก็บปีละครั้ง เมื่อเราจ่ายครบแล้ว ไฟแนนซ์ก็จะดำเนินการต่อประกันภัยให้แทนเราทั้งหมด หากเราต้องการเปลี่ยนบริษัทประกันรถยนต์ ก็ต้องแจ้งไฟแนนซ์ และดำเนินการสมัครประกันรถเริ่มใหม่หมดด้วยตัวเอง

  • ต่อภาษีประจำปีอย่างไร?

    การผ่อนในทุกรูปแบบ สมุดเล่มทะเบียนจะอยู่กับไฟแนนซ์จนกว่าจะผ่อนหมด ซึ่งเล่มทะเบียนนี้จะต้องใช้เป็นเอกสารในการต่อภาษีรถยนต์ด้วย ดังนั้นไฟแนนซ์จะเป็นคนต่อภาษีรถยนต์ให้ โดยส่งจดหมายมาเรียกเก็บค่าต่อภาษีจากเราปีละครั้ง จนกว่าจะผ่อนหมด เช่น ค่าต่อภาษีรถรวมกับพรบ.เป็นราคา 1,500 บาท ทางไฟแนนซ์ก็จะส่งจดหมายมาเรียกเก็บ 1,500 บาททุก ๆ ปีเป็นต้น

  • ประกันชีวิตจำเป็นต้องทำหรือไม่?

    ประกันชีวิตในตอนผ่อนรถ เลือกทำหรือไม่ก็ได้ตามความสมัครใจ ถ้าไม่ทำก็ไม่มีผลต่อการพิจารณาสินเชื่อ แต่มักจะถูกไฟแนนซ์หรือเซลล์พูดหว่านล้อมให้ทำไว้ เพราะจะช่วยแบกรับความเสี่ยงหากเจ็บป่วยหรือเสียชีวิต ประกันตัวนี้จะช่วยจ่ายหนี้ผ่อนรถตามเวลาที่เราป่วย หรือถ้าตายก็จะช่วยปลดหนี้ที่เหลือจนหมด ให้รถที่เราเริ่มผ่อนไว้ กลายเป็นมรดกตัวเองได้ โดยค่าประกันชีวิตจะเลือกเอาว่าจะจ่ายรายปี หรือเฉลี่ยรวมลงไปในค่างวดแต่ละเดือน

  • ขาดส่งไม่เกินกี่เดือน?

    หากขาดส่งค่างวดรถติดต่อกันเป็นเวลา 3 เดือน หลังจากงวดที่ 3 ผ่านไปจะมีการติดตามทวงหนี้ต่อไปอีก 30 วันซึ่งจะมีค่าทวงหนี้เพิ่มด้วย แล้วถ้ายังไม่ไปชำระเงินอีก รถก็จะถูกยึดกุญแจไปในทันที นอกจากนี้ยังจะติดบุโรกลายเป็นคนมีเครดิต 20 ทำให้เสียประวัติการกู้ยืมอีกด้วย

  • สามารถยกเลิกผ่อน ขอคืนรถกลางคันได้หรือไม่?

    หากรู้ตัวว่าตัวเองผ่อนไม่ไหว ให้เขามาคุยกับเจ้าหน้าที่ไฟแนนซ์ก่อน เพื่อพักการชำระหนี้ หรือปรับโครงสร้างหนี้ได้ ในกรณีที่ไม่ไหวจริง ๆ ในระดับล้มละลาย หรือสิ้นเนื้อประดาตัว ก็สามารถทำเรื่องขอคืนรถได้ โดยไม่ต้องจ่ายค่างวดที่เหลือ แต่ต้องเสียเครดิตการกู้ยืม ธนาคารก็จะเก็บไว้เป็นข้อมูลในการพิจารณาปล่อยกู้ครั้งต่อไป จะให้ยากกว่าเดิมอีกด้วย
    ในกรณีที่ธนาคารยึดรถไปแล้วขายต่อได้ต่ำกว่าค่างวดที่เหลือ ในสัญญาเงินกู้ที่เราเซ็นไว้ตอนแรกนั้น เขาบังคับให้เราจ่ายส่วนต่างที่ขาดไปด้วย เช่น ผ่อนรถไปเหลือเงินต้น 2 แสนบาท แต่ธนาคารขายรถได้ 1 แสน ส่วนที่เหลือก็จะถูกสัญญาลายเซ็นต์เราบังคับให้จ่ายส่วนต่างด้วย ดังนั้นก่อนเซ็นสัญญาเงินกู้ต้องอ่านให้ดี

  • รีไฟแนนซ์คืออะไร?

    การรีไฟแนนซ์ คือการผ่อนรถไปสักพักแล้วกลับเข้าไปจัดไฟแนนซ์ใหม่ เพื่อให้ค่างวดถูกลง แต่ผ่อนนานขึ้น เช่น ผ่อนรถเหลืออีก 30 งวด งวดละ 10,000 บาท แต่เราอยากจะรีไฟแนนซ์ใหม่ให้เป็น 48 งวด จะผ่อนถูกลงเหลือเพียงงวดละ 6,250 บาท อย่างไรก็ตามเงื่อนไขและดอกเบี้ยของการรีไฟแนนซ์รถของแต่ละเจ้าไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละธนาคารที่ให้กู้ ดังนั้นเราต้องศึกษารายละเอียดเปรียบเทียบกันก่อนตัดสินใจ

    สุดท้ายนี้ อย่าลืมว่าในค่างวดทุกเดือน นั้นถูกบวก VAT 7% เรียบร้อยแล้ว หากไม่ต้องการเสียเงินเบี้ยใบ้รายทางมากมาย ก็ขอแนะนำว่าควรผ่อนในจำนวนงวดน้อยที่สุด จ่ายค่างวดให้เยอะที่สุดเท่าที่จะไหวนั่นเอง พยายามเป็นหนี้ให้น้อยที่สุด และจ่ายจบไวที่สุด หากผ่อนไม่ไหวก็ยังมีประนอมหนี้ หรือรีไฟแนนซ์ช่วย ดังนั้นอย่าขาดส่งถ้าไม่จำเป็นจริง ๆ

ความนำสินเชื่อรถยนต์

ซื้อรถกับการขอสินเชื่อ เรื่องง่ายที่เข้าใจได้ไม่ยากเย็น

การซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์ในประเทศไทยนั้น ต้องยอมรับว่าผู้ให้บริการด้านการเงินหรือไฟแนนซ์นั้นเข้ามามีส่วนร่วมเป็นอย่างมาก จากการที่ลูกค้าส่วนใหญ่จะต้องทำการผ่อนชำระรถยนต์ไปตามที่มีการกำหนด ซึ่งแน่นอนว่าเราไม่ได้ทำการผ่อนชำระกับผู้ผลิตรถยนต์โดยตรงอย่างแน่นอน
บริษัทผู้ให้บริการด้านการเช่าซื้อจึงเปรียบเสมือนพ่อค้าคนกลาง ที่นำเงินค่ารถไปชำระให้กับค่ายรถ ก่อนที่จะนำมาปล่อยให้เราผ่อนชำระตามเงื่อนไข พร้อมกับการตจ่ายดอกเบี้ยไปตามที่กำหนด เรื่องนี้อาจจะไม่ใช่ปัญหาของคนรวยที่ซื้อรถด้วยเงินสด แต่กับมนุษย์ทั่ว ๆ ไปแล้ว ถือว่าเป็นปัญหาใหญ่เอาเรื่อง
การจัดไฟแนนซ์รถยนต์จึงเปรียบเสมือปัจจัยที่ 5 ของคนโดยส่วนใหญ่ที่ทำให้สามารถเป็นเจ้าของรถได้อย่างง่ายดายมากขึ้น ซึ่งในปัจจุบันนี้ ก็มีผู้ให้บริการด้านการจัดไฟแนนซ์รถยนต์มากมายหลายค่ายที่พร้อมจะดูแลผู้ที่อยากเป็นเจ้าของรถยนต์สักคัน ให้สามารถจับจองรถยนต์ในฝันได้ในท้ายที่สุด

การจัดไฟแนนซ์รถหมายถึงอะไร

การจัดไฟแนนซ์รถยนต์ก็เปรียบเสมือนการกู้เงินผ่านแหล่งเงินต่าง ๆ โดยที่การพิจารณาขอไฟแนนซ์จะผ่านหรือไม่ ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขนโยบายของทางบริษัท ด้วยรูปแบบของของการเช่าซื้อ โดยตัวผู้ซื้อจะไม่ใช่เจ้าของรถ แต่จะเรียกว่า ผู้เช่า ซึ่งจำเป็นที่จะต้องจ่ายค่างวดพร้อมกับดอกเบี้ยให้ครบตามกำหนดสัญญา จึงจะได้เป็นเจ้าของรถอย่างสมบูรณ์
ในปัจจุบัน การจัดไฟแนนซ์นั้นแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ ประกอบไปด้วย หนึ่ง การจัดไฟแนนซ์รถยนต์จากบริษัทรถยนต์โดยตรง สอง การจัดไฟแนนซ์โดยผู้ให้บริการด้านการเงิน ซึ่งแต่ละผู้ให้บริการก็จะมีเงื่อนไขในการให้บริการและดูแลที่แตกต่างกันออกไป โดยผู้ซื้อสามารถเลือกใช้บริการได้
นอกจากนี้ ผู้ให้บริการหลายรายก็ให้บริการจัดไฟแนนซ์สำหรับรถมือสอง แบ่งเป็น การจัดไฟแนนซ์รถยนต์จากผู้จำหน่ายรถยนต์มือสองโดยตรง ด้วยบริการจากสถานบันการเงิน และการจัดไฟแนนซ์สำหรับรถที่ซื้อขายกันเองระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย ซึ่งจะต้องหาแหล่งเงินมาสนับสนุน

ขั้นตอนของการเตรียมการขอไฟแนนซ์

ในปัจจุบันนั้น ผู้ประกอบการขายรถยนต์ส่วนใหญ่ทั้งรถยนต์ป้ายแดงและรถยนต์มือสอง ต่างก็เตรียมความพร้อมในเรื่องของเอกสารต่าง ๆ ที่ต้องใช้ในการขอสินเชื่อ ซึ่งเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับผู้ที่ต้องการซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์ สามารถเป็นเจ้าของรถได้อย่างสะดวกสบาย
โดยปกติแล้ว การเตรียมเอกสารจะเป็นเอกสารที่เราคุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว เช่น บัตรประชาชน หนังสือรับรองการทำงาน หรือเอกสารทางการเงินอื่น ๆ ที่จะแตกต่างกันไปตามประเภทของสินค้า เมื่อทำการยื่นเอกสารแล้ว ก็จะต้องรอให้ผู้ให้บริการทำการตรวจสอบและวิเคราะห์โดยละเอียด
ขั้นตอนหลังจากการยื่นเอกสารและรอการประเมินนั้น ปกติจะใช้เวลาไม่เกิน 7 วันทำงาน ซึ่งหากเป็นบุคคลที่ไม่มีปัญหาและมีความสามารถในการเช่าซื้อ ก็ไม่น่ามีปัญหา แต่หากมีปัญหาขึ้นจริงและไม่ได้รับการอนุมัติ สามารถนำเอกสารดังกล่าวไปทดลองขอสินเชื่อจากผู้ประกอบการรายอื่น ๆ ได้อีก

อ่านเพิ่มเติม
ชำระรายเดือน
THB
เงินดาวน์
THB 10,000.00
ค่าใช้จ่ายทั้งหมด
THB