ทำไมบริษัทรถต้องแบ่ง Global Model และ Regional Model?

Boris · Feb 25, 2021 02:52 PM

ทำไมบริษัทรถต้องแบ่ง Global Model และ Regional Model? 01

หลังจากการเผยโฉม Honda Vezel (ฮอนด้า วีเซล) หรือชื่อในตลาดโลก Honda HR-V (ฮอนด้า เอชอาร์-วี) ใหม่เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2021 คำถามหนึ่งที่เกิดขึ้นบ่อยมากคือ "รถรุ่นนี้จะนำมาขายไทย ในรูปแบบเช่นนี้เลยหรือไม่?"

แม้แต่ทางทีมงาน Autofun Thailand เอง ก็ยังตอบไม่ได้เลยครับ ข่าวคราวของ Honda HR-V ใหม่ที่ว่าจะถูกแบ่งโมเดลออกเป็นสเปคญี่ปุ่น กับสเปคอเมริกานั้น มีออกมาพักใหญ่แล้ว แต่เราก็ยังไม่ทราบอยู่ดีว่ารถ Honda Vezel ที่เพิ่งเปิดตัวไปในญี่ปุ่นนั้นจะกลายมาเป็น Honda HR-V หรือไม่

สิ่งหนึ่งที่เราตอบท่านได้ คือ เพราะเหตุใด บริษัทรถจึงต้องมีโมเดลที่ขายในระดับ "ตลาดโลก" กับระดับ "ท้องถิ่น" หรือ Global Model และ Regional Model ดังเช่น Honda Vezel ใหม่นี้ ที่จะกลายมาเป็นรถซึ่งแบ่งเป็น 2 เวอร์ชั่นสำหรับการทำตลาด ในที่ที่ต่างกันออกไป

ทำไมต้องทำ Regional Model? - รสนิยมของคนแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน

พวกเราก็คงเคยเห็นภาพของ Honda Fit (ฮอนด้า ฟิต) ใหม่กันไปแล้ว รถยนต์ Sub Compact Hatchback รุ่นนี้สร้างความสงสัยให้กับคนไทยจำนวนมากว่า น่ารักขนาดนี้ ทำไมไม่เอามาขายในชื่อ Honda Jazz (ฮอนด้า แจ๊ซ) เหมือนดังก่อนหน้านี้?

ทำไมบริษัทรถต้องแบ่ง Global Model และ Regional Model? 02

2020 Honda Fit - สิ่งที่เราอยากได้

ทำไม Honda ประเทศไทย จึงต้องไปเอา Honda City Hatchback (ฮอนด้า ซิตี้ แฮชแบ็ค) ซึ่งเราไม่ชอบ มันคันใหญ่เกินไป ดีไซน์ไม่น่ารัก ดูแปลก ๆ และไม่อเนกประสงค์เท่าอีกต่างหาก

ทำไมบริษัทรถต้องแบ่ง Global Model และ Regional Model? 03

2020 Honda City Hatchback - สิ่งที่เราได้

เหตุผลของกรณีดังกล่าวนี้ ไม่ใช่เรื่องยากเลยครับ แต่รถ Honda Jazz และ City Hatchback นั้น ทาง Honda ประเทศไทยคิดว่างานดีไซน์ที่น่ารักของ Honda Fit นั้น จะไม่สามารถตอบโจทย์คนได้หลากหลายมากพอเทียบเท่ากับ Honda City Hatchback อย่างที่เราเห็นกัน

Honda Fit อาจจะมีหน้าตาดูเป็นที่ชื่นชอบกันในหมู่วัยหนุ่มสาวและวัยกลางคน ที่อยากได้รถที่หน้าตาเป็นมิตร แต่สำหรับผู้คนจำนวนมากในสังคมไทยไม่ได้ต้องการรถเช่นนั้น แม้ว่ามันอาจดูไม่ใช่เรื่องที่เป็นรูปธรรมนัก แต่กว่า Honda จะตัดสินใจเช่นนี้ ก็เกิดจากการวิเคราะห์และศึกษางานดีไซน์กับตัวอย่างกลุ่มลูกค้าจริงมาพอสมควรแล้ว

ในประเทศญี่ปุ่น ผู้คนยอมรับรถยนต์ที่มีหน้าตาดูกลมอ่อนหวานได้มากกว่า จากวัฒนธรรมของความ "Kawaii" ซึ่งแม้คนไทยจะได้รับมาบ้าง แต่ก็ไม่แพร่หลายเท่าไหร่

ทำไมต้องทำ Global Model? - ยิ่งผลิตเยอะ ต้นทุนยิ่งถูกลง

หลักพื้นฐานในการทำธุรกิจซึ่งตั้งอยู่บนหลักของการ Mass Production ยิ่งเราผลิตสิ่งหนึ่งสิ่งใดมากขึ้น ต้นทุนต่อชิ้นของสิ่งนั้นก็จะถูกลง และทุกอย่างมีปริมาณผลิตที่จะคืนทุนได้

รถยนต์มีชิ้นส่วนใน 1 คันมากเป็นหมื่นชิ้น และทุกครั้งที่จำเป็นต้องเปลี่ยนชิ้นส่วนชิ้นใดเพิ่ม ต้นทุนของรุ่นก็จะสูงขึ้นเรื่อย ๆ

แม้ว่า Honda Fit และ Honda City Hatchback จะใช้พื้นฐานเหมือนกัน แต่ภายนอกและภายในที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ทำให้ต้นทุนของการผลิตและออกแบบมากขึ้น

ทำไมบริษัทรถต้องแบ่ง Global Model และ Regional Model? 04

2018 Toyota Camry หน้าตาเหมือนกันทั่วโลก

นี่คือเหตุผลให้ Toyota ตัดสินใจที่จะเปลี่ยนรถในเจเนอเรชั่นปัจจุบันให้กลายเป็น Global Model เสีย รถอย่าง Toyota Camry (โตโยต้า แคมรี่) ซึ่งในรุ่นก่อนหน้า มีรูปลักษณ์หน้าตาโมเดลที่แตกต่างกันออกไปตามประเทศ แม้แต่ในประเทศไทยเองก็ยังได้ใช้ทั้ง 2 โมเดล ในตอนนี้กลับกลายเป็นเหลือเพียง 1 โมเดลที่ใช้เหมือนกันทั่วโลก ด้วยเหตุผลเช่นนี้เอง

ทำไมต้องทำ Regional Model? - กฎหมายของแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน

ทำไมบริษัทรถต้องแบ่ง Global Model และ Regional Model? 05

2014 Toyota Corolla Altis

ถ้าหากย้อนกลับไป 1 เจเนอเรชั่นก่อนหน้าเช่นกัน และใช้ตัวอย่างของ Toyota อีก Toyota Corolla Altis (โตโยต้า โคโรล่า อัลติส) ที่เราคุ้นเคยกันในประเทศไทย เป็นรถที่ไม่มีอยู่ในประเทศญี่ปุ่น ที่นั่นเขาได้ Toyota Corolla Axio (โตโยต้า โคโรล่า แอกซิโอ้) มาแทน

รถสองรุ่นนี้ แม้จะใช้ชื่อเดียวกัน แต่แตกต่างกันแม้กระทั่งในระดับพื้นฐาน เพราะ Corolla Axio นั้นใช้พื้นฐาน B Platform ที่เหมือนกับ Toyota Vios (โตโยต้า วีออส) และมีขนาดเล็กกว่ามาก

ทำไมบริษัทรถต้องแบ่ง Global Model และ Regional Model? 06

2014 Toyota Corolla Axio

ประเด็นสำคัญอยู่ตรงนี้แหละครับ Toyota Corolla Axio ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อให้มีขนาดตัวถังแถบกว่า 1695มม. ซึ่งตามกฎหมายญี่ปุ่นจะทำให้รถนั้นจ่ายภาษีรายปีถูกลง เพราะเป็นรถแบบ "หมายเลข 5"

แต่ก็น่าแปลกที่แม้แต่รถเล็กอย่าง Suzuki Swift (ซูซุกิ สวิฟท์) ซึ่งเป็นรถขนาดเล็กเหมือนกัน ก็มีความกว้างตัวถังเกินนั้นไปแล้ว และกลายเป็นรถ "หมายเลข 3"

ทำไมบริษัทรถต้องแบ่ง Global Model และ Regional Model? 07

ตัวเลข 3 และ 5 หน้าสุดบนเลข 3 ตัวบนป้ายทะเบียน บ่งบอกถึงไซส์รถยนต์ในญี่ปุ่น

นั่นเป็นเพราะว่า Suzuki เป็นบริษัทที่มีขนาดเล็ก จึงไม่สามารถออกโมเดลรถที่แตกต่างกัน 2 ตลาดมาได้ และในอีกทางหนึ่ง กฎหมายดังกล่าวของญี่ปุ่นนั่นก็ไม่ได้มีความสำคัญต่อผู้ใช้รถเท่าไหร่แล้วละครับ ผู้เขียนเองก็คาดว่า เมื่อรถมีความกว้างมากขึ้นเรื่อย ๆ ญี่ปุ่นก็อาจจะต้องเปลี่ยนกฎหมายในไม่ช้า

ทำไมต้องทำ Global Model? - อะไหล่หาง่าย ผู้คนทั่วโลกจดจำได้ ภาพลักษณ์ก็จะดีกว่า

ถ้าคุณโชว์รูป Honda Accord (ฮอนด้า แอคคอร์ด) CB3 หรือที่คนไทยเรียกกันว่า ตาเพชร ให้กับคนทั่วโลกดู ไม่ว่าจะอยู่ในประเทศใด (อาจจะยกเว้นเกาหลีเหนือและใต้ไว้) ทุกคนก็จะทราบว่า นี่คือ Honda Accord

ทำไมบริษัทรถต้องแบ่ง Global Model และ Regional Model? 08

Honda เองก็เคยทำ Global Model อยู่

นี่คืออีกหนึ่งในข้อดีของการทำ Global Model เมื่อตัวรถนั้นมีความเหมือนกันทุกที่ นอกจากต้นทุนจะถูกลง และอะไหล่หาง่ายขึ้นเพราะผลิตมาจำนวนมากขึ้น ชื่อเสียงของรถรุ่นนั้นก็จะส่งต่อไปข้ามทวีปได้ ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดบนโลก คนจากแดนใดก็จะรู้ว่ารถรุ่นนั้นคืออะไร สร้างเป็นความคุ้นเคยที่ทำให้ชื่อเสียงถูกพูดต่อกันไปเรื่อย ๆ

สรุป

เราไม่อาจบอกได้ฟันธงเลยหรอกครับว่า รถรุ่นใดจะกลายเป็น Global หรือ Regional Model เพราะมันไม่มีรูปแบบที่ชัดเจน บริษัทรถยนต์ตัดสินใจดังกล่าวในแบบ รายกรณีไป และต้องอาศัยทั้งรสนิยมของกลุ่มผู้ซื้อ และนโยบายในแต่ละประเทศเป็นตัวตัดสินใจด้วย

และด้วยเหตุนี้เอง ที่ทำให้รถบางรุ่นซึ่งเราอยากให้มาขาย แต่ก็ไม่มาสักที แต่ในแบบเดียวกัน บริษัทรถยนต์ก็มีเหตุผลให้ขายรถรุ่นเดียวกันทั่วโลกเช่นกัน ถึงกระนั้น ก็จะไม่ใช่ตัวการันตีความสำเร็จเสมอไป

ลองคิดดูสิครับ ว่าถ้า Toyota เอา Corolla Axio แบบที่เรายกตัวอย่างไว้มาขายในประเทศไทยแทน Corolla Altis ยอดขายจะบรรลัยขนาดไหนกัน?

รีวิว

สูงกว่าราคาซื้อขายเฉลี่ยสูงสุด 20%

2021 Honda City Hatchback 1.0 Turbo S +

แลก

เพิ่มรถของคุณ

บริการตรวจสภาพรถและบริการค้าขายเฉพาะในบริเวณกรุงเทพฯเท่านั้น

รถใหม่ล่าสุด