THB 1,299,000 - 1,799,000ยังไม่คอนเฟิร์ม

ราคาที่ไทย

Ford Everest รายละเอียด
เกรดD-Segment
ตัวถังSUV
รูปแบบเกียร์AT
ปริมาตรกระบอกสูบ2.0L
กำลังสูงสุด180 - 213PS
จำนวนที่นั่ง7

ราคารุ่นย่อย Ford Everest

ข้อต้องอ่าน

Pros

  • เครื่องยนต์สมรรถนะสูงสุดในตลาด
  • ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อที่เข้าใจง่าย
  • ห้องโดยสารที่ใช้งานง่ายดาย
  • ของเล่นเต็มคันไม่ต้องหาเพิ่ม
  • เพิ่มระบบความปลอดภัยให้อีก
  • การออกแบบภายนอกที่ยังดูดี
  • ระบบเอนเตอร์เทนเมนต์ครบครัน

Cons

  • เสียงเล่าลือเรื่องเกียร์ 10 สปีด
  • น่าจะมีปรับอะไรเร็ว ๆ นี้
  • ศูนย์บริการที่ขึ้นชื่อเหมือนกัน

รูปภาพ Ford Everest

ภายนอก

ภายใน

Ford Everest รีวิว

  • ภาพรวม
  • ภาพภายนอก
  • การออกแบบภายใน
  • องค์ประกอบ
  • ระบบพลังงาน
  • ความสะดวกสบายของการนั่งรถ
  • อัตราความประหยัดน้ำมัน
  • สรุป
  • ภาพรวม

    ฟอร์ด ค่ายรถพันธุ์แกร่งสัญชาติอเมริกัน ส่ง 2019 ฟอร์ด เอเวอร์เรสต์ ราคา 1.29 ล้านบาทสำหรับรุ่นเริ่มต้น 2.0L Turbo Trend 4x2 10AT ไปจนถึงราคา 1,799,000 บาทกับรุ่นท็อป 2.0 Bi-turbo 4×4 Titanium + โดดเด่นด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ 16 วาล์ว ขนาด 2.0 ลิตร Bi Turbo พละกำลัง 213 แรงบิด 500 นิวตันเมตร
    ฟอร์ด เอเวอร์เรสต์ เป็นรถอเนกประสงค์ที่พัฒนาบนพื้นฐานรถกระบะ ฟอร์ด เรนเจอร์ ผลิตในประเทศไทย และออกจัดจำหน่ายในกลุ่มรถอเนกประสงค์พีพีวี เปิดตัวโฉมล่าสุดในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปี 2018 เครื่องยนต์มีทั้งดีเซลเทอร์โบเดี่ยวกับเทอร์โบคู่ น้ำหนักตัวถังประมาณ 2,190 กก. มีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง 12 – 13 กม.ต่อลิตร

    หากต้องการรถอเนกประสงค์ที่เน้นความบึกบึน สมบุกสมบัน และเทคโนโลยีล้นคัน 2019 Ford Everest ฟอร์ด เอเวอร์เรสต์ ย่อมผุดขึ้นมาในใจผู้บริโภคเป็นอันดับต้น ๆ

    แต่กระนั้นความนิยมในรถพีพีวีบนพื้นฐานกระบะอย่าง Everest ลดน้อยถอยลงจนหล่นลงไปอยู่ในอันดับที่ 4 เมื่อคู่แข่งดันผลิตภัณฑ์ที่มีความสดใหม่กว่าออกมาสู้ ทั้ง Toyota Fortuner และ Mitsubishi Pajero Sport ขณะที่ Isuzu MU-X ยังคงเป็นโฉมเก่าและยังไม่ได้ปรับตาม D-Max แต่ด้วยชื่อชั้นแบรนด์ที่แข็งแกร่งทำให้สามารถรักษายอดขายติดท็อป 3 อย่างต่อเนื่อง

    New 2018 Ford Everest ท้าแข่งความปลอดภัย 2020 Toyota Fortuner Legender


    Ford Everest ออกจำหน่ายทั้งหมด 5 รุ่นย่อย มีราคาดังนี้

    รุ่น 2.0L Turbo Trend 4x2 10AT ราคา 1,299,000 บาท

    รุ่น 2.0L Turbo Titanium 4x2 10AT ราคา 1,439,000 บาท

    รุ่น 2.0L Turbo Titanium 4x2 10AT Sport ราคา 1,469,000 บาท

    รุ่น 2.0L Turbo Titanium 4x2 10AT ราคา 1,599,000 บาท

    รุ่น 2.0 Bi-turbo 4×4 Titanium + ราคา 1,799,000 บาท

    วันนี้เราจะมารีวิวตัวท็อป รุ่น 2.0 Bi-turbo 4×4 Titanium + ด้วยระดับราคาขาดอีก 1,000 บาทจะแตะหลัก 1.8 ล้านบาทนั้น รถพีพีวีอเมริกันพันธุ์แกร่งรุ่นนี้มีดีอะไรบ้าง ไปชมกันเลย

  • ภาพภายนอก

    มิติตัวถัง

    Ford Everest 2.0 Bi-turbo 4×4 Titanium +
    ความยาว 4,903 มม.
    ความกว้าง 1,869 มม.
    ความสูง 1,837 มม.
    ระยะฐานล้อ 2,850 มม.
    ระยะต่ำสุดจากพื้น 225 มม.
    ล้อ 20 นิ้ว พร้อมยาง 265/50 R20
    เช็คสเปค

    ไฮไลท์

    Ford เพิ่งเปิดตัว Everest เวอร์ชั่นล่าสุด 2.0 Sport รุ่นตกแต่งพิเศษที่เน้นคาแรคเตอร์สปอร์ตมากยิ่งขึ้นเมื่อปลายปี 2019 มาพร้อมกระจังลวดลายใหม่สีดำ ตัวอักษร EVEREST และกันชนหน้าตกแต่งด้วยสีดำ ล้ออัลลอยสีดำขนาด 20 นิ้วฝาประตูท้ายตกแต่งด้วยสีดำ ประทับสัญลักษณ์ SPORT บริเวณท้ายรถและข้างประตู อุปกรณ์ตกแต่งภายในเป็น Hydrographic สำหรับขุมพลังมาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร ให้กำลัง 180 แรงม้า แรงบิด 420 นิวตันเมตร เกียร์อัตโนมัติ 10 สปีดพร้อมโหมดเกียร์ธรรมดา เคาะค่าตัว 1.469 ล้านบาท

    การออกแบบภายนอก

    รูปลักษณ์ภายนอกของ Everest 2.0 Bi-turbo 4×4 Titanium + ครบครันฟังก์ชั่นสไตล์รถยุคใหม่ ไฟหน้าแบบ LED โปรเจคเตอร์ มีไฟส่องสว่างข้างตัวรถ ไฟเดย์ไลท์และไฟท้าย LED มีไฟตัดหมอกด้านหน้า หลังคาพาโนรามิกมูนรูฟ กระจะมองข้างพร้อมไฟเลี้ยว ปรับและพับไฟฟ้า มือจับเปิดประตูด้านนอกและกระจกมองข้างโครเมียม มีราวหลังคาและบันไดข้าง

    หน้าตาโดยรวมของ Everest ถึงแม้จะดูคุ้นเคยสายตาจนชวนให้เกิดความรู้สึกล้าสมัยไปหน่อย แต่ก็มีความลงตัว ผสมผสานความหรูหรา พรีเมียม และแข็งแกร่งไว้ได้อย่างกลมกลืน ล้ออัลลอย (รวมถึงล้ออะไหล่) มีขนาดใหญ่ถึง 20 นิ้วเสริมความเกรงขาม หุ้มด้วยยาง 265/50 R20 กำลังพอเหมาะสำหรับการใช้งานทุกรูปแบบ

  • การออกแบบภายใน

    เปิดประตูเข้ามาภายในห้องโดยสาร พบกับเบาะหนังสีดำ/สี Cognag เบาะแถวที่ 2 ปรับเอนและสามารถเลื่อนตำแหน่งหน้า-หลังได้ เบาะแถวที่ 3 พับได้ด้วยระบบไฟฟ้า มีเทคโนโลยีการตัดเสียงรบกวน กระจกทุกบานเปิด-ปิดด้วยสัมผัสเดียว ชุดชายบันไดสแตนเลสแบบ LED ชุดจอเรือนไมล์แบบดูอัลมอนิเตอร์แสดงข้อมูลสำคัญ

    การออกแบบห้องโดยสารของ Everest เป็นสไตล์อเมริกันขนานแท้ คือเน้นความเรียบง่ายใช้สีดำให้บรรยากาศเคร่งขรึม ไม่หวือหวาเหมือนกับรถอเนกประสงค์สัญชาติญี่ปุ่นรุ่นอื่น ๆ จึงตอบโจทย์พ่อบ้านหัวหน้าครอบครัวได้เป็นอย่างดี

    เบาะนั่งแถวที่ 2 และแถวที่ 3 ตอบสนองด้านความสบายได้ดี การติดตั้งสวิทช์ไฟฟ้าช่วยเพิ่มความสะดวกในการใช้งานเบาะทุกแถว ช่องแอร์มีมาให้ในทุกแถวที่นั่ง อย่างไรก็ตาม พื้นที่เบาะแถวที่ 3 ยังคงเหมาะสำหรับเด็กหรือผู้ใหญ่ตัวเล็ก ๆ

    ไปชมคลังภาพ


  • องค์ประกอบ

    อุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบาย

    - กุญแจอัจฉริยะและปุ่มสตาร์ท

    - ช่องต่อ USB ที่กระจกมองหลัง

    - ช่องต่อไฟ 12V

    - ปลั๊กไฟบ้าน AC230V

    - ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ

    - ระบบช่วยจอดอัจฉริยะ

    - ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติแยกอิสระ ซ้าย-ขวา

    - ระบบปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารตอนหลังแบบปรับแยกอุณหภูมิ

    - เบาะนั่งผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง

    - หน้าจอมัลติทัชขนาด 8 นิ้ว รองรับแอปเปิล คาร์เพลย์ และแอนดรอยด์ ออโต้

    - ระบบสั่งงานด้วยเสียง SYNC 3 ภาษาไทย พร้อมการเชื่อมต่อ Bluetooth และ Wi-Fi

    - ระบบแผนที่นำทางเนวิเกชั่น

    - วิทยุพร้อมเครื่องเล่น CD/ MP3 และช่องต่อ USB จำนวน 2 จุด

    - ลำโพง 9 ตำแหน่ง พร้อมซับวูฟเฟอร์และแอมพลิฟลายเออร์

    ระบบความปลอดภัย

    - ถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง ประกอบด้วยคู่หน้า ด้านข้าง ม่านถุงลมนิรภัย และหัวเข่าคนขับ

    - ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน

    - ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HLA

    - ระบบตรวจจับรถขณะออกจากซองจอด

    - ระบบตรวจจับรถในจุดบอด

    - ระบบตรวจจับลมยาง

    - ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก ABS และกระจายแรงเบรก EBD

    - ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TC และควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ESP

    - ระบบลดความเสี่ยงจากการพลิกคว่ำ

    - สัญญาณเตือนระยะจอดด้านหน้าและด้านหลัง

    - กล้องมองหลังขณะถอยจอด

    - ระบบควบคุมความเร็วแบบรักษาระยะห่างอัตโนมัติ

    - ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง

    - ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ พร้อมระบบตรวจจับคนเดินถนน AEB

    - ระบบเตือนการชนด้านหน้า

    - ระบบแจ้งเตือนการขับขี่

    New 2020 Toyota Fortuner Legender ปะทะ New 2019 Ford Everest ศึกแย่งชิงตลาดพีพีวีตัวท็อป

  • ระบบพลังงาน

    ระบบขับเคลื่อน

    หัวใจขับเคลื่อนของ Everest 2.0 Bi-turbo 4×4 Titanium + ตัวท็อปเป็นเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ 16 วาล์ว ขนาด 2.0 ลิตร 1,996 ซีซี พ่วงเทอร์โบ 2 ลูกและอินเตอร์คูลเลอร์ มอบพละกำลัง 213 แรงม้าที่ 3,750 รอบต่อนาที แรงบิด 500 นิวตันเมตรที่ 1,750 – 2,000 รอบต่อนาที ถือเป็นขุมพลังที่แรงเหนือชั้นที่สุดในระดับเดียวกัน ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีดพร้อมโหมดเปลี่ยนเกียร์แบบธรรมดา ขับเคลื่อน 4 ล้ออัตโนมัติ พ่วงระบบ Terrain Management

    ช่วงล่างด้านหน้าแบบอิสระปีกนก 2 ชั้น พร้อมคอยล์สปริงและเหล็กกันโคลง ระบบช่วงล่างหลังเป็นแบบคอยล์สปริง พร้อมวัตต์ลิงค์และเหล็กกันโคลง


  • ความสะดวกสบายของการนั่งรถ

    สมรรถนะการขับขี่และความสะดวกสบาย

    Ford ยกเครื่องยนต์บล็อกเดียวกับ Ranger Raptor มาวางใน Everest เพื่อฉุดกระชากตัวถังให้มีความคล่องแคล่วมากขึ้น แต่กระนั้น การขับขี่ในเมือง พละกำลังมหาศาลก็ไม่ให้ประโยชน์เท่าไหร่นัก การออกตัวของ Everest เชื่องช้าด้วยมิติที่ใหญ่โต ความปราดเปรียวจะมีมากขึ้นเมื่อตัวรถลอยลำไปแล้ว แรงบิดตอบสนองได้ดีมากขึ้นช่วงความเร็วระดับ 40-50 กม.ต่อชม. ขึ้นไป

    และเมื่อออกต่างจังหวัด ขุมพลัง 213 แรงม้าแสดงศักยภาพได้อย่างเต็มที่ อัตราเร่งแซงระหว่าง 80 – 120 กม.ต่อชม. ยืนอยู่แถวหน้าในกลุ่มรถพีพีวี ทำได้อย่างรวดเร็วทันใจ

    พวงมาลัยและช่วงล่างเซ็ทอัพมาอย่างลงตัวเหมาะเจาะและยืนหนึ่งในกลุ่มนี้ ควรคู่กับการใช้งานทุกรูปแบบ ทั้งการขับขี่ท่องเที่ยวต่างจังหวัดแบบสายชิลล์ที่ให้ความสะดวกสบาย หรือจะเร่งทำความเร็วก็มอบความมั่นใจได้อย่างเต็มเปี่ยม

    ล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้วให้แรงสะเทือนในบางจังหวะ แต่ก็เกาะหนึบเข้าโค้งได้ดีตามมาตรฐานรถยกสูงเช่นนี้ ส่วนระบบขับเคลื่อน 4 ล้อที่มาพร้อม Terrain Management System ทำให้ทั้งมือเก๋าหรือมือใหม่ขับขี่บนเส้นทางออฟโรดได้อย่างไม่ยากเย็น

  • อัตราความประหยัดน้ำมัน

    Everest 2.0 Bi-turbo 4×4 Titanium + มีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ยราว 12 – 13 กม.ต่อลิตร ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับกลาง ๆ ของเซกเมนท์พีพีวี


  • สรุป

    ถ้าคุณต้องการพละกำลังมหาศาลและอ็อปชั่นอำนวยความสะดวกที่อัดมาจนล้นคัน Everest 2.0 Bi-turbo 4×4 Titanium + ตัวท็อปสามารถตอบสนองความต้องการได้อย่างแน่นอน แต่ก็ต้องแลกกับราคาค่าตัวระดับ 1.8 ล้านบาทที่ถือว่าสูงลิบลิ่วและทับซ้อนกับกลุ่มรถคอมแพ็กต์เอสยูวีที่ให้ความนุ่มนวลสะดวกสบายกว่าอย่าง Honda CR-V และ Mazda CX-5

    หากปรับลดงบประมาณลงมาเหลือ 1.5 ล้านบาทก็จะได้รุ่นกลาง ซึ่งจะใช้เครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ เทอร์โบแปรผันตัวเดียว รีดพลัง 180 แรงม้า แรงบิดลดเหลือ 120 นิวตันเมตร ซึ่งพูดก็พูดเถอะถือว่าเพียงพอต่อการใช้งานปกติแบบเหลือ ๆ อยู่แล้ว

    ดังนั้น Everest 2.0 Bi-turbo 4×4 Titanium + รุ่นสูงสุดจึงเหมาะสำหรับคนที่มีงบประมาณเหลือและต้องการยืนอยู่บนยอดภูเขาน้ำแข็ง ครบครันอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและความปลอดภัยที่จะไม่ทำให้รู้สึกเสียดายภายหลัง

Ford Everest FAQ

  • ลำโพงด้านหลังของFord Everestมีอะไรบ้าง

    • Ning Neverdie

      Ning Neverdie

      มีลำโพงด้านหลังและรุ่นย่อยของFord Everest ได้แก่

      รุ่นย่อย2020 2.0 Ford Everest Trend 4x22020 2.0 Ford Everest Titanium 4x22020 2.0 Ford Everest Titanium Sport 4x22020 2.0 Ford Everest Titanium Plus 4x22020 2.0 Ford Everest Titanium Plus 4x4
      ลำโพงด้านหลังใช่ใช่ใช่ใช่ใช่
  • ฐานล้อของFord Everestมีอะไรบ้าง

    • ชินณพัฒน์

      ชินณพัฒน์

      มีฐานล้อและรุ่นย่อยของFord Everest ได้แก่

      รุ่นย่อย2020 2.0 Ford Everest Trend 4x22020 2.0 Ford Everest Titanium 4x22020 2.0 Ford Everest Titanium Sport 4x22020 2.0 Ford Everest Titanium Plus 4x22020 2.0 Ford Everest Titanium Plus 4x4
      ฐานล้อ2850 mm2850 mm2850 mm2850 mm2850 mm
  • เบาะนั่งปรับระดับได้ของFord Everestมีอะไรบ้าง

    • ชินณพัฒน์

      ชินณพัฒน์

      มีเบาะนั่งปรับระดับได้และรุ่นย่อยของFord Everest ได้แก่

      รุ่นย่อย2020 2.0 Ford Everest Trend 4x22020 2.0 Ford Everest Titanium 4x22020 2.0 Ford Everest Titanium Sport 4x22020 2.0 Ford Everest Titanium Plus 4x22020 2.0 Ford Everest Titanium Plus 4x4
      เบาะนั่งปรับระดับได้ใช่ใช่ใช่ใช่ใช่

รถยอดนิยม

VS