THB 919,000 - 1,359,000ยังไม่คอนเฟิร์ม

ราคาที่ไทย

MG HS รายละเอียด
เกรดC-Segment
ตัวถังSUV
รูปแบบเกียร์AT
ปริมาตรกระบอกสูบ1.5L
กำลังสูงสุด162 - 284PS
จำนวนที่นั่ง5

ราคารุ่นย่อย MG HS

ข้อต้องอ่าน

Pros

  • รูปลักษณ์การออกแบบดูดี
  • พวงมาลัยและช่วงล่างที่ปรับโหมดได้
  • เทคโนโลยีความปลอดภัยดี
  • ช่วงล่างเก็บเสียงดี
  • ราคาคุ้มค่า

Cons

  • พนักพิงนั่งไม่สบาย
  • ระบบหน้าจอ i-SMART ทำงานไม่ดี
  • คุณภาพเครื่องเสียงไม่ค่อยดี
  • ไม่ประหยัดน้ำมัน
  • เครื่องยนต์กับเกียร์ทำงานไม่ประสานกัน

รูปภาพ MG HS

ภายนอก

ภายใน

MG HS รีวิว

  • ภาพรวม
  • ภาพภายนอก
  • การออกแบบภายใน
  • ระบบพลังงาน
  • องค์ประกอบ
  • สรุป
  • ภาพรวม


    2020 MG HS PHEV (เอ็มจี เอชเอส พีเอชอีวี) เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว มาพร้อมระบบขับเคลื่อนปลั๊กอินไฮบริดเจ้าแรกในกลุ่มเอสยูวี-ซี เคาะราคา 1,359,000 บาท หวังรั้งบัลลังก์ผู้นำตลาดเมืองไทย
    บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์ MG ในประเทศไทยชูแนวคิด “REFINEMENT” พร้อมขับเคลื่อนทุกคุณค่าของชีวิตสำหรับรถปลั๊กอินไฮบริดรุ่นแรกในระดับเดียวกัน
    “MG HS ขึ้นเป็นผู้นำกลุ่มรถเอสยูวีได้ในเวลาไม่นาน การเปิดตัว MG HS PHEV คือการต่อยอดความโดดเด่นด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงของระบบปลั๊กอินไฮบริด (Plug-in Hybrid) พร้อมการออกแบบที่สวยงามลงตัวและการติดตั้งระบบอำนวยความสะดวกและระบบความปลอดภัยครบครัน เพื่อให้เป็นรถที่เหมาะสมและคู่ควรกับผู้ที่ต้องการความหรูหราเหนือระดับ" นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว
    ปัจจุบัน เซกเมนท์รถอเนกประสงค์ไม่มีรถปลั๊กอินไฮบริดออกจำหน่ายในเมืองไทย ที่ใกล้เคียงที่สุดคือรถครอสโอเวอร์กลุ่มบีเซกเมนท์อย่าง Toyota Corolla Cross รุ่นเดียวที่มาพร้อมพลังงานทางเลือกไฮบริด MG HS PHEV จึงกลายเป็นผู้บุกเบิกตลาดด้วยระบบปลั๊กอินไฮบริด ก่อนจะตามมาด้วย Mitsubishi Outlander PHEV ในอีกไม่ช้า


  • ภาพภายนอก

    MG HS PHEV ยังคงความโดดเด่นทางด้านงานดีไซน์ที่ยกระดับมาจากรถเอสยูวียอดนิยมอย่าง MG HS ซึ่งผสานความหรูหราและความสปอร์ตได้อย่างลงตัว มีการใช้เส้นสายตัวถังที่โค้งมน ในรูปแบบ British Shoulder Line กระจังหน้าเอกลักษณ์เฉพาะของ MG แบบ Stellar Magnetic Field
    ไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์ LED พร้อมระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติ ไฟส่องสว่างสำหรับขับขี่เวลากลางวัน (Daytime Running Lights) ไฟท้าย LED Space Light Field ที่มีความโฉบเฉี่ยวและไฟเลี้ยวแบบ Sequential ที่แสดงผลแบบไล่ระดับทั้งด้านหน้าและด้านหลังเพิ่มเอกลักษณ์ความเป็นรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดด้วยล้ออัลลอยด์ดีไซน์ใหม่ในสไตล์ Thunder Wing Blade ขนาด 18 นิ้ว


  • การออกแบบภายใน

    ภายในห้องโดยสารตกแต่งด้วยสีทูโทน ใส่ใจในทุกรายละเอียดด้วยวัสดุซอฟท์ทัชผิวสัมผัสนุ่มนวล เบาะหนังคู่หน้าแบบสปอร์ตบั๊กเก็ตซีท ตกแต่งด้วยวัสดุอัลคันทาร่า

    เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง และเบาะนั่งผู้โดยด้านหน้าปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง เพิ่มความเป็นส่วนตัวในห้องโดยสารด้วย NVH Luxury Silence Space เพิ่มฟิล์มกันเสียง และแผ่นซับเสียงภายในห้องโดยสาร ที่จะช่วยตัดเสียงรบกวนภายนอก พร้อมหลังคาซันรูฟที่เปิดกว้างแบบพาโนรามา กินพื้นที่เกือบ 90% ของพื้นที่หลังคา
    มอบประสบการณ์ใหม่ในการขับขี่ด้วยจอแสดงผลอัจฉริยะ Full Virtual Dashboard ขนาด 12 นิ้ว และจอควบคุมกลางแบบทัชกรีนขนาด 10 นิ้ว ระบบเสียง BOSE 8.1 Sound System พร้อมสร้างบรรยากาศและสีสันให้กับการขับขี่ด้วย Interactive Ambient Light ที่สามารถปรับเฉดสีได้ 64 เฉดสี
    นอกจากนี้ ยังมีการติดตั้งระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบดูอัลโซน พร้อมช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง กระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติ ระบบกรองอากาศ PM 2.5 ระบบกุญแจรีโมทอัจฉริยะ Smart Key พร้อมปุ่ม Push Start และฝากระโปรงท้ายระบบไฟฟ้าเพื่อความสะดวกสบายในการใช้งาน


    เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง และเบาะนั่งผู้โดยด้านหน้าปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง เพิ่มความเป็นส่วนตัวในห้องโดยสารด้วย NVH Luxury Silence Space เพิ่มฟิล์มกันเสียง และแผ่นซับเสียงภายในห้องโดยสาร ที่จะช่วยตัดเสียงรบกวนภายนอก พร้อมหลังคาซันรูฟที่เปิดกว้างแบบพาโนรามา กินพื้นที่เกือบ 90% ของพื้นที่หลังคา
    มอบประสบการณ์ใหม่ในการขับขี่ด้วยจอแสดงผลอัจฉริยะ Full Virtual Dashboard ขนาด 12 นิ้ว และจอควบคุมกลางแบบทัชกรีนขนาด 10 นิ้ว ระบบเสียง BOSE 8.1 Sound System พร้อมสร้างบรรยากาศและสีสันให้กับการขับขี่ด้วย Interactive Ambient Light ที่สามารถปรับเฉดสีได้ 64 เฉดสี
    นอกจากนี้ ยังมีการติดตั้งระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบดูอัลโซน พร้อมช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง กระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติ ระบบกรองอากาศ PM 2.5 ระบบกุญแจรีโมทอัจฉริยะ Smart Key พร้อมปุ่ม Push Start และฝากระโปรงท้ายระบบไฟฟ้าเพื่อความสะดวกสบายในการใช้งาน


  • ระบบพลังงาน

    ระบบขับเคลื่อนของ 2020 MG HS PHEV ผสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์เทอร์โบขนาด 1.5 ลิตร และมอเตอร์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูงที่มาพร้อมนวัตกรรม Hairpin Design พร้อมแบตเตอรี่ Lithium-ion ขนาด 16.6 กิโลวัตต์ชั่วโมง และระบบเกียร์อัตโนมัติแบบ EDUII 10 สปีด
    พละกำลังสูงสุดอยู่ที่ 284 แรงม้า และมีแรงบิดสูงสุด 480 นิวตันเมตร สามารถเลือกขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วน ๆ ได้ไกลสูงสุดถึง 67 กม.ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง มีอัตราการประหยัดน้ำมันสูงสุดอยู่ที่ 65 กม.ต่อลิตร (MG เคลมว่าช่วยประหยัดเงิน 300,000 บาทใน 5 ปี) และมีการปล่อยค่าไอเสียหรือคาร์บอนไดออกไซด์เพียง 36 กรัมต่อกม.



    โหมดการขับขี่มีถึง 5 รูปแบบ ได้แก่ โหมด Normal โหมด Eco โหมด EV และโหมด Sport เสริมด้วยปุ่ม Super Sport ที่สามารถเพิ่มประสบการณ์การขับขี่ให้ดียิ่งขึ้น อัตราเร่ง 0-100 กม.ต่อชม. ทำได้ภายในเวลา 7.5 วินาที
    นอกจากนี้ยังมีการใช้เทคโนโลยีในมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ Hairpin Design ทำให้มอเตอร์ไฟฟ้าสามารถดึงสมรรถนะของการส่งกำลังและลดอัตราการสูญเสียพลังงานได้ดียิ่งขึ้นพร้อมระบบระบายความร้อนแบบ Coolant ซึ่งดีกว่าระบบระบายความร้อนแบบปกติ ทำให้มอเตอร์ไฟฟ้าทำงานได้เต็มประสิทธิภาพอีกทั้งยังเพิ่มความมั่นใจและปลอดภัยในการขับขี่ด้วยแบตเตอรี่ที่ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยระดับโลก AMERICANUL2580 และผ่านการทดสอบตามมาตรฐาน IP67 ในการป้องกันน้ำและฝุ่น
    เวลาชาร์จโฮมชาร์จเจอร์ 0-100 ใช้เวลาภายใน 4 ชั่วโมง ขณะที่การชาร์จไฟฉุกเฉินเสียบไฟบ้านใช้เวลาประมาณ 5.5 ชั่วโมง


     
      2020 MG HS PHEV 2020 Toyota Corolla Cross Hybrid
    ระบบขับเคลื่อน ปลั๊กอินไฮบริด เบนซิน 4 สูบ 1.5 ลิตร เทอร์โบ และมอเตอร์ไฟฟ้า ไฮบริด เบนซิน 4 สูบ 1.8 ลิตร และมอเตอร์ไฟฟ้า
    พละกำลัง รวมทั้งหมด 284 แรงม้า รวมทั้งหมด 122 แรงม้า
    แรงบิด รวมทั้งหมด 480 นิวตันเมตร

    เครื่องยนต์แรงบิด 142 นิวตันเมตร

    มอเตอร์ไฟฟ้าแรงบิด 163 นิวตันเมตร

    ความประหยัดน้ำมัน 65 กม.ต่อลิตร 23.2 กม.ต่อลิตร
  • องค์ประกอบ

    MG HS PHEV ยังมาพร้อมระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ i-SMART ทำให้ผู้ขับขี่สามารถสื่อสารกับรถเสมือนเป็นหนึ่งเดียวกันด้วยเทคโนโลยี AI รองรับการสั่งการระบบผ่านคำสั่งเสียงภาษาไทยหรือควบคุมการทำงานของระบบต่างๆ ผ่านสมาร์ทโฟนพร้อมยกระดับความสมาร์ทเพื่อความปลอดภัยด้วย Emergency Call ซึ่งเป็นระบบโทรหาคนสำคัญอัตโนมัติในกรณีฉุกเฉินเมื่อถุงลมนิรภัยทำงาน Smart Connect เชื่อมต่อโลกออนไลน์อย่างชาญฉลาดสามารถเลือกฟังเพลงได้ทั้งรูปแบบออนไลน์และสตรีมมิ่ง ระบบค้นหาร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยวพร้อมนำทางและรายงานการจราจรแบบเรียลไทม์ รวมทั้งการอ่านข้อมูลข่าวสารต่างๆ ได้อย่างทันเหตุการณ์
    นอกจากนี้ยังสามารถอัพเกรดระบบได้เองผ่านช่องทางออนไลน์ Smart Check ที่มีระบบ Charging Management ในการตรวจสอบสถานะแบตเตอรี่ การชาร์จไฟฟ้าเข้าแบตเตอรี่ และการค้นหาสถานีอัดประจุไฟฟ้า รวมถึงการตรวจสอบสถานะรถยนต์และเตือนเมื่อมีสถานะผิดปกติสั่งการล็อคหรือปลดล็อคประตูรถ ค้นหารถด้วยระบบ Find My Car และการเข้าถึงบริการ Passion Service ของเอ็มจี ช่วยค้นหาศูนย์บริการ รวมถึงการบันทึกการดูแลรักษารถตามระยะผ่าน MG Mobile Application


    MG HS PHEV มีระบบโครงสร้างตัวถังนิรภัย และระบบความปลอดภัยมาตรฐานยุโรป Advanced Synchronized Protection System กว่า 25 ระบบ โดยแบ่งออกเป็นระบบความปลอดภัยเชิงป้องกันก่อนเกิดอุบัติเหตุที่ช่วยทั้งเรื่องระบบเบรกและช่วยรักษาเสถียรภาพในการขับขี่จำนวน 14 ระบบ และระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ Advanced Driver Assistance System (ADAS) หรือระบบช่วยควบคุมการขับขี่และลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุจำนวน 11 ระบบ

    สำหรับระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ Advanced Driver Assistance System (ADAS) ถือเป็นระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติระดับที่ 2 (Level 2 Partial Automation) โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก ดังนี้
    กลุ่มระบบที่ช่วยป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดจากมุมอับสายตา RDA (Rear Drive Assist)

    • ระบบช่วยเตือนเมื่อต้องการเปลี่ยนเลน LCA (Lane Change Assist)
    • ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตา BSD (Blind Spot Detection)
    • ระบบช่วยเตือนขณะถอยหลัง RCTA(Rear Cross Traffic Alert)
    • ระบบช่วยเตือนการเปิดประตู DOW (Door Open Warning)

    กลุ่มระบบเตือนและควบคุมให้รถอยู่ในเลน LAS (Lane Assist System)

    • ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน LDW (Lane Departure Warning)
    • ระบบช่วยควบคุมรถเมื่อรถจะออกนอกเลน LDP (Lane Departure Prevention)
    • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน LKA(Lane Keep Assist)


    กลุ่มระบบที่ช่วยในการขับขี่ FDA (Front Drive Assist)

    • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน ACC (Adaptive Cruise Control)
    • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติเมื่อความเร็วต่ำ TJA (Traffic Jam Assist)
    • ระบบช่วยเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชนรถยนต์คันหน้าในขณะขับขี่ FCW (Forward Collision Warning)
    • ระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติ IHC(Intelligent High-Beam Control)

    นอกจากนี้ยังเสริมอุปกรณ์ความปลอดภัย อาทิ จุดยึดเบาะนั่งเด็ก ISOFIX ระบบล็อกประตูอัตโนมัติ (Speed Sensing Door Lock) เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบดึงรั้งกลับ ถุงลมนิรภัย 6 จุด กล้องมองภาพรอบทิศทางแบบ 3 มิติ (3D Around View Monitor) และระบบกุญแจนิรภัยแบบ Immobilizer

  • สรุป

    สำหรับราคาจำหน่ายของ 2020 MG HS PHEV อยู่ที่ 1,359,000 บาท
    MG มอบการรับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี ไม่จำกัดระยะทางซึ่งเหนือกว่าคู่แข่ง พร้อมประกันตัวรถ 4 ปีหรือ 120,000 กม. เหนือกว่าคู่แข่ง ลูกค้าที่จองภายในสิ้นปีนี้รับฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งฟรี 1 ปี พร้อมโฮมชาร์จเจอร์ ติดตั้งฟรีถึงบ้าน


    2020 MG HS PHEV ปะทะ Honda CR-V คุณจะเลือกชื่อชั้นแบรนด์หรือคุณสมบัติตัวรถ?

    2020 MG HS PHEV กับคำถามที่พบบ่อยของระบบปลั้กอินไฮบริด อ่านก่อนคิดจะซื้อ

    แบงค์บอกต่อ MG HS PHEV และ Isuzu MU-X พึ่งเปิดตัวได้โปรดีแบบนี้เลยหรือ

    รวม 5 จุดเด่น MG HS PHEV ที่ทำให้คุณต้องซื้อในราคา 1,359,000 บาท

    ไม่ง้อรัฐ! MG ตัดงบตัวเอง ลุยขยายสถานีประจุไฟ 500 แห่ง เอาใจลูกค้า EV และ PHEV

MG HS FAQ

  • บอกราคาของMG HSหน่อย.

    • ปรัช สุวรรณ

      ปรัช สุวรรณ

      ราคา ของ MG HS มีดังนี้

      รุ่นย่อย2020 1.5MG HS Turbo C2020 1.5 MG HS Turbo D2020 1.5 MG HS Turbo X
      ราคา SRP(Bangkok)91900010190001119000
  • บอกระบบขับเคลื่อนของMG HSหน่อย.

    • kedkor

      kedkor

      ระบบขับเคลื่อน ของ MG HS มีดังนี้

      รุ่นย่อย2020 1.5MG HS Turbo C2020 1.5 MG HS Turbo D2020 1.5 MG HS Turbo X
      ระบบเกียร์7-Speed7-Speed7-Speed
      รูปแบบเกียร์ATATAT
      ระบบควบคุมการเปิด-ปิดลิ้นปีกผีเสื้อDOHCDOHCDOHC
  • จำนวนประตูของMG HSมีอะไรบ้าง

    • ชินณพัฒน์

      ชินณพัฒน์

      มีจำนวนประตูและรุ่นย่อยของMG HS ได้แก่

      รุ่นย่อย2020 1.5MG HS Turbo C2020 1.5 MG HS Turbo D2020 1.5 MG HS Turbo X
      จำนวนประตู555

รถยอดนิยม

VS