2022 Honda Civic เตรียมเปิดตัวกลางปีนี้จะคู่แข่ง Toyota Altis ได้หรือไม่?

S'Ran · Feb 01, 2021 00:00 AM

หลังจากที่ Honda ได้เผยโฉม Honda Civic Prototype ของรุ่นล่าสุด และทางค่ายก็มีแพลนว่าอาจมีการเปิดตัวในปลายปีนี้หรือต้นปีหน้า ก็ทำให้หลายคนตั้งหน้าตั้งตารอ 2021 Honda Civic (ฮอนด้า ซีวิค) นี้นับว่าเป็นรุ่นที่ 11 ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นรถรุ่นที่ได้ทำการตลาดมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่ปี 1973 จนมาถึงปัจจุบัน 2021 ก็รวมกว่า 48 ปีแล้ว และในเจนเนอร์เรชั่น 11 นี้จะมาในรูปแบบซีดาน 4 ประตูและแฮชแบ็ค 5 ประตู มีรุ่นตัวแรงอย่าง Si และ Type R

2022 Honda Civic (ฮอนด้า ซีวิค) ที่เตรียมเปิดตัวปีนั้นจะสามารถแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดจาก Toyota Altis ค่ายรถยอดนิยมได้หรือไม่ก็ต้องรอลุ้นกันต่อไป แต่ก่อนจะไปวิเคราะห์นั้น ทาง AutoFun จะพาไปรู้จัก Honda Civic ในอดีตจนถึงปัจจุบันว่ามีที่มาเป็นอย่างไร

1973 Honda Civic

ก่อนที่ Honda ในญี่ปุ่นจะเปิดตัว Honda Civic นั้น คนส่วนใหญ่คุ้นชินกับชื่อฮอนด้าในฐานะผู้ผลิตมอเตอร์ไซต์ 2 สูบ 600 ซีซี แต่ด้วยสถานการณ์ตอนนั้นที่น้ำมันเชื้อเพลิงขาดแคลน ผู้คนต้องการรถยนต์ประหยัดพลังงาน ทำให้ Honda Civic ได้ถือกำเนิดขึ้น

Honda Civic รุ่นแรกเปิดตัวในปี 1973 ที่มีจุดเด่นด้านอัตราสิ้นเปลือง 17 กิโลเมตร/ลิตร ใช้เครื่องยนต์ 4 สูบ 1,169 ซีซี  ระบบส่งกำลังมีให้เลือกทั้งเกียร์ธรรมดา 4 จังหวะและเกียร์อัตโนมัติ Hondamatic 2 จังหวะ ให้กำลังสูงสุด 50 แรงม้า จากนั้นในปี 1974 ก็มีการเพิ่มความจุเป็น 1.2 ลิตร ให้กำลัง 52 แรงม้า โดย Honda Civic ในรุ่นนี้ก็ยังคงมีการพัฒนาเรื่อยๆ จนถึงรุ่นปรับโฉมสุดท้ายของรุ่นแรกได้เพิ่มกำลังเป็น 60 แรงม้า มีเกียร์ให้เลือกเกียร์อัตโนมัติ 2 สปีด, เกียร์ธรรมดา 4 สปีด, เกียร์ธรรมดา 5 สปีด เครื่องยนต์มี 2 ขนาดคือ 1.2 และ 1.5 ลิตร เลือกได้ทั้งแบบคูเป้ 2 ประตู ซีดาน 4 ประตู แฮชแบ็ค 3 และ 5 ประตู และตัวถังแวกอน 5 ประตู สำหรับไทยนั้น รุ่นนี้มีการนำเข้ามาจำหน่ายเพียงไม่กี่คันเท่านั้น

1980 Honda Civic

Honda Civic รุ่น 2 นี้รูปทรงปราดเปรียวขึ้น ในรุ่นแฮชแบ็คเพิ่มความยาวฐานล้อเป็น 2,250 มิลลิเมตร ในรุ่นตัวถังแวกอนเพิ่มความยาวฐานล้อเป็น 2,320 มิลลิเมตร มีการพัฒนาเครื่องยนต์เป็น CVCC ขนาด 1.3 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 55 แรงม้า และเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 67 แรงม้า โดยมีระบบขับเคลื่อนให้เลือกทั้ง เกียร์อัตโนมัติ 2 กับ 3 สปีด และเกียร์ธรรมดา 4 กับ 5 สปีด

1984 Honda Civic

Honda Civic รุ่น 3 นี้ ทำการตลาดในอังกฤษภายใต้ชื่อ Rover 200 ต่อมาฮอนด้าก็ได้เพิ่มรุ่นย่อย CRX สำหรับแบบคูเป้ และใช้ชื่อ Ballade Sports ทำการตลาดในญี่ปุ่น โดย Honda Civic รุ่นนี้ใข้เครื่องยนต์เดิม แต่มีการเพิ่ม CVCC 1.5 ลิตร เข้าไปด้วย ทุกรุ่นใช้ระบบกันสะเทือนหน้าแบบคอยล์สปริง ด้านหลังทอร์ชั่นบาร์พร้อมคอยล์สปริง ต่อมาไม่นานในญี่ปุ่นก็ได้เพิ่มรุ่นตัวแรง Si ที่ปรับปรุงระบบกันสั่นสะเทือนให้ดีขึ้น และพัฒนาเครื่องยนต์เป็น DOHC ZC ความจุ 1.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 130 แรงม้า ส่วนรุ่นที่ทำตลาดในสหรัฐใช้ชื่อ Civic Si 3 ประตู และ CRX Si โดยใช้เครื่องยนต์หัวฉีด 12 วาล์ว และกำลังสูงสุด 91 แรงม้า

สำหรับรุ่นที่ 3 นี้เป็นรุ่นแรกของ Honda Civic ที่มีการจำหน่ายในไทย และยังเป็นรุ่นแรกที่ประกอบในไทยอีกด้วย โดยมีความยาว 3.81 เมตร สูง 1.35 เมตร กว้าง 1.62 เมตร มีตัวถัง 4 แบบ คือ คูเป้ 3 ประตู ซีดาน 4 ประตู แฮชแบ็ค 3 ประตู และ station wagon 5 ประตู เครื่องยนต์มีแค่แบบ 1.5 ลิตร แต่ระบบขับเคลื่อนมีให้เลือกทั้งกียร์ธรรมดา 5 สปีด เกียร์อัตโนมัติ 3 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด

1988 Honda Civic

Honda Civic เจนเนอร์เรชั่นนี้ ตัวถังมีการออกแบบพัฒนาให้เป็นไปตามหลักอากาศพลศาสตร์มากขึ้น ขนาดใหญ่กว่ารุ่นเดิม มีการเพิ่มพื้นที่กระจกทำให้ดูโปร่งโล่ง รุ่นนี้ใช้เครื่องยนต์ DOHC 16 วาล์ว มี 4 ขนาดให้เลือกคือ 1.3, 1.4, 1.5 และ 1.6 ลิตร ระบบเกียร์มีทั้งเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด, เกียร์ธรรมดา 4 สปีด, เกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์ธรรมดา 6 สปีด ส่วนในไทยมีให้เลือกเฉพาะแบบซีดาน 4 ประตู เครื่องยนต์ SOHC 1.5 ลิตร ให้กำลัง 90 แรงม้า

1992 Honda Civic

Honda Civic ได้ปรับโฉมการออกแบบใหม่ จากทรงเหลี่ยมกลายเป็นทรงมนท้ายลาด มีตัวถัง 3 แบบ ได้แก่ คูเป้ 2 ประตู แฮชแบค 3 ประตู และซีดาน 4 ประตู มีเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด และเกียร์ธรรมดา 5 สปีดให้เลือก เครื่องยนต์ 2 ขนาด คือ 1.3, 1.5, 1.6 และ 1.8 ลิตร สำหรับในไทยได้นำตัวถัง 3 ประตูมาจำหน่าย ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยม ต่อมาก็ได้มีการปรับโฉมใหม่และได้ทำการตลาดเพิ่มในไทยด้วยรุ่น 4 ประตู ช่วงแรกทำตลาดด้วยเครื่องยนต์คาร์บิวเรทเตอร์ และได้เพิ่มเครื่องยนต์แบบหัวฉีดที่ใช้เชื้อเพลิง ซึ่งช่วยให้ประหยัดน้ำมันได้มากขึ้นด้วย

1996 Honda Civic

Honda Civic เจนเนอร์เรชั่นนี้เป็นรุ่นที่ 6 โดยใช้เครื่องยนต์ VTEC 1.6 ลืตร ให้กำลัง 120 แรงม้า ต่อมาในปี 1998 ก็ได้เพิ่มรุ่นคูเป้ และได้มีการปรับโฉมใหม่อีกครั้งในปี 1999 โดยได้ปรับปรุงเครื่องยนต์ให้มีมลพิษน้อยลง และได้เพิ่มรุ่น 1.8 ลิตร ซึ่งให้กำลัง 145 แรงม้า พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ

สำหรับตลาดต่างประเทศ ก็ได้มีการพัฒนาเครื่องยนต์ให้ประหยัดพลังงานมากขึ้นด้วยเครื่องยนต์ VTEC-E ขนาด 1.6 ลิตร ให้กำลัง 115 แรงม้า อัตราการสิ้นเปลืองเฉลี่ยอยู่ที่ 17.8 ลิตร ในรุ่นย่อยบางรุ่นมีการเพิ่มเกียร์อัตโนมัติ ต่อมาก็ได้เพิ่มรุ่น LEV ในเครื่องยนต์ 1.6 ลิตรที่ให้กำลัง 106 แรงม้า และรุ่น VTEC LEV ให้กำลัง 127 แรงม้า และยังมีการเพิ่มรุ่นตัวแรงอย่าง Si ที่ใช้เครื่องยนต์ DOHC VTEC 4 สูบ 1.6 ลิตร ที่ให้กำลัง 160 แรงม้า และต่อมาในปี 1998 ก็ได้เพิ่มอีกหนึ่งตัวแรง Type R ที่ให้กำลังมากถึง 185 แรงม้า

2000 Honda Civic

Honda Civic รุ่น 7 นี้ มีให้เลือก 4 แบบคือคูเป้ 2 ประตู แฮชแบค 3 และ 5 ประตู ซีดาน 4 ประตู และเป็นรุ่นแรกที่มีแบบไฮบริดให้เลือก สามารถเลือกเครื่องยนต์ 1.3, 1.5, 1.6, 1.7 และ 2.0 ลิตรได้ ระบบขับเคลื่อนมีทั้งแบบเกียร์อัตโนมัติ CVT, เกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด, เกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด, เกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์ธรรมดา 6 สปีด แต่สำหรับในไทยมีเฉพาะรุ่นซีดาน 4 ประตู มีแค่เครื่องยนต์ 1.7 เกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด เกียร์ธรรมดา 5 สปีด และ 2.0 ลิตร เกียร์อัตโนมัติ 5 สปีดเท่านั้น

2006 Honda Civic

Honda Civic เจนเนอเรชั่น 8 นี้ ทางฮอนด้าแบ่งเป็นเวอร์ชั่นที่ทำการตลาดในญี่ปุ่นและอเมริกา กับอีกเวอร์ชั่นที่ทำการตลาดในยุโรป โดยเวอร์ชั่นในญี่ปุ่นและอเมริกา เป็นตัวถังซีดานและคูเป้ ใช้ชื่อ Acura CSX ในตลาดอเมริกา ส่วนเวอร์ชั่นในยุโรป มีแบบแฮทช์แบ็ค 3 และ 5 ประตู ใช้เครื่องยนต์ VTEC 1.4 ลิตร และ 1.8 ลิตร

สำหรับในไทยเป็นตัวถังเวอร์ชั่นเดียวกับญี่ปุ่นและอเมริกาเหนือ โดยเป็นรุ่นซีดาน 4 ประตู เป็นรุ่นเครื่องยนต์ i-VTEC SOHC 16 วาล์ว  1.8 ลิตรเกียร์ธรรมดาและเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด ให้กำลังสูงสุด 140 แรงม้า และเครื่องยนต์  DOHC 16 วาล์ว i-VTEC  2.0 ลิตร เกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด ให้กำลังสูงสุด 155 แรงม้า จากนั้นในปี 2009 ก็มีการปรับรูปลักษณ์ครั้งใหม่ มีการเปลี่ยนไฟหน้าไฟท้าย กระจังหน้า และมีการเพิ่มอุปกรณ์มาตรฐาน

2011 Honda Civic

ในตลาดโลกมีให้เลือกทั้งแบบซีดานและคูเป้ จากนั้นในปี 2013 เวอร์ชั่นยุโรปก็มีตัวถังแฮทช์แบ็ค 5 ประตู โดยรุ่นนี้ให้เลือกทั้งแบบเครื่องยนต์เบนซิน 1.4 และ 1.6 ลิตร ส่วนเครื่องยนต์ดีเซลมีทั้งแบบ 1.6 ลิตรและ 2.2 ลิตร ส่วนในรุ่น Civic Type R เป็นเครื่องยนต์เบนซิน ไดเรคอินเจคชั่น เทอร์โบชาร์จ ที่ให้กำลังสูงสุด 310 แรงม้า

ในไทยใช้เครื่องยนต์ SOHC 4 สูบ 16 วาล์ว i-VTEC ซึ่งมีจำหน่ายเฉพาะรุ่น 1.8 เกียร์ธรรมดาและเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด และ 2.0 ลิตร เกียร์อัตโนมัติ 5 สปีดเท่านั้น และ Honda Civic ในรุ่นนี้ก็มาพร้อมเทคโนโลยีจอแสดงข้อมูลอัจฉริยะ i-MID เป็นครั้งแรก และถือเป็นรุ่นแรกที่สามารถรองรับเชื้อเพลิง E85 

2016 Honda Civic

Honda Civic รุ่น 10 นี้เป็นรุ่นที่ยังคงจำหน่ายอยู่ในปัจจุบัน โดยได้เปิดตัวเมื่อ 11 มีนาคม 2016 รุ่นนี้ใช้แพลตฟอร์มที่พัฒนาจาก Honda Accord ทำให้มิติตัวถังและและห้องโดยสารมีความกว้างมากกว่าเดิม ตัวถังภายนอกมีรูปทรงทันสมัยมากขึ้น ออกแบบเป็นแบบฟรสต์แบ็กที่มีลักษณะเป็นหลังคาเทลาดลงไปจนถึงเกือบท้ายสุดของกระโปรงท้าย กระจังหนังหน้าใหม่ที่ลากยาวเชื่อมถึงสองฝั่งของไฟหน้า ไฟหน้าแบบโปรเจ็กเตอร์สามารถปรับระดับไฟได้ด้วยระบบอัตโนมัติ  

Honda Civic
ความยาว(มม.) 4,648
ความกว้าง (มม.) 1,799
ความสูง (มม.) 1,416
ฐานล้อ (มม.) 2,698
ระยะห่างล้อคู่หน้า (มม.) 1,547
ระยะห่างล้อคู่หลัง (มม.) 1,563
ความสูงใต้ท้องรถ (มม.) 125

ภายในมีการปรับปรุงใหม่ ซึ่งให้ความแตกต่างจากรุ่น 9 มาก การออกแบบเน้นดีไซน์สปอร์ต กว้างขวาง ติดตั้งหน้าจอมาตรวัดความเร็วแบบดิจิตอล LCD ขนาด 7 นิ้วแบบใหม่ ต่างจากรุ่นที่แล้วที่เป็นแบบสองชั้น หน้าจอบันเทิง Infotainment เป็นแบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว รองรับทั้ง Apple CarPlay และ Android Auto ทำให้สะดวกมากยิ่งขึ้น อีกทั้งห้องสัมภาระยังสามารถเก็บของได้เยอะอีกด้วย

ส่วนเครื่องยนต์แบ่งออกเป็น 2 รุ่น คือเครื่องยนต์  1.8 ลิตร และเครื่องยนต์ 1.5 ลิตรเทอร์โบ ขับเคลื่อนส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ CVT ซึ่งได้รับการพัฒนาภายใต้เทคโนโลยี Earth Dream โดยให้กำลังสูงสุด 173 แรงม้า ที่ 5,500 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุดที่ 220 นิวตันเมตร ที่ 1,700–5,500 รอบต่อนาที ซึ่งมีจุดเด่นที่ให้กำลังเทียบเท่ากับเครื่องยนต์ขนาด 2.4 ลิตร แต่ให้อัตราการประหยัดเชื่อเพลิง 1.8 ลิตร

สำหรับไทยมี 4 รุ่นย่อยให้เลือกคือ 1.8 E, 1.8 EL, 1.5 Turbo และ 1.5 Turbo RS โดย 1.8 E กับ 1.8 EL เป็นเครื่องยนต์ i-VTEC 1.8 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 141 แรงม้าที่ 6,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 174 นิวตันเมตรที่ 4,300 รอบต่อนาที 1.5 Turbo กับ 1.5 Turbo RS เครื่องยนต์เป็น Vtec Turbo 1.5 ลิตร คู่เกียร์อัตโนมัติ CVT ให้กำลังสูงสุด 173 แรงม้า ที่ 5,500 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุดที่ 220 นิวตันเมตร ที่ 1,700–5,500 รอบต่อนาที

Honda Civic
  1.8 i-VTEC 1.5 VTEC Turbo
เครื่องยนต์ SOHC i-VTEC DOHC VTEC Turbo
ระบบจ่ายน้ำมัน หัวฉีดมัลติพอยท์ PGM-FI หัวฉีดมัลติพอยท์ PGM-FI
กำลังสูงสุด(แรงม้า) 141 173
แรงบิดสูงสุด (N/M) 174 220

2022 Honda Civic

การออกแบบภายนอก 

2022 Honda Civic รุ่นล่าสุด ได้เปิดตัวรุ่น Prototype ที่ใช้ผลิตจริง มาเมื่อ 17 พฤศจิกายน 2020 ซึ่งรุ่นนี้มีการออกแบบตอบสนองความต้องการของผู้ขับขี่และผู้โดยสารมากขึ้น รูปลักษณ์ของ 2022 Honda Civic มีการดีไซน์ให้พรีเมียมมากขึ้น ให้อารมณ์ความสปอร์ต  ไฟหน้าออกแบบใหม่ เน้นเรียวยาวเชื่อมเข้ากับกระจังหน้าลายตาข่ายสีดำเข้ากับช่องดักลมขนาดใหญ่บริเวณกันชน ส่วนด้านท้ายเป็นไฟท้ายแบบแนวนอนเหมือนรุ่นก่อน บริเวณซุ้มล้อด้านหลังและด้านท้ายรถสไตล์ R-line ให้ความโดดเด่น

การออกแบบภายใน 

แม้ว่าภายในห้องโดยสารของ 2021 Honda Civic ยังไม่ได้มีการเปิดเผยภาพจริงออกมาให้เห็น แต่จากข้อมูลก็เป็นไปได้ว่าการออกแบบภายในจะมีความเรียบง่ายสไตล์ Minimal มากขึ้น มีปุ่มน้อยลง พร้อมทั้งออกแบบเบาะนั่งให้เหมาะกับสรีระสำหรับผู้ขับขี่ กระจกมองข้างย้ายไปบริเวณประตูเพื่อสร้างวิสัยทัศน์ในการขับขี่ให้ดีขึ้นกว่าเดิม คอนโซลกลางดีไซน์หรูราวกับรถแบรนด์ยุโรป ช่องแอร์ตรงกลางจะตกแต่งแบบรังผึ้งเชื่อมต่อกับช่องแอร์ฝั่งผู้โดยสาร พวงมาลัยเป็นแบบ 3 ก้านดีไซน์เรียบง่าย หน้าจอสัมผัสความละเอียดแบบ Full-HD ขนาด 9 นิ้วเหนือแผงคอนโซล มาตรวัดความเร็วแบบดิจิทัล

เครื่องยนต์ 

จากข้อมูลล่าสุดคาดว่า 2022 Honda Civic จะใช้เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 4 สูบขนาด 1.5 ลิตร ซึ่งน่าจะยังคงใช้แบบรุ่นเดิม แต่ที่น่าสนใจคือการเพิ่มรุ่น e:HEV ซึ่งยังไม่มีข้อมูลว่าจะเป็นเครื่องยนต์บล็อกไหน และคาดว่าน่าจะมีรุ่น Civic Sedan, Civic Hatchback, Civic Si และ Civic Type R ให้เลือก

ด้านระบบความปลอดภัยก็เป็นไปได้ว่าจะมีเทคโนโลยีล้ำสมัยเพิ่มเข้ามาทั้งเชิงป้องกันและปกป้อง (Active and Passive Safety System) รวมทั้งการอัพเกรด Honda Sensing ระบบช่วยเหลือการขับขี่ รวมทั้งมีการออกแบบถุงลมนิรภัยใหม่ นอกจากนี้ 2022 Honda Civic อาจจะออกแบบโครงสร้างตัวถังใหม่ที่ช่วยเพิ่มระดับการปกป้องภายในห้องโดยสารและอุบัติเหตุการชน

แม้ว่าตอนนี้ทาง  Honda ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดสเปกของ 2022 Honda Civic ออกมามากนัก แต่ก็เป็นไปได้มากว่าเวอร์ชั่น Prototype ที่ออกมาจะใกล้เคียงกับเวอร์ชั่นผลิตจริง ส่วนสเปกทางฝั่งอเมริกากับฝั่งเอเชียจะต่างหรือเหมือนมากน้อยแค่ไหนก็รอดูต่อไป ส่วนด้านราคาคาดกันว่าน่าจะเริ่มต้นราวๆ 22,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 657,000 บาท และ 2022 Honda Civic จะมีการเปิดตัวกลางปีนี้จริงหรือไม่ แล้วถ้าเปิดตัวจะสู้คู่แข่งอย่าง Toyota Altis ได้หรือเปล่า ก็ต้องมารอลุ้นกันหลังจากเปิดตัว 

รีวิว

รถใหม่ล่าสุด