Owner Review:50,000 กม. กับ Toyota Innova Crysta ( โตโยต้า อินโนวา คริสต้า ) รถเอ็มพีวีเพื่อครอบครัว

Owner Review · Oct 27, 2020 01:00 PM

**บทความนี้เป็นประสบการณ์ส่วนตัวของเจ้าของ Toyota Innova Crysta และไม่จำเป็นต้องสะท้อนถึงมุมมองของ AutoFun

ผู้ใช้รถจริง:ขับไปเรื่อย

พึ่งเข้าศูนย์เช็คระยะ 50,000 กม.เสร็จมาหมาด ๆ และเห็นว่า แม้รถ Toyota Innova Crysta (โตโยต้า อินโนวา คริสต้า) รุ่นนี้ มีอายุอยู่ในรุ่นสามปีมาแล้ว แต่ก็ยังคงอยู่ในความสนใจไม่น้อย วันนี้ จึงขออนุญาตเล่าให้ฟัง หลังจากใช้รถมา ปีครึ่ง กับระยะทาง ห้าหมื่นกิโล ว่าเป็นอย่างไรกันบ้าง

เหตุการในการซื้อ

ย้อนกลับไปวันแรกที่ซื้อ เป็นการเปลี่ยนลักษณะรถอย่างสิ้นเชิง คือตอนนนั้น ทั้งบ้านใช้รถซีดาน เป็นหลัก คือ รถพ่อบ้าน Toyota Camry 2.5G(2012), รถแม่บ้าน Nissan Teana 2.5XV L33(2014) เหตุผลหลักคือ ลูก ๆ เริ่มโตแล้ว ตัวใหญ่ ๆ เหมือนเด็กในร่างผู้ใหญ่กันแล้ว เลยคิดว่า รถซีดาน ไม่น่าจะทำให้นั่งสบายกันนัก ยิ่งถ้าหากต้องนั่งระยะทางไกล ๆ (ผู้เขียนต้องใช้ชีวิตสองจังหวัด กทม.-โคราช) ซึ่งต้องเดินทางกันเป็นประจำ อย่างน้อยก็เดือนละครั้ง อย่างถึ่หน่อยก็ทุกสัปดาห์

ขั้นแรก ก็เริ่มมองรถตู้ ที่เมืองนอกมักเรียกกันว่า Mini van บ้านเรา ก็ครอบคลุมกันไป ตั้งแต่ตู้จริง ๆ เช่น Hyundai H1, หรือเล็กลงมาหน่อยก็ Kia Grand Carnival จนมาเล็กสุด ก็คือ Toyota Innova Crysta คันนี้ จากนั้น ก็เริ่มเข้าสู่การพิจารณาขั้นสุดท้าย คันแรกที่ตัดคือ H1 เพราะกังวลเรื่องความสูง กับการจอดในห้าง แม่บ้านเค้ากลัวที่ต้องไปจอดนอกห้างที่เค้าจัดไว้ให้กับรถที่มีความสูงเกิน ซึ่งต้องเดินไกลจากตัวห้าง ยิ่งถ้าไม่นับถึงการต้องหิ้วถุงใส่สินค้า ยิ่งสมัยนี้เค้าไม่ให้ถุงกันแล้ว ต้องเอาของจิปาถะใส่รถเข็น แล้วเข็นมาเก็บ ตัวนี้เลยเป็นตัวแรกที่ตัดออกไปก่อนใครเพื่อน ตัวที่สอง Carnival คันนี้ ความสูงผ่าน แต่ความกว้างไม่ผ่าน เพราะความกว้างร่วมสองเมตร บวกกับ ประสพการณ์ส่วนตัวเมื่อ 20 กว่าปีก่อน ตอนใช้ Hyundai Excel กับ Hyunday Accent ซึ่งเป็นรถที่ใช้ได้ดีพอควร แต่ใช้ไปไม่นานนัก ทางบริษัท ฯ ก็ปิดตัวลง ออกจากตลาดเมืองไทยไปซะงั้น ปล่อยให้คนใช้รถอย่างเรา ต้องมาลุ้นว่า หากรถเสีย จะทำอย่างไร สุดท้ายก็ขายรถทิ้งไปในราคาถูก ๆ 

ไม่มีตัวเลือกอื่นแล้ว ก็ต้องมาลงที่ Innova Crysta เท่านั้น ตอนจะซื้อ ก็หาโชว์รูมที่มีรถให้ดู ให้ลองนั่งไม่ได้ เลยเป็นอีกคันที่ตัดสินใจซื้อ โดยไม่เห็นรถจริง ไม่ได้ลองนั่ง เคยเห็นแต่เป็นรถแท็กซี่ที่วิ่งอยู่ตามสนามบินแต่ก็ยังไม่เคยนั่งเหมือนกัน จองไปไม่นาน ใช้เวลาราวสองสัปดาห์ก็ได้รถ ตอนนั้นราวเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2562

ความรู้สึกในการใช้รถ

ซื้อรถกับเซลส์คนเดิม ศูนย์เดิมที่พระรามสอง รับรถเสร็จ ก็ตีรถกลับโคราช ความรู้สึกที่ขับที่นั่งครั้งแรกคือ ทำไมมันเด้งจัง ไม่ค่อยนุ่มเลย จริงอยู่ ที่บ้านเราพึ่งเปลี่ยนรถมาจากซีดานเรือธงของสองค่ายใหญ่ จะไปเทียบโดยตรงคงไม่ได้ แต่แลกกับความกระด้าง สิ่งที่ได้กลับมาคือ ความโล่ง โปร่ง เพดานดูสวยแปลกตา ซึ่งหาไมได้ในซีดานแน่นอน เบาะนั่งผู้โดยสารเป็นแบบ Captain seat แยกอิสระ มีพนักพิงแขน มีโต๊ะเล็ก พับขึ้น มาพวก สมาร์ทโฟน, แท็บเล็ท หรือของกินของว่าง กระจุกกระจิกได้ มีของแถม เป็นที่ติดแท็บเล็ท กับก้านเหล็กเสียบของหมอนรองศีรษะจากเบาะผู้โดยสารด้านหน้า สิ่งนี้ เด็ก ๆ ชอบ ความสูงของเบาะกับระดับพื้น มีมากกว่าซีดาน ทำให้นั่งสบายไม่เมื่อยขา ส่วนช่องว่างระหว่างศีรษะกับเพดาน ก็มีมาก รับกันพอดีกับแอร์ที่มาจากเพดาน ด้วยความเห่อ พ่อบ้าน ซึ่งมีความสูง 180 ก็อยากลองไปนั่งเบาะนั่งแถวที่สาม ซึ่งแน่นอน คงเป็นเบาะที่ไม่สบายสุดในรถคันนี้ แต่ก็ยังนั่งได้ดีกว่าในรถจำพวก SUV หรือ PPV (ส่วนตัวเคยใช้รถ Mu7(2009) กับ Sport Rider(2004) มาก่อน) ซึ่งตอนนั้น เบาะแถวสามในรถเหล่านั้น มีแต่เด็กที่นั่งได้ และตอนนั้น ลูก ๆ ก็อยู่ในวัยที่นั่งได้สบาย กลายเป็นมุมส่วนตัวของเด็ก หอบหิ้วของเล่นมาวางกันไว้เต็มเบาะแถวสามไปหมด แต่วันนี้ เด็ก ๆ เหล่านั้น มีความสูงอยู่ที่ 165-175 ซม.กันหมดแล้ว นั่งเบาะแถวสามในรถ PPV แบบนั้นคงไม่ยอมนั่งกันแน่ แต่ใน Innova คันนี้ ทำได้ดีกว่ารถกลุ่มนั่นได้ดีกว่าพอควร

กับอีกสิ่งที่ไม่ชินคือ พละกำลังกับแรงบิดในรอบต่ำ ในเครื่องดีเซล 2800 ซีซี 174 แรงม้า กับแรงบิด 360 นิวตันเมตร นี่เป็นอะไรที่มากจริงๆ ไม่ว่าการเร่งแซงในทางปรกติ หรือการเร่งแซงบนทางขึ้นเนินขึ้นเขา แรงไม่มีตก อยากจะเพิ่มความเร็ว สั่งได้ทุกขณะ อยากจะบอกว่า การทำงานของเครื่องดีเซลตัวนี้ กับเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด เป็นอะไรที่ลงตัวมาก การเร่งความเร็ว การผ่อนความเร็วแล้วมี เอ็นจินเบรค จังหวะการส่งกำลังผ่านเกียร์ ทำให้รู้สึก สนุก มันส์ ในการขับขี่ แต่ สิ่งหนึ่งที่ผู้เขียนยังวิเคราะห์ไม่ออกคือ อาการเวียนหัว ตาลาย ไม่แน่ใจมันมาจากความโยน ความเด้ง หรือมาจากตำแหน่งเบาะนั่งคนขับ กับกระจกบานหน้าที่ใหญ่ ยาว และลาดเอียงไปด้านหน้ามาก กับการเหลือบมองกระจกมองข้าง อย่างไรก็ตาม อาการนี้ ดันมาเกิดกับผู้ชายเท่านนั้น ตัวพ่อกับลูกชาย แต่กับแม่บ้าน เธอกลับบอกไม่เห็นจะเป็นไรเลย ยิ่งถ้าเป็นเบาะคนโดยสารด้วยแล้ว ลูกสาวกลับบอก ชอบมาก นั่งสบายกว่าในรถซีดานที่เคยใช้มาทั้งหมด

หลังจากใช้รถมาได้ประมาณ 30,000 กม. พอเข้าศูนย์เช็คระยะตามปรกติ ทางศูนย์ก็แจ้งมาว่า โช้คอัพหน้ารั่ว จะทำการเคลมให้ แต่หลังจากนั้นประมาณ 50,000 กม.นี่แหละ ที่แม่บ้านเริ่มบ่นว่า รถมันเด้งมากกว่าปรกตินะ มันไม่เหมือนเดิมตอนออกห้างมาเลย แต่แทนที่จะเอาเข้าศูนย์ เลยลองไปหาร้านแต่งพวกช่วงล่างโช้คอัพแทน ก็ไปเจอว่าโช้คอัพหลังรั่ว เลยตัดสินใจเปลี่ยนโช้คทั้งสี่ตัวแบบปรับระดับความนุ่มหนืดได้ 7 ระดับ ผลลัพธ์ออกมาคือรถนุ่มขึ้นมาหน่อย แต่ที่ชอบคือรถขับดี ขับมันส์กว่าเดิมขึ้นอีก แต่ เรื่องความเวียนหัว ยังคงเหมือนเดิม เลยทำให้ผู้เขียนคิดว่า น่าจะมาจากตำแหน่งผู้ขับมากกว่า แต่จุดนี้ น่าจะทำให้ชินได้ หากขับบ่อย ๆ แต่เนื่องจากคันนี้ เป็นคันของแม่บ้านเป็นหลัก จึงทำให้ผู้เขียนไม่ได้ขับเป็นประจำ

อีกสิงที่ประทับใจ ก็คือสิ่งอำนวยความสะดวก ไม่ว่า เครื่องเสียงแบบทีมี Navigator นำทางมาให้ เสียงดีใช้ได้ทีเดียว เบาะคนขับปรับไฟฟ้า กระจกไฟฟ้าแบบ Auto one touch สี่บาน Cruise control ที่อยากจะบอกว่า เป็น cruise ที่ให้ความรู้สึกสมจริงมากที่สุดคันหนึ่ง ไม่ว่า ตอนเร่งหรือตอนลดความเร็ว จะค่อย ๆ ทำ ไม่กระชากหรือเชนเกียร์ต่ำ อย่างรถคันอื่น ข้อนี้ให้คะแนนเต็ม ไฟสีฟ้า ๆ สวย ๆ ในเวลากลางคืน แอร์เย็นฉ่ำ ที่วางแก้วหรือขวดน้ำ ที่ไม่รู้จะเยอะไปไหน มีช่องเก็บความเย็นด้านหน้ามาให้ด้วย ข้อดี ๆ ทั้งหมดนี้ ยืนยันความเป็นรถครอบครัว ที่เวลานึกจะไปไหนกับพ่อแม่ ลูก ๆ หรือมีญาติผู้ใหญ่ด้วย คันนี้เอาอยู่หมด แม้นั่งกันเต็มรถ 6-7 คน อัตราเร่งไม่มีตก อัตราการกินน้ำมัน ก็ดีมาก หากไปเทียบกับรถเบนซินอย่างที่เคยใช้แล้วนั่งกันเต็มรถ แน่นอน ไม่ว่าจะเทียน่าหรือแคมรี่ ลองนั่งกันเต็มรถ 5 คน อัตราเร่งจะเห็นผลทันทีว่าอืดขึ้น แต่สิ่งเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นกับรถดีเซลแน่นอน

สรุป

หลังจากที่ใช้รถคันนี้ มาปีกว่า ห้าหมื่น กม. พอจะบอกได้ว่า เป็นรถที่เหมาะกับครอบครัวที่มี พ่อแม่ลูก หรือจะพ่วงพ่อตาแม่ยายมาด้วยก็ไม่ว่า ผู้โดยสารนั่งกันสบาย สิ่งอำนวยความสะดวกมาให้เกือบครบ กับผู้ขับ ก็ให้ความสนุกสนาน ความมันส์ในการขับขี่ แม้จะแลกกับความเวียนหัวนิดหน่อย แต่คาดว่า คงไม่เกิดกับทุกคน แต่หากคำนึงถึงความสุขของผู้นั่งเป็นหลัก ก็จะมองข้ามข้อนี้แบบผู้เขียนไปได้ เป็นรถที่เหมาะกับทุกสถานการณ์บนท้องถนน จะถนนเรียบ ขึ้นลงเขา วันก่อนไปลุยน้ำท่วมมา อยากบอกว่า ไม่เป็นปัญหากับรถสไตลนี้แต่อย่างใด สุดท้าย การเลือกรถ ก็คงขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของการใช้เป็นสำคัญ ขอให้ผู้อ่านสนุกกับการเลือกใช้รถทุกท่านครับ

 

รีวิว

รถใหม่ล่าสุด