New 2018 MG3 วัดรอยเท้าเจ้าตลาด New 2017 Honda Jazz

Pisan · Jul 20, 2020 06:13 PM

ตลาดรถยนต์นั่งขนาดเล็กที่ใช้เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร กำลังมีความต้องการที่ลดลง หลังจากถูกแทนที่ด้วยตลาดรถยนต์อีโคคาร์ ที่เริ่มมาแรง แถมมีผู้ประกอบการบางรายตีตั๋วเด็กด้วยการนำรถยนต์ระดับบี-เซกเมนต์ ลงไปปรับเครื่องยนต์เพื่อเข้าโครงการอีโคคาร์ก็มี

ในตลาดที่มีอยู่เลยมีผู้เล่นที่มีรถเครืองยนต์ 1.5 ลิตรในมืออยู่ไม่กี่ราย ยิ่งเป็นแบบตัวถังแฮชท์แบ็คยิ่งหากันยากไปใหญ่ แต่มองไปมองมาก็ยังเป็น New 2018 MG3 (2018 เอ็มจี3) ที่ยืนหยัดทำตลาดท้าชนผู้นำตัวจริงอย่าง New 2017 Honda Jazz (2017 ฮอนด้า แจ๊ซ) อยู่

ฮอนด้า แจ๊ซ เครื่องยนต์ 1.5 ลิตรนี้ น่าจะเป็นรุ่นสุดท้ายของตลาด ก่อนการปรับโฉมและตีตั๋วเด็กลงไปเครื่องยนต์ 1.0 ลิตร เทอร์โบ ตามฝาแฝดอย่างฮอนด้า ซิตี้ (Honda City) ทำให้ดูเหมือนว่าจะไม่มีการปรับเปลี่ยนอะไรอีกแล้วในช่วงเวลาที่เหลือ

ขณะที่ผู้มาใหม่อย่างเอ็มจี3 นั้น ทำราคาขายได้หวือหวาน่าคบหาเหลือเกิน จนหลายคนเอาไปเทียบกับอีโคคาร์ที่ได้สมรรถนะน้อยกว่าแต่จ่ายราคาใกล้เคียงกัน โดยที่เอ็มจีก็ไม่ได้สนใจอะไรมาก เพราะจ่ายเท่ากัน ได้รถใหญ่กว่า เครื่องใหญ่กว่า เกียร์ขับสนุกกว่า เพราะปรับมาเรียบร้อยแล้ว

วันนี้เลยขอจับรุ่นท๊อปของทั้งคู่มาปะทะกัน ระหว่าง 2018 เอ็มจี3 รุ่นวี เจ้าของค่าตัว 6.29 แสนบาท และฮอนด้า แจ๊ซ รุ่น อาร์เอสพลัส ที่มาพร้อมค่าตัว 7.54 แสนบาท มาดูว่าค่าตัวที่ห่างกันแสนกว่าบาท จะทำให้คุณหวั่นไหวไปจากแบรนด์ผู้นำอย่างฮอนด้าได้หรือไม่

มิติภายนอกสูสี ดูดีกันไปคนละสไตล์

เพราะเป็นรถยนต์กลุ่มบี-เซกเมนต์เหมือนกัน หากดูจากตารางข้อมูลด้านล่าง จะเห็นว่าขนาดตัวถังนั้นแทบจะไม่มีความแตกต่างกันมากนัก โดยเอ็มจี3 นั้น กว้างกว่าฮอนด้า แจ๊ซอยู่ 34 มิลลิเมตร ยาวกว่า 20 มิลลิเมตร แต่เตี้ยกว่า 9 มิลลิเมตร และมีระยะฐานล้อสั้นกว่า 10 มิลลิเมตร

รูปลักษณ์ของเอ็มจีนั้นดูออกแบนวสปอร์ตกว่านิด ๆ ด้วยตัวถังที่กว้างและยาวกว่า แต่เตี้ยกว่า แถมมีระยะสูงสุดจากพื้นถนนที่เตี้ยกว่ากันถึง 19 มิลลิเมตร ซึ่งส่งผลต่อการก้าวเข้าไปในห้องโดยสารของเอ็มจี ที่ต้องย่อตัวมากกว่าเวลาเจ้าไปในห้องโดยสารของฮอนด้า

เอ็มจี 3 เวอร์ชั่นปรับโฉมมาพร้อมรูปลักษณ์ทรงสปอร์ตเต็มพิกัด กระจังหน้า ระบบไฟออกแบบมาอย่างสวยงาม ปรับล้อเป็น 16 นิ้วเรียบร้อย และแน่นอนว่าจุดขายสำหรับภายนอกก็คือหลังคาซันรูฟเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า ซึ่งไม่มีคู่แข่งรายใดในคลาสให้มา

ฮอนด้า แจ๊ซนั้น มีการปรับปรุงรูปลักษณ์ภายนอกไปเช่นกัน ด้วยการเพิ่มชุดแต่งและอุปกรณ์ใหม่ ๆ ให้กับรุ่นท็อป ไม่ว่ะเป็นระบบไฟแบบแอลอีดี กระจังหน้าสีดำมัน คิ้วโครเมียม สเกิร์ตข้าง สปอยเลอร์หลังมีมาให้ครบครัน พร้อมด้วยล้ออัลลอย 16 นิ้ว

เอาจริง ๆ แล้วเรื่องของรูปลักษณ์ภายนอกนี่แล้วแต่คนชอบเลย หลาย ๆ คนมองว่าเอ็มจี3 นั้นดูเล็กกว่าฮอนด้า แจ๊ซ แต่เอาจริง ๆ ขนาดไม่ได้แตกต่างกันเลย แถมถ้ามองแต่เรื่องหน้าตา วัยรุ่นอย่างเราก็แอบเทใจให้กับรถยนต์สัญชาติอังกฤษไปไม่น้อยเหมือนกัน

ห้องโดยสารแข่งกันที่ของเล่นอำนวยความสะดวก

 ทีมออกแบบของฮอนด้าเลือกใช้โทนสีดำเป็นโทนมาตรฐาน เบาะผ้าแบบสปอร์ตตกแต่งด้วยสีส้ม วัสดุบนแผงคอนโซลหน้าเป็นแบบเปียโนแบล็ก ระบบปรับอากาศอัตโนมัติควบคุมด้วยระบบสัมผัส กุญแจสมาร์ทคีย์พร้อมระบบสตาร์ทเครื่องยนต์ด้วยปุ่มกด 

เบาะนั่งด้านหลังปรับเอนได้และพับได้แบบ 60:40 ในรุ่นท็อปมาพร้อมระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ที่ใช้สวิตช์การควบคุมบนพวงมาลัย พร้อมด้วยแพดเดิชชิฟท์แบบ 7 สปีดที่พวงมาลัย พนักเท้าแขนด้านหน้าพร้อมช่องเก็บแทบเล็ต มีที่วางแก้วน้ำ 7 ตำแหน่ง พร้อมไฟส่องสว่างห้องสัมภาระด้านท้าย

เอ็มจีเลือกใช้การตกแต่งห้องโดยสารโทนสีดำเช่นเดียวกัน แต่เพราะมาทีหลัง ทำให้ทีมออกแบบของพวกเขาเล่นกับดีไซน์ได้เจ๋งกว่า และยังเพิ่มอุปกรณ์อำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิตยุคใหม่อย่างระบบไอ-สมาร์ทที่สั่งงานด้วยภาษาไทยอันลือชื่อมาให้ด้วย

เบาะนั่งหุ้มด้วยผ้าสลับหนังลายตารางดูแปลกตา หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ให้ข้อมูลชัดเจน ระบบปรับอากาศแบบอิเลกทรอนิกส์ สวิตซ์ควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัย หน้าจอเครื่องเสียงระบบสัมผัสขนาด 8 นิ้ว และมาพร้อมระบบแผนที่นำทางที่ใช้งานยากนิดหน่อย

เอาจริง ๆ ก็ดูจะเป็นการเปรียบเทียบที่ดูใจร้ายกับรถยนต์ที่มีอายุทำตลาดมายาวนานกว่าไปนิด แต่หากมองเรื่องของความเอนกประสงค์ในการใช้งานอันเป็นจุดหมายแรกในการออกแบบรถกลุ่มนี้ ขอบอกว่าระยะสูงของตัวรถแจ๊สนั้น ใช้งานได้ง่ายกว่าเหมือนกันนะ

เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร แตกต่างกันที่ระบบส่งกำลัง

ในช่วงแรกของการเปิดตัว MG3 ทีมงานของเอ็มจีโดนด่าหนักมากในเรื่องของการใช้เกียร์เซเลมาติกกับรถขนาดเล็ก และเมื่อปรับโฉมได้ พวกเขาก็ทำการเปลี่ยนเกียร์อัตโนมัติแบบ 4 สปีดมาประจำการแทน และมีการปรับเปลี่ยนรายละเอียดเพื่อให้เครื่องยนต์มีสมรรถนะสูงขึ้น

เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 1,498 ซีซี. ให้กำลังสูงสุด 112 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที พร้อมด้วยแรงบิดสูงสุด 150 นิวตันเมตรที่ 4,500 รอบต่อนาที ส่งกำลังลงสู่ล้อคู่หน้า โดยสามารถใช้พลังงานทดแทนอย่างแก๊สโซฮอล์ 85 ได้อย่างสบาย

ฟาก Honda Jazz เลือกใช้เครื่องยนต์ไอ-วีเทค ซิงเกิลโอเวอร์เฮดแคมชาฟท์ 4 สูบ 16 วาล์ว ขนาด 1,497 ซีซี. ที่มาพร้อมหัวฉีดมัลติพอยท์ PGM-Fi เพื่อความแม่นยำในการฉีดจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงในทุกสภาพการขับขี่ เพื่อเน้นการตอบสนองที่ดีที่สุดสำหรับการขับขี่ในทุกย่านความเร็ว

เครื่องยนต์รุ่นนี้ได้รับการพัฒนาให้รองรับเชื้อเพลิงสูงสุดถึงอี85 การทำงานจับคู่กับเกียร์อัตโนมัติแบบซีวีที ให้กำลังสูงสุด 117 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที พร้อมแรงบิดสูงสุด 146 นิวตันเมตรที่ 4,700 รอบต่อนาที ส่งกำลังผ่านล้อหน้าลงสู่ท้องถนน

เมื่อเครื่องยนต์แตกต่างกันไม่มากในเชิงเทคนิค ระบบส่งกำลังเลยกลายเป็นตัวตัดสิน และดูเหมือนว่าจะทำให้เอ็มจีขับสนุกจี๊ดจ๊าดกว่าเล็กน้อย แม้ว่าในตอนจบคุณจะแอบบ่นอยู่ในใจว่า ทำไมให้มาแค่ 4 เกียร์ ยังสับไม่มันเลยเกียร์หมดเสียแล้ว แต่มันก็ดีกว่าเกียร์ซีวีทีพันธุ์แท้อยู่นะ

ตารางเปรียบเทียบทางเทคนิค New 2018 MG3 V 4AT และ New 2017 Honda Jazz RS+

ตารางเปรียบเทียบทางเทคนิค New 2018 MG3 V 4AT และ New 2017 Honda Jazz RS+
  New 2018 MG3 V 4AT New 2017 Honda Jazz RS+
ราคาจำหน่าย (แสนบาท) 6.29 7.54
มิติตัวถังกว้าง (มิลลิเมตร) 1,729 1,695
มิติตัวถังยาว (มิลลิเมตร) 4,055 4,035
มิติตัวถังสูง (มิลลิเมตร) 1, 516 1,525
ระยะฐานล้อ (มิลลิเมตร) 2,520 2,530
ความสูงใต้ท้องรถ (มิลลิเมตร) 116 135
เครื่องยนต์ 15S4C SOHC i-VTEC
ปริมาตรกระบอกสูบ (ซีซี.) 1,498 1,497
กำลังสูงสุด (แรงม้า/รอบต่อนาที) 112/6,000 117/6,000
แรงบิดสูงสุด (นิวตันเมตร/รอบต่อนาที) 150/4,500 146/4,700
ระบบส่งกำลัง อัตโนมัติ 4 จังหวะ อัตโนมัติซีวีที
ระบบขับเคลื่อน อัตโนมัติ 4 จังหวะ อัตโนมัติซีวีที
ระบบขับเคลื่อน ขับเคลื่อนล้อหน้า ขับเคลื่อนล้อหน้า
ระบบบังคับเลี้ยว พาวเวอร์แบบไฮดรอลิก แร็คแอนด์พีเนียน อีพีเอส
ช่วงล่างด้านหน้า แมคเฟอร์สัน สตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง อิสระ แมคเฟอร์สัน สตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง
ช่วงล่างด้านหลัง ทอร์ชั่นบีม ทอร์ชั่นบีม เอช-เชพ
ระบบเบรกด้านหน้า ดิสก์เบรก ดิสก์เบรก พร้อมช่องระบายความร้อน
ระบบเบรกด้านหลัง ดรัมเบรก ดรัมเบรก
ขนาดล้ออัลลอย (นิ้ว) 16 16
ความจุถังน้ำมัน (ลิตร) 45 40
รองรับเชื้อเพลิงสูงสุด แก๊สโซฮอล์ อี85 แก๊สโซฮอล์ อี85

ระบบความปลอดภัยไม่กั๊กกันเลย

ฮอนด้า แจ๊ซมาพร้อมกับอุปกรณ์และระบบป้องกันภัยอย่างเต็มที่ ถุงลมคู่หน้า และเพิ่มเติมถุงลมด้านข้างและม่านถุงลมด้านข้าง เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบ 3 จุด และระบบดึงกลับอัตโนมัติ เข็มขัดนิรภัยด้านหลังแบบ 3 จุด 3 ตำแหน่ง ให้มาครบคน ครบที่นั่ง

ระบบช่วยเหลือด้านการขับขี่ติดตั้งมาให้อย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นระบบป้องกันล้อล็อก ระบบกระจายแรงเบรก ระบบช่วยควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง ระบบช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน และระบบสัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติเมื่อเบรกกระทันหัน

ขณะที่เอ็มจี3 มาพร้อมถุงลมนิรภัยคู่หน้า 2 ตำแหน่ง น้อยกว่าอย่างเห็นได้ชัด แต่จัดเต็มระบบอื่น ๆ มา ไม่ว่าจะเป็นระบบเบรกป้องกันล้อล็อค ระบบกระจายแรงเบรก ระบบเสริมแรงเบรก ระบบควบคุมการเบรกในขณะเข้าโค้ง และระบบควบคุมการทรงตัว

นอกจากนี้ยังมีระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและลื่นไถล ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน ระบบป้องกันการลื่นไถลเมื่อเกียร์ลดต่ำฉับพลัน ระบบล็อคประตูอัตโนมัติ ไฟส่องนำทางหลังดับเครื่องยนต์ กล้องมองภาพและสัญญานกะระยะเพื่อช่วยในการถอยจอด

ด้านระบบความปลอดภัย ฮอนด้า แจ๊ซ รุ่นท็อปนั้นเหนือกว่าด้วบระบบป้องกันหลังเกิดเหตุ ขณะที่ระบบอื่น ๆ นั้นถือว่าไม่ได้มีอะไรแตกต่างกันมาก ด้วยอุปกรณ์และระบบที่เป็นมาตรฐานของรถยนต์ระดับนี้ไปแล้ว แถมบรรดารถรุ่นใหม่ ๆ ก็มีมากกว่านี้มากมายอีกด้วย

ค่าตัวห่างกัน 1.25 แสนบาท

ตัดรถยนต์ในโครงการอีโคคาร์ที่มีค่าตัวกันตั้งแต่ประมาณ 5-8 แสนบาทออกเสียก่อน และมาโฟกัสกันที่สองรุ่นนี้ ที่มีค่าตัวห่างกัน 1.25 แสนบาทเท่านั้น ถามว่าอะไรที่แตกต่างกันชัด ๆ ก็คงจะเป็นถุงลมนิรภัยที่เพิ่มมา 4 ลูก และภาพลักษณ์ตราสินค้าอันสูงส่งของฮอนด้านั่นแหละที่เหนือชั้นกว่า

ฮอนด้านั้นเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์นั่งมาโดยตลอด แม้ระยะหลัง ๆ จะเอาเวลาไปฟาดฟันในตลาดหลักอย่างซี-เซกเมนต์มากหน่อย แต่ในตลาดแฮชท์แบ็คนี้ พวกเขาเป็นยืนหนึ่งมาอย่างยาวนาน และก็น่าจะเตรียมปูพรมต่อด้วยรถรุ่นใหม่ในอนาคตอันไม่ไกลนี้

ขณะที่เอ็มจีพยายามอย่างมากในการเจาะกลุ่มลูกค้าใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นที่พ่อแม่อาจจะยังมีกำลังซื้อไม่สูง การได้รถที่มีความเอนกประสงค์ ใช้งานในเมืองได้สนุกสนาน และมีความปลอดภัยในระดับที่ยอมรับได้ น่าจะเป็นทางออกที่ลงตัวของพวกเขา

ท้ายสุดคนที่ตัดสินใจซื้อก็คือคุณ จะเลือกความคุ้มค่าแบบสุด ๆ หรือจะไปที่ความน่าเชื่อถือแบบเดิม ๆ ก็ตัดสินใจได้เลย

รีวิว

รถใหม่ล่าสุด