นับถอยหลังเปิดตัว 2021 Honda City เก็บเงินรอรุ่นไฮบริดหรือยึดติดกับเทอร์โบ?

May · Nov 19, 2020 05:18 AM

2021 Honda City e:HEV (ฮอนด้า ซิตี้) เวอร์ชั่นไฮบริดเตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการสู่ตลาดเมืองไทยในวันอังคารที่ 24 พฤศจิกายนนี้ คำถามคือลูกค้าควรเลือกรุ่นไฮบริดใหม่หรือหันไปจับจองตัวเทอร์โบ?  

นับตั้งแต่เปิดตัวเจนเนอเรชั่นใหม่เมื่อปลายปีที่แล้ว Honda City ทำยอดขายได้อย่างถล่มทลาย นำโด่งในตลาดรถอีโคคาร์-บีเซกเมนท์ชนิดที่คู่แข่งที่เปิดตัวไล่เลี่ยกันอย่าง 2020 Nissan Almera (นิสสัน อัลเมร่า) ทำได้เพียงไล่มาห่าง ๆ สาเหตุส่วนหนึ่งเพราะรูปลักษณ์ที่ถูกใจมหาชนและเครื่องยนต์ 1.0 ลิตร เทอร์โบชาร์จที่เป็นการสร้างปรากฎการณ์ใหม่ในเซกเมนท์นี้

ล่าสุด Honda กำลังเตรียมเปิดตัว City e:HEV รุ่นไฮบริด และยังจะซ้ำดาบสองด้วย City Hatchback (ฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบ็ก) ซึ่งต้องติดตามในวันเปิดตัวอีกครั้งว่าตัวแฮทช์แบ็กจะมีเวอร์ชั่นไฮบริดพ่วงมาด้วยหรือไม่ แต่วันนี้ เราขอนำโฉมซีดานมาเทียบสเปกให้ชมกันชัด ๆ ว่า ระหว่างตัวเทอร์โบที่ได้เสียงตอบรับอย่างท่วมท้นจะถูกเวอร์ชั่นไฮบริดบดบังรัศมีหรือไม่

 

เทียบสเปก Honda City เทอร์โบ VS ไฮบริด

2021 Honda City e:HEV เวอร์ชั่นไฮบริดจะมาพร้อมเทคโนโลยี i-MMD ประกอบด้วยเครื่องยนต์เบนซิน Atkinson-cycle DOHC i-VTEC บล็อก 4 สูบ ขนาด 1.5 ลิตร ไม่มีระบบอัดอากาศ รีดพละกำลัง 98 แรงม้าที่ 5,600 – 6,400 รอบต่อนาที แรงบิด 127 นิวตันเมตรที่ 4,500 – 5,000 รอบต่อนาที

เครื่องยนต์ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว โดยตัวแรกทำหน้าที่ชาร์จไฟฟ้า ตัวที่สองขับเคลื่อนล้อด้วยพละกำลังสูงสุด 108 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 253 นิวตันเมตร ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ e-CVT ขับเคลื่อนล้อหน้า

i-MMD หรือ Multi-Mode Drive มีทั้งหมด 3 โหมดการขับขี่ เมื่อสตาร์ทหรือขับขี่ด้วยความเร็วต่ำในเมือง ตัวรถจะอยู่ในโหมด EV Drive ใช้แต่พลังงานไฟฟ้าจึงทำงานอย่างเงียบเชียบ ขณะเร่งเต็มกำลังตัวรถจะเข้าสู่โหมด Hybrid Drive มอเตอร์ไฟฟ้าและเครื่องยนต์ทำงานร่วมกัน ส่วนโหมด Engine Drive เครื่องยนต์จะทำงานเต็มรูปแบบโดยเฉพาะเมื่อขับขี่ทางไกลด้วยความเร็วสูงต่อเนื่องเป็นเวลานาน

อัตราเร่งของ City e:HEV ออกตัวจาก 0-100 กม.ต่อชม. ได้ภายใน 9.9 วินาที ความเร็วสูงสุด 173 กม.ต่อชม. อัตราบริโภคน้ำมันอยู่ที่ 26.5 กม.ต่อลิตร

มาดูกันที่ City รุ่นเทอร์โบที่จำหน่ายในบ้านเรากันบ้าง มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบ ขนาด 1.0 ลิตร พ่วงระบบอัดอากาศเทอร์โบชาร์จ พละกำลังสูงสุด 122 แรงม้าที่ 5,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 173 นิวตันเมตรที่ 2,000 – 4,500 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT ขับเคลื่อนล้อหน้า

สมรรถนะของ City เร่งจาก 0-100 กม.ต่อชม. ภายในเวลาประมาณ 10.0 + วินาที ความเร็วสูงสุดทำได้ราว 190 กม.ต่อชม. อัตราประหยัดน้ำมันอยู่ที่ 23.8 กม.ต่อลิตร  

 
  Honda City e:HEV Honda City Turbo
เครื่องยนต์ เบนซิน 4 สูบ และมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว เบนซิน 3 สูบ เทอร์โบชาร์จ
ขนาดความจุ 1.5 ลิตร 1.0 ลิตร
พละกำลัง

เครื่องยนต์ 98 แรงม้า

มอเตอร์ไฟฟ้า 108 แรงม้า

122 แรงม้า
แรงบิด

เครื่องยนต์ 127 นิวตันเมตร

มอเตอร์ไฟฟ้า 253 นิวตันเมตร

173 นิวตันเมตร
ระบบส่งกำลัง เกียร์อัตโนมัติ e-CVT เกียร์อัตโนมัติ CVT
อัตราเร่ง 0-100 กม.ต่อชม. 9.9 วินาที 10.00 + วินาที
ความเร็วสูงสุด 173 กม.ต่อชม. 190 กม.ต่อชม.
อัตราบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิง 26.5 กม.ต่อลิตร 23.8 กม.ต่อลิตร
จุดแข็ง
  • อัตราเร่งดีกว่าและประหยัดน้ำมันมากกว่า
  • มีแนวโน้มว่าระบบความปลอดภัยจะมากกว่าตัวเทอร์โบ
  • อาจมีอุปกรณ์เพิ่มเติม เช่น แอร์หลัง
  • ราคาย่อมเยากว่า
  • มีหลายรุ่นย่อยให้เลือกสรร
จุดอ่อน
  • ราคาจะสูงกว่าตัวท็อป RS รุ่นเทอร์โบซึ่งอยู่ที่ 7.39 แสนบาท
  • อัตราเร่งด้อยกว่าและกินน้ำมันมากกว่า

สรุป

สำหรับข้อมูลทางเทคนิคอย่างเป็นทางการต้องรอรับชมวันเปิดตัวอีกครั้งในสัปดาห์หน้า สิ่งที่น่าจับตามองก็คือราคาจำหน่ายของ City e:HEV รุ่นไฮบริดว่าจะดึงดูดลูกค้าได้มากเพียงใดและให้ความคุ้มค่าแค่ไหนเมื่อดูจากคุณสมบัติตัวรถที่ถือเป็นรุ่นท็อปไลน์

 

รีวิว

รถใหม่ล่าสุด