เทียบเอสยูวี-ซีตัวท็อป Mitsubishi Outlander PHEV – Mazda CX-5 – Honda CR-V กว่า 1.7 ล้านบาท คันไหนมีอะไรดี?

Boris · Dec 04, 2020 05:40 PM

หลังจากที่ 2020 Mitsubishi Outlander PHEV (มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี) ได้ถูกเปิดตัวในงานมหกรรมยานยนต์ Motor Expo 2020 ทีมงานได้ทำการไปทดลองขับอย่างสั้น ๆ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ด้วยราคาเปิดตัว อยู่ที่ 1.649 ล้านบาทสำหรับรุ่น GT และ 1.749 ล้านสำหรับรุ่นท็อป GT-Premium ก็ทำให้เกิดคำถามขึ้นมาว่า Mitsubishi Outlander PHEV นั้น เป็นคู่แข่งทางการตลาดกับใคร

เมื่อเราพิจารณาในด้านของราคา มิติขนาดตัวรถ และลักษณะตัวรถแล้ว ก็จะพบว่า Mitsubishi Outlander PHEV GT-Premium ควรจะถูกเปรียบเทียบกับคู่แข่งรถ Crossover จากญี่ปุ่น 2 รุ่น คือ Mazda CX-5 XDL (มาสด้า ซีเอ็กซ์-5 เอ็กซ์ดีแอล) และ Honda CR-V EL DT (ฮอนด้า ซีอาร์-วี อีแอล ดีที) ทั้งหมดมีราคาป้วนเปี้ยนอยู่แถว 1.7 ล้านบาทกลาง ๆ เป็นรถระดับ C-Segment ไม่ใหญ่และไม่เล็กเกินไป และเป็นรถที่ชูโรงจุดเด่นในด้านประสิทธิภาพความประหยัดน้ำมันจากพลังงานทางเลือกเป็นเรื่องหลัก

ถึงกระนั้น รถทั้งสามรุ่นก็มีข้อเด่น ข้อด้อย ลักษณะเฉพาะตัวที่ไม่เหมือนกันเลยแม้แต่นิดเดียว และแม้ว่าเราอาจจะหาคำตอบไม่ได้ว่ารุ่นไหนเป็นรถที่ลงตัวที่สุด ดีที่สุด แต่เราเชื่อว่าเราจะสามารถหารถที่เหมาะสมสำหรับความต้องการของได้อย่างแน่นอน

เราจะแบ่งประเด็นที่จะเปรียบเทียบหลัก ๆ 8 ด้าน เริ่มต้นจาก...

รูปลักษณ์ภายนอก

ในประเด็นของรูปลักษณ์ภายนอก รถ C-Segment Crossover ทั้งสามรุ่นมีความโดดเด่นเป็นตัวของตัวเองอย่างชัดเจน และแน่นอนว่าคนแต่ละคนก็อาจจะชอบไม่เหมือนกัน

เรียบหรู คลาสสิค เพราะอายุเยอะจริง

Mitsubishi Outlander PHEV ใหม่นี้ แม้ว่าจะเพิ่งเปิดตัวไปในงาน Motor Expo แต่ก็ค่อนข้างชัดเจนอยู่แล้วว่าเป็นตัวถังของรถที่เปิดตัวครั้งแรกในปี 2013 ถึงกระนั้น Mitsubishi Outlander ก็ยังดูร่วมสมัยจากการปรับโฉมมาเป็นครั้งที่ 3 ในตลาดโลก และสำหรับผู้คนที่ไม่ได้เห็นมาเป็นประจำแต่ก่อน ก็ยังดูสดใหม่แปลกตาอยู่

ล้ออัลลอยขอบ 18 นิ้ว

กระจังหน้าแบบ Dynamic Shield เป็นหนึ่งใน Design Language ที่ได้ผลเป็นอย่างมาก ดูดุดันแต่ก็สามารถหรูหรา โดยที่ไม่รู้สึกว่ารกหรือเลอะเทอะ ล้อแม็กขอบ 18 ลายซี่ สวมยางขนาด 225/55R18 ในรุ่น GT-Premium มีไฟหน้า LED Twin Projector ไฟตัดหมอก LED และไฟท้ายแบบ LED เช่นกัน ทว่า เมื่อเราลองพิจารณาดูถึงเส้นสายของส่วนตัวถัง เราก็จะพบว่าความหรูเรียบ สบายตานี้ มีสาเหตุมาจากตัวถังซึ่งเป็นดีไซน์ของเมื่อ 7 ปีที่แล้วนั่นเอง และมีสีให้เลือกเพียงแค่ 3 สี ขาว เงิน และดำ

Kodo Design ยังคงโดดเด่นในวันนี้

ในทางกลับกัน Mazda CX-5 มีดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยว สปอร์ตไปเลย ดีไซน์ซึ่งเปิดตัวในปี 2018 บนแนวคิด Kodo: Soul of Emotion มีความซับซ้อนของเส้นสายข้างตัวรถมากกว่า Outlander อย่างชัดเจน

ไฟท้าย LED เด่นชัดในเวลากลางคืน

ไฟหน้าของ Mazda CX-5 เป็นแบบ Projector LED ไฟตัดหมอก ไฟท้าย และไฟ Daytime Running Light ทั้งหมดเป็นแบบ LED เช่นกัน ล้อแม็กของรุ่น XDL ที่ใช้มีขนาด 19 นิ้ว สวมยางขนาด 225/55 R19 ทั้งหมดมาพร้อมกับสีให้เลือก 6 สี หลากหลาย ซึ่งแน่นอนว่าสีเด่นน่าสนใจก็คือสี Soul Red Crystal ซึ่งแม้แต่ในตอนนี้การซ่อมเมื่อเกิดอุบัติเหตุก็ยังดูเป็นเรื่องน่ากังวลใจ แต่ก็มาด้วยความโดดเด่นเป็นสีรถที่ดีที่สุดสีหนึ่งในตอนนี้

ดีไซน์ขวัญใจคนหมู่มาก

Honda CR-V มีดีไซน์ภายนอกที่ใหม่เช่นกัน เปิดตัวในปี 2017 แต่ในขณะที่ Mitsubishi Outlander เน้นไปที่ความหรูหรา Mazda CX-5 เน้นไปที่ความสปอร์ต Honda CR-V เน้นไปที่ความเป็นมิตรต่อผู้คน แม้จะออกแบบมาไม่หวือหวา แต่สามารถรองรับความต้องการของผู้คนได้ทุกคน ตามสไตล์ของ Honda ที่ไม่ว่าจะทำอะไรก็จะดูดีแต่กลาง ๆ ไปเสียหมด

หน้าตาเป็นมิตร ใครเห็นก็คุ้นเคย

ไฟหน้า ไฟท้ายเป็นแบบ LED เหมือนกับรุ่นอื่น ๆ ล้อใช้ขนาด 18 นิ้ว ยางขนาด 235/60R18 สีมีให้เลือก 5 สีด้วยกัน ซึ่งก็เป็นสีที่นิยมกันเช่น ขาว เงิน เทา น้ำเงิน ดำ ไม่ว่าจะเลือกสีใดก็ตาม Honda CR-V ก็จะเป็นรถที่ดูเข้าถึงได้ง่าย ไม่โดดเด่นแต่ก็น่าดูชม เห็นแล้วไม่บาดตานัก

โดยสรุปแล้ว CX-5 กับ CR-V มีดีไซน์ที่จะตอบโจทย์คนที่ชอบรถในแบบต่างกัน และทันสมัยใหม่ใกล้เคียงกัน แต่เราต้องให้ Outlander อยู่ลำดับต่ำกว่าเล็กน้อย เนื่องจากมีความชัดเจนว่าเป็นดีไซน์ที่เก่ากว่าอย่างชัดเจน

 มิติตัวถัง 

 

2020 Mitsubishi Outlander PHEV GT-Premium 

2020 Mazda CX-5 XDL

2020 Honda CR-V EL DT 

ความยาว (มม.)

4,695

4,550

4,571

ความกว้าง (มม.)

1,800

1,840

1,855

ความสูง (มม.)

1,710

1,680

1,689

ระยะฐานล้อ (มม.)

2,670

2,700

2,662

ระยะความสูงจากพื้น (มม.)

190

193

208

อันดับ 1 CX-5

อันดับ 1 CR-V

อันดับ 2 Outlander

ความอเนกประสงค์ คุณภาพภายใน

เช่นเดียวกับรูปลักษณ์ภายนอก ดีไซน์ของภายในรถทั้งสามรุ่นก็มีความโดดเด่นเป็นตัวของตัวเอง

ภายในก็เรียบง่าย สบายตา

Mitsubishi Outlander มีการใช้วัสดุตกแต่ง เบาะหนังลายข้าวหลามตัด แผงวัสดุลายคาร์บอนไฟเบอร์ ผสมกับ Piano Black ดีไซน์ของแผงหน้าปัดให้ความรู้สึกเรียบง่าย และนี่เองก็เป็นอีกหนึ่งประเด็นที่เกิดขึ้นจากพื้นฐานของตัวรถที่แท้จริงอายุ 7 ปีแล้ว อีกทั้งมือเปิดประตูยังเป็นอะไหล่ชิ้นเดียว และมีความรู้สึกเหมือนกับของ Eco Car Mitsubishi Mirage เป๊ะ วัสดุที่เป็นพลาสติกนั้นก็อาจจะดูไม่แพงนัก แต่วัสดุที่จับต้องได้ก็มีคุณภาพที่ไม่แย่เกินไป

เบาะนั่งข้าวหลามตัด ดูแพงหรูหรามาก ๆ

ความอเนกประสงค์ของ Outlander ก็มีทั้งที่ดี และไม่ดี เนื่องด้วยผู้โดยสารตอนหน้านั้นมีความสะดวกสบายพอควร แม้ว่าเบาะนั่งจะมีพนักพิงศีรษะที่อาจจะดันหัวไปบ้าง และพื้นที่เก็บสัมภาระก็มีขนาดกว้างใช้ได้ เบาะหลังสามารถพับลงได้เรียบ (แม้จะต้องใช้ทริคเล็กน้อย) แต่เนื่องด้วยแบตเตอร์รี่ของระบบไฮบริด ทำให้พื้นที่โดยสารตอนหลังนั้นเล็กกว่าที่คาด พื้นที่วางขาอาจจะไม่ได้แย่มาก แต่พื้นที่เหนือศีรษะจะเหลือน้อยกว่าที่ควรจะเป็น

ภายในคุณภาพล้น จนต้องสัมผัสเอง

ในขณะที่ Mazda CX-5 นั้น นับได้ว่ามีการตกแต่งภายในซึ่งโดดเด่นที่สุด และน่ามอง น่าสัมผัสที่สุด ดีไซน์ของภายในสดใหม่ หรูหรา มีระบบ Infotainment ที่ใช้งานได้ง่าย โดยรวมแล้วภายในของ Mazda CX-5 มีคุณภาพที่ใกล้เคียงกับรถราคาแพงกว่ากันเป็นอย่างมาก การเอาใจใส่ในรายละเอียดถือว่าเป็นจุดเด่นของภายใน Mazda CX-5 เลยทีเดียว

ถึงจะบอกว่าแคบ แต่จริง ๆ ไม่ได้แคบขนาดนั้นนะครับ

ถึงกระนั้น Mazda CX-5 ก็มีข้อเสียเด่นชัดอยู่ คือการที่ภายในนั้นมีความอเนกประสงค์น้อยกว่าตัวเลือกอีก 2 ตัว แม้ว่าจะไม่ได้แคบจนการใช้งานทำได้อย่างลำบาก แต่ถ้าหากการบรรทุกผู้คนและสัมภาระจะเป็นสิ่งที่สำคัญในการซื้อ ก็อาจจะไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีนัก ถ้าหากจะใช้เป็นรถครอบครัว เราก็แนะนำให้ครอบครัวของท่านไปสัมผัสก่อนตัดสินใจ

ลายไม้หรูหรา ใช้งานได้ง่าย

Honda CR-V มีดีไซน์ที่เป็นกลาง เช่นเดียวกับภายนอก ดีไซน์นี้มีความใหม่ และวัสดุตามจุดต่าง ๆ ก็ตกแต่งได้อย่างดี มีการใช้ลายไม้ประดับแผงประตูข้าง และหุ้มหนังบนแผงหน้าปัด และเป็นรุ่นเดียวที่ระบบเกียร์ใช้ปุ่มกด ดีไซน์นี้ใช้งานได้ง่าย แต่ก็ไม่ได้หวือหวาเสียจนกลัวจะบาดมือเมื่อจับ

เบาะนั่งของ CR-V นั่งสบายสุด

จุดเด่นที่สำคัญที่สุดของ CR-V คือความอเนกประสงค์ของภายใน ซึ่งกว้างขวางที่สุดอย่างเห็นได้ชัด อีกทั้งการพับเบาะเพื่อเพิ่มที่นั่งผู้โดยสารก็ทำได้สะดวกง่ายดาย และเพิ่มพื้นที่เก็บของให้มากขึ้นไปอีก ถ้าหาก CX-5 เล็กเกินไปสำหรับการใช้เป็นรถครอบครัว CR-V ก็จะเป็นตัวเลือก

โดยสรุปแล้ว CR-V อาจจะเป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับผู้คนจำนวนมากกว่า แต่ CX-5 มีคุณภาพของภายในที่โดดเด่นเสียจนเราต้องตั้งคำถามว่า จะซื้อรถหรูจากแบรนด์ยุโรปไปทำไม? ซึ่งในเมื่อทั้งหมดมีราคาที่เท่ากัน ก็นับได้ว่า CX-5 ทำได้ดีกว่าอย่างชัดเจน ในขณะที่ Outlander แม้จะไม่ได้แย่เสียจนรับไม่ได้ แต่ความเก่าของพื้นฐานก็เป็นสิ่งที่ทำให้ Outlander ดูบกพร่องไปอีกเช่นกัน

อันดับ 1 CX-5

อันดับ 2 CR-V

อันดับ 3 Outlander

อุปกรณ์ติดรถ

อุปกรณ์เพื่อความสะดวกสบาย

Mitsubishi Outlander PHEV GT-Premium

  • ประตูท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า
  • ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว รองรับแอปเปิล คาร์เพลย์/แอนดรอย ออโต้
  • เบาะนั่งด้านคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง พร้อม Lumbar Support
  • เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง พร้อม Lumbar Support
  • ระบบปรับอากาศอัตโนมัติดูอัลโซน พร้อมช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง
  • ช่องสำหรับชาร์จไฟ AC 1500W 2 ช่อง
  • ช่องชาร์จไฟ USB 2 ตำแหน่ง
  • ช่องชาร์จไฟ 12V
  • ระบบเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth พร้อมสั่งการด้วยเสียง
  • กุญแจอัจฉริยะ KOS
  • ลำโพง 6 ตำแหน่ง

Mazda CX-5 XDL

  • ประตูท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า
  • หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่บนกระจกหน้า
  • มาตรวัดความเร็วดิจิทัล พร้อมจอแสดงผล 7 นิ้ว
  • เบาะนั่งด้านคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง พร้อมระบบบันทึกตำแหน่งเบาะ
  • เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง
  • ระบบปรับอากาศอัตโนมัติดูอัลโซน พร้อมช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง
  • ระบบกุญแจรีโมทอัจฉริยะและสตาร์ทเครื่องยนต์อัจฉริยะ
  • ช่อง USB สำหรับชาร์จไฟ 2 ช่อง
  • ช่องจ่ายไฟสำรอง 12V 3 ตำแหน่ง
  • หน้าจอสีระบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว รองรับแอปเปิล คาร์เพลย์/แอนดรอย ออโต้
  • ช่องเชื่อมต่อ USB 2 ช่องและช่อง AUX 2 ช่อง
  • ระบบเชื่อมต่อ Bluetooth และระบบสั่งการด้วยเสียง
  • ระบบเครื่องเสียง Bose ลำโพง 10 ตำแหน่ง

Honda CR-V EL DT

  • ฝากระโปรงท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้าพร้อมระบบแฮนด์ฟรี
  • ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์แบบอัจฉริยะ และระบบควบคุมประตูแบบอัจฉริยะ
  • ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบปรับอุณหภูมิแยกอิสระซ้าย/ขวา
  • ช่องปรับอากาศตอนหลัง และสำหรับผู้โดยสารแถวที่ 3
  • อุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย (Wireless Charger)
  • เบาะนั่งด้านคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง พร้อมปุ่มปรับดันหลัง 4 ทิศทาง และระบบบันทึกตำแหน่งเบาะ
  • เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง
  • ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับแอปเปิล คาร์เพลย์/แอนดรอย ออโต้ พร้อมระบบนำทางเนวิเกเตอร์
  • รองรับระบบสั่งการด้วยเสียง Siri และระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบไร้สาย (Bluetooth)   
  • ช่องเชื่อมต่อ USB จำนวน 4 ตำแหน่ง
  • ระบบเชื่อมต่อ Honda Connect
  • ลำโพง 4 + 4 (ทวิตเตอร์)

อุปกรณ์เพื่อความปลอดภัย

Mitsubishi Outlander PHEV GT-Premium

  • ถุงลมนิรภัย 8 ตำแหน่งประกอบด้วยคู่หน้า ด้านข้าง หัวเข่า และม่านนิรภัย
  • ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (ASC)
  • ระบบช่วงออกตัวทางลาดชัน (HSA)
  • ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High-Beam: AHB)
  • ระบบเตือนการชนด้านหน้าและช่วยชะลอความเร็ว (FCM)
  • ระบบเตือนจุดอับสายตาและระบบเตือนขณะเปลี่ยนเลน (BSW)
  • ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง (RCTA)
  • กล้องมองภาพรอบคัน พร้อมเส้นกะระยะและทิศทางของรถ
  • ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (AHB)

Mazda CX-5 XDL

  • ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่งประกอบด้วยคู่หน้า ด้านข้าง และม่านนิรภัย
  • ระบบแสดงภาพ 360 องศารอบทิศทาง
  • ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (ABSM)
  • ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง (RCTA)
  • ระบบควบคุมความเร็วรถอัตโนมัติ (MRCC)
  • ระบบเตือนการชนด้านหน้าและช่วยเบรกอัตโนมัติ (SBS)
  • ระบบช่วยหยุดรถอัตโนมัติแบบ Advance
  • ระบบช่วยหยุดรถอัตโนมัติขณะถอยหลัง (SCBS-R)
  • ระบบเตือนเมื่อรถเบี่ยงออกนอกเลน (LDWS)
  • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน (LAS)
  • ระบบช่วยเตือนผู้ขับเหนื่อยล้า (DAA)
  • ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (HLA)

Honda CR-V EL DT

  • ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่งประกอบด้วยคู่หน้า ด้านข้าง และม่านนิรภัย
  • ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Honda LaneWatch)   
  • ระบบเตือนการชนรถและคนเดินถนนพร้อมระบบช่วยเบรก (CMBS)      
  • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (LKAS)   
  • ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (RDM with LDW)   
  • ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (AHB)        
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ (ACC with LSF)
  • ระบบช่วยเตือนความเหนื่อยล้าขณะขับขี่ (Driver Attention Monitor) 
  • ระบบช่วยควบคุมการบังคับพวงมาลัย (MA-EPS)        
  • ระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (HSA)     
  • ระบบเพิ่มความคล่องตัวในการขับขี่ (Agile Handling Assist)   
  • ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High-Beam: AHB)
  • กล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมอง 3 ระดับ    

ถ้าหากเราดูกันที่จำนวนของอุปกรณ์มาตรฐานที่รถแต่ละรุ่นให้มานั้น เราก็จะพบว่า การเปรียบเทียบสามารถทำได้ในระดับชิ้นต่อชิ้น เนื่องจากทั้งสามรุ่นมีของเล่นและอุปกรณ์ความปลอดภัยมาให้พอ ๆ กัน แต่ทว่า Mitsubishi Outlander แม้จะให้ของมาในบางจุดครบถ้วนและมากกว่า แต่เทคโนโลยีนั้นกลับล้าสมัยกว่าอีกสองรุ่น เช่นระบบช่วยเบรคนั้นเป็นเพียงการช่วยชะลอความเร็วและไม่ได้หยุดจนถึงนิ่งแบบ CX-5 ส่วน CR-V นั้นต้องยอมรับว่าให้ของมาแบบจัดหนักจัดเต็มจริง ๆ

อันดับ 1 CR-V

อันดับ 2 CX-5

อันดับ 3 Outlander

 

 ประสิทธิภาพของระบบส่งกำลังและระบบขับเคลื่อน

 

2020 Mitsubishi Outlander PHEV GT-Premium 

2020 Mazda CX-5 XDL

2020 Honda CR-V EL DT 

เครื่องยนต์

เบนซิน 4 สูบ + มอเตอร์ไฟฟ้า

ดีเซล 4 สูบ

ดีเซล 4 สูบ

ความจุ

2,360 ซีซี

2,191 ซีซี

1,597 ซีซี

พละกำลัง

เครื่อง 128 แรงม้า

มอเตอร์  หน้า 82 หลัง 95 แรงม้า

190 แรงม้า

160 แรงม้า

แรงบิด

เครื่อง 199 นิวตันเมตร

มอเตอร์ หน้า 137 หลัง 195 นิวตันเมตร

450 นิวตันเมตร

350 นิวตันเมตร

ระบบส่งกำลัง

Reduction Gear

อัตโนมัติ 6 จังหวะ

อัตโนมัติ 9 จังหวะ

 

ประเด็นเรื่องระบบส่งกำลังนี่ เป็นประเด็นที่น่าสนใจที่สุด เนื่องจากทั้ง 3 รุ่นที่เรานำมาเปรียบเทียบกันนี้ ล้วนแล้วแต่ตั้งอยู่บนความต้องการที่จะประหยัดน้ำมัน จึงมีการอัดเทคโนโลยีมาเต็มที่

ตัวชูโรง Outlander เครื่องยนต์ 2.4 ลิตรพ่วงระบบ Hybrid Plug-in

Mitsubishi Outlander เป็นรถที่โดดเด่นที่สุดในด้านนี้ เนื่องจากเป็น PHEV และความแปลกอย่างหนึ่งคือ นี่เป็นระบบที่ใช้มาตั้งแต่ปี 2013 แต่กลับล้ำสมัยเหนือหน้าคู่แข่งอย่างเห็นได้ชัดเจน เครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.4 ลิตรนั้นไม่มีอะไรโดดเด่น แต่เมื่อมันถูกเชื่อมต่อกับ Generator Unit เพื่อปั่นไฟใช้กับมอเตอร์ไฟฟ้า ผ่านระบบเกียร์ Reduction Ratio ซึ่งทำให้ความรู้สึกเหมือนกับรถเป็น Direct Drive การควบคุมอยู่ที่มอเตอร์ไฟฟ้าทั้งหมด ทั้งหมดนี้ทำให้อัตราเร่งอยู่ในระดับที่แรง และอัตราสิ้นเปลืองก็อยู่ในระดับที่ดีเยี่ยม โดยเฉพาะเมื่อใช้กับระบบ Plug-in

คันเกียร์ดูไฮเทคสมกับเครื่อง

เครื่องยนต์ของ Mazda CX-5 ขนาด 2.2 ลิตร Skyactiv-D

Mazda CX-5 มีเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.2 ลิตร แบบ Skyactiv-D เป็นเครื่องดีเซลที่มีน้ำหนักเบาเป็นพิเศษ ประกบคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ ซึ่งก็มีประสิทธิภาพที่ดี แรง และปรับแต่งต่อได้ง่าย แต่ระบบเกียร์ซึ่งมีความนุ่มนวลและตอบสนองได้ดี ก็กลับรู้สึกเก่าไปแล้วเมื่อเทียบกับอีกสองตัวเลือก

คันเกียร์และระบบควบคุมที่คุ้นเคยใน Mazda CX-5

เครื่องยนต์ 1.6 ลิตร i-DTEC

Honda CR-V ใช้เครื่องยนต์ดีเซลขนาด 1.6 ลิตร และเป็นเครื่องที่ใหม่ที่สุดในทั้งสามคันนี้ เกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ ซึ่งทำให้แม้ตัวเลขแรงม้าจะมีน้อยกว่าเพื่อน แต่ก็ทำอัตราเร่งได้ในระดับที่ไม่แย่เลยทีเดียว อีกทั้งยังมีอัตราสิ้นเปลืองในระดับที่ดี อย่าให้ตัวเลขขนาดเครื่องหลอกว่า CR-V นั้นจะแรงไม่พอนะครับ

โดยสรุปแล้ว แม้ว่าจะเป็นเครื่องที่เก่าที่สุด แต่ Outlander ก็ยังคงโดดเด่นเหนือคู่แข่งในตอนนี้ และบางครั้งความเก่าก็อาจจะสร้างความเชื่อมั่นในด้านของกลไกได้มากกว่ารถที่มีจำหน่ายมานานกว่า อย่าง CX-5 นะครับ ส่วน CR-V ก็ยังคงมีความน่าสนใจ แต่เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่า ดีเซล ยังจะเป็นเชื้อเพลิงที่มีอนาคต? ระบบ Hybrid ของ Outlander ช่วยมาสร้างคำถามนี้ได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว

อันดับ 1 Outlander

อันดับ 2 CR-V

อันดับ 3 CX-5

 

การขับขี่

รถทั้งสามรุ่นใช้ระบบช่วงล่างด้านหน้าแบบ MacPherson Strut พร้อมเหล็กกันโคลง และหลังแบบ Multi-link ระบบเบรก เป็นแบบ ดิสหน้าพร้อมครีบระบาย ในขณะที่ด้านหลังก็เป็นแบบดิสธรรมดาเหมือนกันทั้งสามรุ่น แต่แน่นอนครับว่า การดูเพียงเท่านี้ไม่สามารถตอบอะไรได้เลย

เห็นหน้าตาเรียบง่าย แต่ขับดีกว่าที่คาด

Mitsubishi Outlander มีการปรับแต่งช่วงล่างมาให้ดี เฟิร์ม แน่น และพวงมาลัยคมกว่าที่คาดเอาไว้ แต่ประเด็นหลักที่ทำให้ Outlander น่าสนใจ คือการปรับการถ่ายทอดกำลังผ่านมอเตอร์ไฟฟ้า ซึ่งสามารถควบคุมได้ดีกว่าระบบ Differential ของเครื่องยนต์สันดาปไม่ว่าจะปรับแต่งดีแค่ไหนก็ตาม รวมไปถึงการติดตั้งแบตเตอร์รี่อยู่บนพื้นรถ ทำจุดศูนย์ถ่วงต่ำกว่าเพื่อน แต่กระนั้น แพลตฟอร์มของตัวรถจริง ๆ ก็ถูกสร้างขึ้นมาเมื่อเกือบ 10 ปีที่แล้ว และข้อจำกัดทางด้านการออกแบบช่วงล่าง แม้จะไม่ชัดเจนนักเพราะถูกระบบอื่น ๆ ช่วยเอาไว้

กาบตัวถังสีดำ แต่การขับขี่ก็โดดเด่นสุดบนท้องถนน

Mazda CX-5 เป็นรถที่ขึ้นชื่อในเรื่องการขับขี่ พื้นฐาน Skyactiv และหลักการของ Mazda ที่จะทำให้รถทุกคันเป็นรถที่ผู้คนอยากขับ ผลลัพธ์คือรถ Crossover ที่ขับขี่ได้จนอาจลืมไปเลยว่าเป็นรถยกสูง มาพร้อมระบบ G-Vectoring Control ซึ่งช่วยให้การทรงตัวนั้นทำได้ดีมาก แม้ว่าเทคโนโลยีจะไม่ไปไกลสุดเท่า Outlander แต่จากการออกแบบวิศวกรรมในแบบดั้งเดิมก็ทำให้ CX-5 เป็นรถที่ขับดีที่สุดในการเปรียบเทียบครั้งนี้ มีสิ่งเดียวที่ต้องระวังเอาไว้คือ มันอาจจะแข็งเกินไปสำหรับผู้หลักผู้ใหญ่ ถ้าหากจำเป็นที่จะต้องให้ท่านโดยสาร ก็ควรไปทดลองจริงก่อนครับ

'นู่มมมม' คือนิยามของ Honda CR-V

Honda CR-V เป็นตัวเลือกที่จะเกิดขึ้นต่อมาในทันทีถ้าหาก CX-5 แข็งเกินไป เพราะช่วงล่างนั้นมีความนิ่มนวลมาก ทำมาเพื่อให้นั่งสบายอย่างแท้จริง แต่นั่นแลกมาด้วยการขับขี่ที่ต้องทำแบบสบาย ๆ ไม่ต้องรีบร้อนไปไหน เดินทางไกลอาจจะเรียกได้ว่าย้วยเลยด้วยซ้ำ แต่แน่นอนครับว่าเดินทางในตัวเมืองที่สภาพถนนแย่นั้น Honda CR-V ทำได้ดีกว่าเพื่อน ซึ่งนั่นก็จะตอบโจทย์ให้กับกลุ่มคนที่ไม่ได้ชื่นชอบการขับขี่รถได้เป็นอย่างดี

อันดับ 1 CX-5

อันดับ 2 Outlander

อันดับ 3 CR-V

 

  ราคาจำหน่าย

 

Mitsubishi Outlander

Mazda CX-5

Honda CR-V

ราคา

1,749,000 บาท

1,790,000 บาท

1,759,000 บาท

 

ทางเราไม่อยากจะด่วนสรุปว่ารถคันไหนมีความคุ้มค่ามากที่สุดเพียงรุ่นเดียว เนื่องจากทั้งสามมีความโดดเด่นอยู่ในด้านของตัวเองอย่างชัดเจน และไม่มีรถรุ่นใดที่เมื่อเปรียบเทียบแล้วความคุ้มค่าคุ้มราคาโดดออกมาจากใครเพื่อน ทั้งสามนั้นสามารถตอบโจทย์รถ C-Segment Crossover ได้ เพียงแต่คุณต้องถามตัวเองเท่านั้นครับว่าอยากได้อะไรจากรถสักคันหนึ่ง

 

ความน่าเชื่อถือ

การซื้อรถราคาเกิน 1.7 ล้าน ก็คงไม่อยากมีใครให้เกิดปัญหาขึ้น ความน่าเชื่อถือจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ควรจะพูดถึงกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อรถทั้ง 3 รุ่นนั้นถูกพิสูจน์บนท้องถนนจริงมาเป็นระยะเวลาที่นานพอแล้ว

Mitsubishi Outlander PHEV แม้ว่าจะเพิ่งเปิดตัว แต่อย่างที่เราได้ย้ำไปแล้วว่า จริง ๆ มันเป็นรถที่เปิดตัวในตลาดโลกครั้งแรกเมื่อปี 2013 และจากการค้นคว้าในเว็บไซต์ต่างประเทศ ก็พบว่า เป็นรถที่มีปัญหาค่อนข้างจะน้อย ทุกอย่างถูกแก้ไขไปหลังจากเปิดตัวช่วงแรก ๆ ไม่นาน อีกทั้งในด้านศูนย์บริการของ Mitsubishi ในประเทศไทย ก็มีค่อนข้างแพร่หลาย หาได้ง่าย และมีคุณภาพที่ใช้ได้

Mazda CX-5 เป็นเหมือนกับขั้วตรงข้าม เนื่องจากแม้ว่าจะมีการเปิดตัวใช้เครื่องยนต์นี้มาตั้งแต่ปี 2013 ใกล้เคียงกัน แต่เราก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะพูดถึงประเด็นเด็ดดัง “น้ำดัน” แม้ว่าจะมีการเพิ่มระยะรับประกัน และมีการวิจัยในภาค Aftermarket ถึงปัญหาและสาเหตุที่ว่ามาจากเสื้อสูบซึ่งมีผนังของกระบอกสูบบางเกินไป แต่เห็นคีย์เวิร์ดที่สำคัญไหมครับ การค้นพบนี้เกิดจากกลุ่มคนภายนอก ไม่ใช่ทางผู้ผลิต และนี่ทำให้เราต้องตั้งคำถามกับการดูแลบำรุงรักษา Mazda CX-5 เครื่องยนต์ดีเซลอย่างมาก

Honda CR-V มีภาษีในด้านการเป็นผู้นำตลาดรถยนต์นั่งอันดับต้น ๆ มีศูนย์บริการที่แพร่หลายและมีมาตรฐานที่ดีใช้ได้ อีกทั้งประวัติของปัญหารถ Honda CR-V ที่เป็นเครื่องยนต์แบบดีเซล ก็มีน้อย เกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะก็ยังไม่มีปัญหาอะไร เรียกได้ว่าเป็นตัวเลือกที่น่าเชื่อถือที่สุดจากการเป็นเจ้าตลาดนี่แหละครับ

 

อันดับ 1 CR-V

อันดับ 2 Outlander

อันดับ 3 CX-5

สรุป

เมื่อดูการจัดลำดับในทุกด้านแล้ว เราก็จะพบว่า รถทั้ง 3 รุ่นมีข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกัน และแท้จริงแล้วในการเลือกนั้นจะต้องเป็นไปตามความต้องการของท่านเอง

Mitsubishi Outlander ใหม่ ที่ไม่ใหม่นี้ เป็นรถที่มีข้อโดดเด่นในด้านเครื่องยนต์ที่ล้ำหน้ากว่าใครเพื่อน เทคโนโลยีอัดเต็มที่ในระบบส่งกำลัง การขับขี่ดีใช้ได้เลยทีเดียว และรูปลักษณ์ภายนอกหรูหรา แต่ต้องแลกมาด้วยข้อเท็จจริงที่ว่านี่คือรถอายุ 7 ปีในตลาดโลก ซึ่งในโลกที่เทคโนโลยีพัฒนาอย่างก้าวกระโดด ทำให้ข้อจำกัดนี้มันเด่นชัดมากขึ้นเมื่อมาเปรียบเทียบกับคู่แข่ง แต่เราก็ไม่สามารถที่จะละเลยถึงระบบไฮบริด ที่ผ่านการทดสอบความทนทานในตลาดโลกมาก่อนแล้ว รวมไปถึงยังล้ำหน้า มีประสิทธิภาพเหนือกว่าคู่แข่งอย่างชัดเจน

Mazda CX-5 นั้นเป็นเหมือนกับรถที่ต้องซื้อด้วยอารมณ์ ความรู้สึกเมื่อแรกเห็น ดีไซน์โฉบเฉี่ยวดึงดูดสายตา ภายในที่มีคุณภาพเยี่ยม และการขับขี่ที่ไม่เหมือนกับรถ Crossover รุ่นอื่นใดทั้งสิ้น แต่นั่นต้องแลกมาด้วยการละเลยไปถึงความอเนกประสงค์ของห้องโดยสาร ซึ่งแคบกว่าเพื่อนอย่างเห็นได้ชัด เบาะนั่งไม่ได้สบายนัก และเครื่องยนต์กับศูนย์บริการก็มีชื่อเสียงในด้านลบเป็นอย่างมาก นี่ทำให้การตัดสินใจซื้ออาจจะทำได้ยาก เรียกได้ว่าเป็นรถที่อยู่ด้วยกันแปปเดียวนั้นแฮปปี้ แต่ให้อยู่ด้วยกันนาน ๆ นี่ตอบยาก

Honda CR-V สุดท้าย แต่ไม่ท้ายสุด เป็นตัวเลือกที่แม้จะดูเหมือนไม่โดดเด่นที่สุดในด้านใดเลย ยกเว้นแต่ความอเนกประสงค์ซึ่งเป็นจุดเด่นของ Honda รวมไปถึงความน่าเชื่อถือของตัวรถที่ไม่มีปัญหาอะไรใหญ่ และศูนย์บริการก็มีจำนวนมากและดูแลได้ค่อนข้างดี ถึงกระนั้น ตัวรถก็แทบไม่มีข้อด้อยเด่นชัดเหมือนกับอีก 2 รุ่น และนั่นเองทำให้ Honda CR-V เป็นเหมือนกับของตาย การซื้อรถ Crossover อเนกประสงค์เช่นนี้อาจจะไม่ใช่การตัดสินใจของคนเพียงคนเดียว และถ้าหากตกลงกันไม่ได้ CR-V ก็ตอบโจทย์ของคนได้หลากหลายที่สุด

รีวิว

รถใหม่ล่าสุด