5 อันดับกระบะตัวท้อปที่ซดน้ำมัน และปล่อยมลพิษเยอะที่สุด

Patiphanw · Nov 15, 2020 05:11 AM

เวลาซื้อรถกระบะ สิ่งที่คนคิดถึงเป็นอย่างต้น ๆ ก็คงไม่พ้นเรื่องสมรรถนะ ความสวยงามและความสะดวกสบายในการใช้งาน แต่อีกสิ่งที่ควรคิดคือ อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมัน ยิ่งเครื่องใหญ่ ยิ่งซดน้ำมันเป็นว่าเล่น ล่าสุดเราได้ดูในด้านของ SUV ไปแล้ว วันนี้เรามาดูกระบะกันบ้าง

เราจึงทำการรวบรวมบรรดารถกระบะตัวท้อปสุดของแต่ละค่ายนั้น มีอัตราการกินน้ำมันกันอยู่ที่กี่ลิตรต่อกิโลเมตร และจะปล่อยมลพิษออกมามากน้อยแค่ไหน

5. Isuzu D-Max V-Cross 

อีซูซุ ดีแมกซ์ วีครอส กระบะขวัญใจชาวไทย ขึ้นชื่อเรื่องราคาที่จับต้องได้ และความอึดทนของเครื่องยนต์ และหน้าตาที่สวยงาม มีให้เลือกทั้งแบบ 2 ปละ 4 ประตู ราคา 852,000-1,157,000 บาทเครื่องยนต์ดีเซล 3.0 ลิตร เทอร์โบ กำลังสูงสุด 190 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 450 นิวตันเมตร ที่ 1,600 – 2,600 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ / เกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ

อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมัน 13.9 กิโลเมตร/ลิตร ปล่อยมลพิษ 186 กรัม/กิโลเมตร

4. Toyota Hilux Revo Rocco

โตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว่ รอคโค อีกแบรนด์หนึ่งที่มีตำนานในประเทศไทย ด้วยสมรรถนะและชื่อเสียงอของแบรนด์ ทำให้ Hilux ติดตลาดอยู่เรื่อยมา แต่ก็ตามมาด้วยราคาที่ค่อนข้างแพง ราคาเริ่มต้นที่ 949,000-1,239,000 บาท เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 4 สูบเรียง ขนาด 2.8 ลิตร กำลังสูงสุด 204 แรงม้าที่ 3,400 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร ที่ 1,600-2,800 รอบต่อนาที ใช้เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ไปยังระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบ Part-time 4WD

อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมัน 13.5 กิโลเมตร/ลิตร ปล่อยมลพิษ 195 กรัม/กิโลเมตร

3. Mitsubishi Triton Athlete +

มิตซูบิชิ ไตรตัน แอทลีธ สีส้มเรียกได้ว่าตัดกับชุดแต่งสีดำได้อย่างลงตัว
•    Athlete 2.4 Plus GT Premium 6AT  1,035,000 บาท
•    Athlete 2.4 4WD GT Premium 6AT  1,146,000 บาท

เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 4 จุ 2.4 ลิตร กำลังสูงสุด 181 แรงม้าที่ 3,500 รอบ/ต่อนาที แรงบิดสูงสุด 430 นิวตัน-เมตร ที่ 2,500 รอบต่อนาที เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อม Sport Mode รุ่น 4WD มาพร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ Super Select 4WD II พร้อมโหมดออฟโรด 4 รูปแบบ และระบบล็อกเฟืองท้ายเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน

อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมัน 13.5 กิโลเมตร/ลิตร ปล่อยมลพิษ 196 กรัม/กิโลเมตร

2. Ford Ranger Wildtrak Bi-Turbo 4x4

ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค ไบเทอร์โบ  แต่งหน้าทาปากมาใหม่  กับการปรับโฉมไปเมื่อวันที่  5 พฤศจิกายน 63 ด้วยราคา 1,265,000 บาท  มากับเครื่องยนต์ดีเซล  4 สูบแถวเรียง 2.0 ลิตร พ่วงเทอร์โบคู่ กำลังสูงสุด 213 แรงม้าที่ 3,750 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร ที่ 1,750 รอบ/นาที
อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมัน 13.2 กิโลเมตร/ลิตร ปล่อยมลพิษ 200 กรัม/กิโลเมตร

1. Nissan Navara PRO-4X

นิสสัน นาวาร่า โปร-4เอกซ์ ไม่น้อยหน้ากับการเปิดตัวไปจริงอย่างเป็นทางการไปเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 63 พร้อมเพิ่มรุ่นใหม่แต่งจัดเต็มกับ PRO-4X และทางเลือกขับ 2 ในรุ่น PRO-2X ในราคา 1,149,000 บาท ด้วยเครื่องเทอร์โบคู่พร้อมอินเตอร์คูลเลอร์ ให้กำลัง 190 แรงม้าที่ 3,750 รอบ/นาที และแรงบิด 450 นิวตันเมตรที่ 1,500-2,500 รอบ/นาที

อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมัน 12.8 กิโลเมตร/ลิตร ปล่อยมลพิษ 205 กรัม/กิโลเมตร

แบงค์ให้ 3 คำ :“เต็ม ถัง พี่”

พูดถึงอัตราการกินน้ำมันแล้ว จริง ๆ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับรถเพียงอย่างเดียว ปัจจัยอย่างหนึ่งคือ หากคุณเป็นคนที่ขับรถเร็ว ก็ยิ่งจะทำให้เครื่องทำงานหนักขึ้น ส่งผลต่อการกินน้ำมัน แม้จะขับ Eco Car แต่เหยียบมิดตลอดทางยังไงก็มี 10-11 กิโลเมตร/ลิตรให้เห็นอยู่ดีครับ

 

รีวิว

รถใหม่ล่าสุด