THB ยังไม่คอนเฟิร์มยังไม่คอนเฟิร์ม

ราคาที่ไทย

Aston Martin Db11 รายละเอียด
เกรดSports Car
ตัวถังConvertible
รูปแบบเกียร์AT
ปริมาตรกระบอกสูบ5.2L
กำลังสูงสุด608PS
จำนวนที่นั่ง4
เช็คสเปค Db11

ราคารุ่นย่อย Aston Martin Db11

ข้อต้องอ่าน

Pros

  • ดีไซน์ปราดเปรียว ล้ำสมัย และดูหรูในคันเดียวกัน ขับไปไหนคนก็มอง จอดในที่จอดซุปเปอร์คาร์ได้ทุกห้างแน่นอน

  • ภายในหรูหราด้วยการตกแต่งด้วยหนังวัวแท้ๆ แต่ถ้าคุณไม่ชอบหนังหรืออยากได้ภายในที่ดูสปอร์ตมากกว่าหรู คุณสามารถเลือกหนัง Alcantara ได้ หรืออยากจะเพิ่มคาร์บอนไฟเบอร์เข้าไปในห้องโดยสารผ่านโปรแกรม Q by Aston Martin ก็ได้เช่นกัน

  • พละกำลังของเครื่องยนต์ทั้ง V8 และ V12 ที่เรี่ยวแรงดีและไม่ได้มีความแตกต่างกันมากในเรื่องของอัตราเร่งตอนต้น สุ้มเสียงที่แม้จะไม่แผดแบบก้าวร้าวเหมือนพวกรถซุปเปอร์คาร์แต่ให้เสียงที่ทุ้มแน่น ทรงพลัง เวลาคิกดาวน์แล้วมีความสุข แพดเดิลชิฟต์โลหะคลิกได้ถนัดมือ

  • ประตูแบบ Swan Door ทำให้เวลาที่คุณจำเป็นต้องจอดรถข้างถนนไม่ต้องกังวลว่าประตูรถของคุณจะฟาดเข้ากับฟุตบาตเพราะประตูจะสวิงขึ้นหลบฟุตบาตได้พอดี เหมาะกับเมืองไทย

  • มีการรับประกันคุณภาพนาน 5 ปี พร้อมฟรีค่าบำรุงรักษาตลอด 5 ปี ทำให้การเป็นเจ้าของมีภาระค่าใช้จ่ายที่น้อยลงและอุ่นใจได้

Cons

  • รูปลักษณ์ภายนอกของรุ่น V8 และ V12 มีความแตกต่างน้อยเกินไป ทำให้บางคนที่ต้องการความโดดเด่นในการจ่ายแพงกว่า อาจไม่รู้สึกถึงความพิเศษมากขึ้นเท่าไหร่

  • แม้ว่าประตูข้างจะเป็นแบบ Swan Door แต่ก็ไม่ใช่ประตูดูดแบบ soft-close ทำให้ต้องออกแรงในการปิดประตูมากอยู่ดี ทั้งที่ฝากระโปรงหน้าและหลังก็ให้มาแล้วแท้ๆ เพิ่มอีก 2 บานน่าจะทำให้ทุกอย่างดูลงตัวมากกว่านี้

  • ที่นั่งแถว 2 สำหรับนั่งโดยสาร ถ้าต้องให้เดินทางไกลจริงๆสำหรับผู้ใหญ่คงจะไม่สะดวกเท่าไหร่ เพราะขนาดไม่ได้ใหญ่ขนาดนั้น พื้นที่วางขาน้อยและถ้าใครตัวสูงศีรษะอาจติดหลังคาได้ แต่ถ้าผู้โดยสารเป็นเด็กจะไม่มีปัญหาในเรื่องนี้

  • ระบบควบคุมจอกลางที่เอาของเบนซ์ยกมาใส่ไว้ดื้อๆ ไม่ได้มีการดีไซน์ใหม่ให้ดูดีขึ้นหรือแปลกตาเลย ทำให้มันขัดกับการดีไซน์คอนโซลของแอสตันชอบกล ถ้ามีการเปลี่ยนดีไซน์นิดหน่อยน่าจะทำให้ภายในดูดีขึ้น

  • ราคามือสองตกลงค่อนข้างเร็ว จากการสำรวจราคาใน Timeless program ซึ่งเป็นโครงการรถยนต์มือสองของแอสตันมาร์ตินเองพบว่ารถรุ่น V8 ที่เพิ่งวิ่งไปได้แค่ 5000 กม. ราคามือสองหายจากตัวมือหนึ่งไปเกือบ 4 ล้านทั้งที่การรับประกันยังเหลือตั้ง 3 ปี 

รูปภาพ Aston Martin Db11

ภายนอก

ภายใน

Aston Martin Db11 รีวิว

  • ภาพรวม
  • ภาพภายนอก
  • การออกแบบภายใน
  • องค์ประกอบ
  • ระบบพลังงาน
  • ประสบการณ์การขับขี่
  • ความสะดวกสบายของการนั่งรถ
  • สรุป
  • ภาพรวม

    2020 Aston Martin DB11 สุดยอดรถจีทีขวัญใจพยัคฆ์ร้าย 007

    Aston Martin (แอสตันมาร์ติน) เป็นบริษัทผู้ผลิตรถยนต์สมรรถนะสูงชื่อดังจากเกาะอังกฤษ โดยผลิตรถยนต์นั่งสำหรับเดินทางไกล (GT) แบบ 2 ประตู มาหลากหลายรุ่นมากและไลน์อัพที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือตระกูล DB และเป็นรถขวัญใจของพยัคฆ์ร้ายสายลับ 007 ทั้งรุ่น DB5 อันโด่งดังหรือคอนเซปต์รุ่นล่าสุด DB10 และเนื่องในโอกาสที่แอสตันผลิตรถยนต์มามากกว่า 100 ปี เนื่องในโอกาสก้าวเข้าสู่ศตวรรษที่สอง แอสตันมาร์ตินจึงได้เปิดตัวรถจีทีรุ่นใหม่ DB11 ที่นอกจากรูปทรงสุดสวย เครื่อง V12 อันเป็นเอกลักษณ์ ระบบภายในรถต่างๆก็ได้ถูกอัพเกรดให้ทันสมัยขึ้นด้วย และด้วยโอกาสที่ได้เป็นพันธมิตรกับทางเดมเลอร์ DB11 จึงมีรุ่นเครื่องยนต์ V8 มาให้เลือกด้วยสำหรับใครที่อยากรักษ์โลกมากขึ้นอีกนิดแต่กำลังไม่นิดนะ

    Aston Martin มีตัวถังให้เลือก 2 รูปแบบ คือตัวถังแบบหลังคาแข็งปกติ Coupe และตัวถังแบบเปิดประทุน Volante สำหรับประเทศไทยแอสตันได้นำเจ้า DB11 รุ่นเครื่อง V12 มาเปิดตัวในช่วงต้นปี 2017 โดยนำมาเผยชนให้สาธารณชนเข้าชมในงาน Motor Show 2017 และเปิดตัวรุ่นเครื่องยนต์ V8 ช่วงปลายปีในงาน Motor Expo ปีเดียวกัน ในปีถัดมาได้มีการนำรุ่นเปิดประทุน V8 Volante เข้ามาโชว์ตัวในงาน Big Motor Sale 2018 และถัดมาอีกปี ได้เปิดตัวรุ่นพิเศษสุดของ DB11 ในรุ่น DB11 AMR Performance ซึ่งเป็นรุ่นที่แรงที่สุดของ DB11 เลย นับได้ว่าในไทยเปิดตัวรถรุ่นนี้ครบทุกรุ่นย่อยที่มีอยู่ในปัจจุบัน

    ราคา Aston Martin DB11

    Aston Martin DB11 V8 ราคาเริ่มต้น 19,900,000 บาท
    Aston Martin DB11 V8 Volante ราคาเริ่มต้น 21,900,000 บาท
    Aston Martin DB11 V12 ราคาเริ่มต้น 24,900,000 บาท
    Aston Martin DB11 V12 AMR Performance ราคารอการคอเฟิร์ม

  • ภาพภายนอก

    การออกแบบภายนอก Aston Martin DB11

    Aston Martin DB11 ทั้งรุ่นเครื่องยนต์ V8 และ V12 ใช้ดีไซน์ภายนอกร่วมกัน หน้าตาของ Aston Martin DB11 เรียกได้ว่าเป็นการต่อยอดจากรุ่นพี่ DB9 มาได้อย่างลงตัวจากที่สวยอยู่แล้วให้สวยมากขึ้น กระจังหน้ารูปทรงนี้ถูกสืบทอดกันมาตั้งแต่รุ่นแรก ดีไซน์ไฟหน้าคือสิ่งที่ไม่ได้ตกทอดมาด้วยดีไซน์ใหม่ตัวโคมดูใหญ่ขึ้น ตัดด้วยไฟเดย์ไลท์ครึ่งโคมซึ่งจะเปลี่ยนเป็นไฟเลี้ยวได้ ตัวเม็ดไฟส่องสว่างออกแบบคล้ายเครื่องหมายบวกทีมีความมนสวย 2 เม็ดแต่โคมเป็น LED ที่ให้ความสว่างและโดดเด่นในเวลากลางคืน บนฝากระโปรงหน้ามีช่องระบายลม 2 ช่อง ซ้ายขวาแต่รุ่น V12 จะแถมอีก 2 ช่องตรงกลางมาให้ ฝากระโปรงนูนขึ้นมานิดเพิ่มมัดกล้ามให้ตัวรถที่สวยให้มีความดุดันเพิ่มมากขึ้น ด้านข้างหลังคาเพรียวลมมีช่องระบายความร้อนจากเบรกบริเวณซุ้มล้อหน้าและมีสัญลักษณ์ V12 ติดที่ด้านข้างสำหรับรุ่น V8 จะไม่มี เส้นสายด้านข้างออกแบบให้ลู่ลมและส่งให้ลมไปกดตัวถังด้านท้ายได้ดียิ่งขึ้น บริเวณด้านท้ายแยกเป็น 2 ก้อนและมีไฟบาร์ยาวเชื่อมระหว่างไฟท้าย 2 ฝั่ง ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของแอสตันยุคใหม่ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากรุ่นพิเศษ Aston Martin One-77 ท่อไอเสียออก 2 ข้างซ้ายขวา เป็นท่อเดี่ยวขนาดใหญ่เหมือนกันทั้ง 2 รุ่น โลโก้ปีกแอสตันพร้อมตัวอักษรโลโก้ Aston Martin แปะอยู่ตรงกลางฝากระโปรง สำหรับรุ่น AMR พื้นฐานดีไซน์จะเหมือนรุ่น V12 เลยโดยจะมีแถบสีตกแต่งเพิ่มบริเวณชายสเกิร์ตด้านล่างรอบคัน กระจกข้าง ครีบระบายอากาศข้าง และแถบสีคาดกลางตัวรถจากฝากระโปรงหน้าจรดด้านหลัง และมีสติกเกอร์ AMR แปะอยู่ชายล่างประตู ส่วนรุ่น V8 Volante พื้นฐานดีไซน์จะเหมือนกับรุ่น V8 ต่างกันตรงที่หลังคาเป็นผ้าใบที่เปิดประทุนได้ ล้อของทุกรุ่นที่ติดรถมาเป็นล้อขนาด 20 นิ้วทั้งด้านหน้าและด้านหลังแต่ด้านหลังกว้างกว่า และถ้าคุณอยากได้รถที่มีเอกลักษณ์เป็นของคุณเอง คุณสามารถเลือกตกแต่งรถตามสไตล์ของคุณได้ในโปรแกรม Q by Aston Martin โดยคุณสามารถตกแต่งจากหน้ารถแล้วเอาโค้ดไปแจ้งที่ตัวแทนจำหน่ายหรือไปตกแต่งเองที่โชว์รูมก็ได้

    มิติตัวรถAston Martin DB11

    มิติตัวรถAston Martin DB11
    รุ่น V8 / V12 / AMR V8 Volante
    ความยาว (มม.) 4740 4740
    ความกว้าง (มม.) 1948 1948
    ความสูง (มม.) 1290 1300
    ระยะฐานล้อ (มม.) 2804 2804
  • การออกแบบภายใน

    การออกแบบภายใน Aston Martin DB11

    ภายในของ Aston Martin DB11 เกรดการตกแต่งเริ่มต้นวัสดุภายในจะใช้ Alcantara ซึ่งเป็นวัสดุที่มักใช้ในรถซุปเปอร์คาร์ที่ให้ความรู้สึกสปอร์ตและถ้าหุ้มพวงมาลัยมันจะจับได้กระชับมือ แต่แน่นอนว่าในรถจีทีแบบนี้หนังผสมผ้าแบบอัลคันทาราอาจจะไม่ใช่การตกแต่งที่ถูกใจสำหรับลูกค้าที่ซื้อรถกลุ่มนี้ แน่นอนว่าแอสตันจัดให้กับหนังแท้คุณภาพสูงที่มาจากวัวที่ได้การเลี้ยงดูอย่างดีในฟาร์มที่อังกฤษ เรียกได้ว่าทุกจุดถูกหุ้มหนังทั้งหมดรวมทั้งคอนโซลด้วย จะมีแค่ปุ่มที่คุณต้องกดเท่านั้นแหละที่ไม่ใช้หนัง งานพรีเมี่ยมทุกจุดจริงๆ เกียร์ของแอสตันเป็นแบบกดบริเวณบนคอนโซล แอร์สี่เหลี่ยม 2 ช่องตรงกลาง มีจอกลางขนาด 8 นิ้วตั้งอยู่ตรงกลางข้างบนคอนโซลควบคุมด้วยทัชแพดบริเวณตรงด้านหน้าที่พักแขนตรงกลางซึ่งดีไซน์คุ้นๆตาโดยเฉพาะคนที่ใช้รถเบนซ์เพราะเป็นการนำจากเดมเลอร์ที่เป็นพาร์ทเนอร์กันมาใช้นั่นเอง จอกลางแม้จะใหญ่ขึ้นแต่ดีไซน์ก็ยังสืบต่อมาจากรุ่นเก่าที่ยังคงไม่ค่อยกลืนไปกับแผงคอนโซลเท่าไหร่ เน้นใช้ง่ายได้แต่สามารถพับหลบได้ด้วยถ้าคุณรู้สึกว่ามันเกะกะสายตา เบาะโดยสารขนาดใหญ่พร้อมด้ายตัดเส้นตัวเบาะ สามารถเลือกตกแต่งนำโลโก้ปีกของแอสตันแปะลงบนที่พักศีรษะได้ ด้วยความเป็นรถจีทีรถคันนี้มี 4 ที่นั่งโดยสามารถพับเบาะด้วยไฟฟ้าเพื่อให้ผู้โดยสารเข้าไปนั่งด้านหลังได้ มีช่องแอร์หลังให้ด้วย มาตรวัดความเร็วถือว่าดีไซน์ใหม่จากปกติของแอสตันที่จะแบ่งเป็น 2 วงตรงกลางวัดรอบกับวัดความเร็วจะเปลี่ยนเป็นวงตรงกลางใหญ่อันเดียวฝังในจอดิจิตอลขนาด 12 นิ้ว เป็นมาตรวัดรอบพร้อมเข็มแบบดิจิตอล ตรงกลางวัดรอบเป็นเลขแสดงความเร็วและตำแหน่งเกียร์ ประกบด้วยจอฝั่งซ้ายขวาแสดงข้อมูลของรถ ดูสวยและอ่านได้ชัดเจน ข้างในแอสตันมาร์ตินไม่มีผิดหวังจริงๆ แน่นอนว่าภายในเองคุณก็สามารถเลือกวัสดุตกแต่ง สีของหนังที่ใช้ ทริมตกแต่ง ได้จากโปรแกรม Q by Aston Martin เช่นกัน

  • องค์ประกอบ

    เทคโนโลยีและสิ่งอำนวยความสะดวก Aston Martin DB11

    เมื่อเข้าสู่ศตวรรษใหม่ของแอสตันและการเป็นพาร์ทเนอร์กับทางเดมเลอร์ อุปกรณ์อำนวยความสะดวก Aston Martin DB11 แน่นอนว่าต้องได้มาใส่รถเพิ่มขึ้นแน่นอน ด้วยจออินโฟเทนเมนท์ขนาด 8 นิ้ว ที่แสดงการทำงานของรถ ดูสภาพแวดล้อมบริเวณที่จอดผ่านกล้องรอบคันที่ช่วยในเรื่องการจอดรถได้ และระบบความบันเทิงของรถ ผ่านการควบคุมด้วยทัชแพดหรือถ้าไม่ถนัดก็มีลูกบิดไว้หมุนเลือกเมนูแทนได้เช่นกัน รองรับการเชื่อมต่อผ่าน USB และ Bluetooth มีระบบแผนที่นำทาง ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ 2 โซน เบาะนั่งโดยสารเป็นแบบปรับไฟฟ้า 12 ทิศทางพร้อมระบบดันหลัง 4 ทิศทางทั้งฝั่งคนขับและฝั่งผู้โดยสารช่วยทำให้การเดินทางไกลสบายมากขึ้น เครื่องเสียงเริ่มต้นมาพร้อมกับลำโพง 9 ตัว แรงขับ 400W แต่คุณสามารถเลือกอัพเกรดได้ ฝากระโปรงหลังและฝากระโปรงหน้าเป็นแบบดูด ให้คุณไม่ต้องกระแทกฝากระโปรงแรง


    ระบบความปลอดภัย Aston Martin DB11

    เพื่อให้การเดินทางไกลของคุณเป็นไปได้อย่างราบรื่น Aston Martin DB11 ทุกรุ่นมาพร้อมระบบเบรกป้องกันล้อล็อคขณะเบรคพร้อมระบบควบคุมให้รถไม่ลื่นไถลออกนอกเลน (ABS & Driveline TRC) ระบบควบคุมเสถียรภาพของรถแบบไฟฟ้า (ESC) เซนเซอร์กะระยะหน้าหลังสำหรับช่วยจอด ระบบเตือนจุดบอดที่กระจกมองข้าง (BSM) ระบบเตือนลมยางอ่อน คานนิรภัยป้องกันการชนด้านข้างฝั่งในประตู มีแอร์แบคที่ทำงานแบบ 2 สเตปสำหรับผู้โดยสารตอนหน้า ม่านถุงลมสำหรับผู้โดยสารด้านหน้าและด้านหลังแบบแยกส่วน ถุงลมป้องกันการบาดเจ็บที่เข่าทั้งฝั่งคนขับและผู้โดยสาร เรียกได้ว่าเพียงพอและช่วยให้อุ่นใจได้

  • ระบบพลังงาน

    ระบบพลังงาน Aston Martin DB11

    Aston Martin DB11 มีการแบ่งขุมพลังในการทำตลาดด้วย 2 เครื่องยนต์หลักคือเครื่อง V8 และ V12 โดยรุ่น V8 เป็นการหยิบยืมเครื่องยนต์ของเดมเลอร์ที่ประจำการอยู่ในเบนซ์ตัวแรงทั้งหลายเช่น AMG GTS มาใช้ซึ่งการันตีความแรงได้แต่แอสตันไม่ได้หยิบมาใส่เฉยๆ แต่จะทำการตรวจสอบและปรับปรุงก่อนที่จะนำมาประกอบลงบนรถของตนเอง เครื่องเบนซิน V8 ตัวนี้มีขนาดความจุ 4.0 ลิตรพ่วงด้วยเทอร์โบคู่ ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ขับเคลื่อนล้อหลังให้กำลังสูงสุด 503 แรงม้าที่ 6000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 675 นิวตันเมตร สำหรับสมรรถนะอัตราเร่งจาก 0 จนถึง 100 กม./ชม. ทำได้ภายใน 4.0 วินาที ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 301 กม./ชม. อัตราการปล่อยไอเสียอยู่ที่ 230 กรัม/กม. อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเฉลี่ยอยู่ที่ 12.1 กม./ลิตร สำหรับเครื่องเบนซิน V12 เป็นเครื่องที่แอสตันผลิตเองซึ่งต่อยอดมาจากรุ่นก่อนๆ โดยเครื่องตัวนี้ความจุ 5.2 ลิตร เทอร์โบคู่เช่นกัน ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ขับเคลื่อนล้อหลัง ให้กำลังสูงสุด 600 แรงม้าที่ 6500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 700 นิวตันเมตร ทำอัตราเร่ง 0 - 100 กม./ชม. ได้ภายใน 3.9 วินาที ทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 322 กม./ชม. อัตราการปล่อยไอเสียอยู่ที่ 265 กรัม/กม. อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเฉลี่ยอยู่ที่ 10.8 กม./ลิตร สำหรับรุ่น AMR จะเป็นการนำเอารุ่น V12 มาอัพเกรดให้มีความแรงมากขึ้นโดยเพิ่มแรงม้ามาอีก 30 ตัว เป็น 630 แรงม้าแรงบิดเท่ารุ่น V12 ปกติ อัตราเร่งทำได้ดีขึ้นโดย 0 - 100 กม./ชม. อยู่ที่ 3.7 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 335 กม./ชม. เลยทีเดียว

  • ประสบการณ์การขับขี่

    ประสบการณ์การขับขี่ Aston Martin DB11

    การขับขี่ Aston Martin DB11 เป็นประสบการณ์สุดวิเศษเสมอ สำหรับเจ้า DB11 ก็เช่นกัน จากการลองเทียบกัน 2 รุ่นระหว่างรุ่นเครื่อง V8 และเครื่อง V12 เวลาเร่งเครื่องเพื่อฟังเสียงเครื่องยนต์ในโหมดธรรมดา กลับกลายเป็นว่าเสียงเครื่อง V8 จากเบนซ์ฟังดูโหดกว่าคงเพราะเอาไว้ใส่ในรุ่นที่ทำร่วมกับ AMG เสียงก็ต้องโหดเป็นธรรมดา แต่ไม่ได้โหดมากกว่า V12 เท่าไหร่ไม่งั้นเซงแย่ พอกดโหมดสปอร์ตเสียงในห้องโดยสารจะกระหึ่มไปด้วยเสียงอันแน่นและทรงพลัง การขับขี่ทำได้นิ่งดีมาก เอาจริงๆการขับขี่ของทั้ง 2 รุ่นแทบไม่ต่างกัน ถึงแม้รุ่น V12 จะแรงกว่าแต่รุ่น V8 น้ำหนักเบากว่า ถ้าขับไปไม่เร็วพอก็คงยากที่จะหาความต่างตอนขับได้ ยิ่งเวลาเข้าโค้งน้ำหนักด้านหน้าที่เบากว่าทำให้ V8 ไปในโค้งได้มั่นใจกว่าเล็กน้อยด้วยซ้ำ แต่ถ้าทางตรงสุดท้าย V12 ก็เป็น V12 อยู่วันยันค่ำมันจะค่อยๆฉีกเครื่อง V8 ออกไปจนหายลับไป รอยต่อระหว่างเกียร์ทำได้นุ่มนวลสมชื่อรถจีทีแดนผู้ดี แต่ถ้าเข้าโหมดสปอร์ตและปรับเกียร์เองตรงแพดเดิลชิฟต์มันก็พร้อมจะพาคุณให้พุ่งทะยานไปข้างหน้าได้เร็วมากไม่ถึงขั้นกระชากมากกระชากแบบผู้ดี 

  • ความสะดวกสบายของการนั่งรถ

    Aston Martin DB11 ด้านหน้าไร้ที่ติ หนังแท้นั่งสบายมากๆ การปรับตำแหน่งให้เข้าที่เข้าทางทำได้ง่ายด้วยปุ่มควบคุมด้านข้างอุโมงค์กลาง การดันหลังที่ทำได้ถึง 4 ทิศทางก็ช่วยซัพพอร์ตหลังของเราได้ดี ทัศนวิสัยชัดเจน การเปลี่ยนเกียร์จาก P มาตำแหน่งอื่นอาจจะต้องเอื้มตัวมากดตรงคอนโซลกลางนิดนึงแต่ถ้าชินแล้วจะไม่ใช่ปัญหาแต่อย่างใดดูเท่ดีด้วย ทัสนวิสัยมองได้ชัดเจนเพราะกระจกหน้ากว้าง ที่กระจกข้างมีระบบเตือนมุมอับสายตาด้วย ถึงรถจะกว้างแต่ก็พอทำให้การขับในเมืองง่ายขึ้นนิดหน่อย สำหรับการโดยสารด้านหลังเบาะนุ่มนะแต่ถ้าคนข้างหน้าตัวใหญ่คงไม่อยากจะนั่งหลังเขาเป็นแน่แท้เพราะที่วางขาก็จะหายไป และถ้าตัวสูงเกิน 175 ก็ต้องระวังศีรษะเป็นพิเศษเพราะอาจจะกระแทกหลังคาได้ ถ้าสูงเกิน 180 นี่ไปนั่งข้างหน้าดีกว่าอย่ามาลำบากเลย สรุปก็คือเป็นรถที่เหมาะกับข้างหน้าเป็นผู้ใหญ่และข้างหลังถ้ามีลูกเล็กนั่งไปด้วยจะเป็นการเดินทางที่ดีที่สุด หรือจะเป็นการเดินทางแบบผู้ใหญ่ 2 คน และเบาะเอาไว้วางกระเป๋าก็น่าจะดี

  • สรุป

    ถ้าคุณเป็นคนที่ชอบเดินทางไกลและชอบไปให้ถึงไวในแบบยังคงความสบายขณะเดินทาง แน่นอนว่ารถจีทีชั้นดีคือคำตอบ เจ้า Aston Martin DB11 ไม่ว่าจะรุ่นเครื่องยนต์ไหนต่างก็ให้พละกำลังในรูปแบบที่คุณพึงพอใจกดเป็นมา ให้ซุ้มเสียงที่ไพเราะเวลาเร่งแซงแล้วคุณได้ยินเสียงเครื่องยนต์คำรามแค่นี้ก็มีความสุข ห้องโดยสารภายในหุ้มด้วยเบาะหนังแท้ชั้นดี สร้างความประทับใจระหว่างเส้นทางให้คุณ รูปลักษณ์ที่ไม่ว่าเป็นใครก็ต้องเหลียวมอง ขนาดเจมส์ บอนด์ยังเลือกใช้ ถ้าเรื่องเงินไม่ใช่ปัญหานี่คือหนึ่งในรถจีทีที่ดีที่สุดที่มีจำหน่ายในไทย และถ้าคุณซื้อกับตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการคุณจะได้รับการรับประกันคุณภาพนาน 5 ปี และฟรีค่าบำรุงรักษาตลอด 5 ปีนี่เช่นกัน ให้คุณอุ่นใจได้ว่ารถแพงขนาดนี้ ค่าบำรุงรักษาจะไม่ทำให้คุณต้องท้อซะก่อนในการได้เป็นเจ้าของมัน

Aston Martin Db11 FAQ

  • สัญญาณกะระยะถอยหลังของAston Martin Db11มีอะไรบ้าง

    • จิ๊ป คับ

      จิ๊ป คับ

      มีสัญญาณกะระยะถอยหลังและรุ่นย่อยของAston Martin Db11 ได้แก่

      รุ่นย่อยAston Martin Db11 5.2 L
      สัญญาณกะระยะถอยหลังใช่
  • การเร่งความเร็วของAston Martin Db11มีอะไรบ้าง

    • คน เคียงข้าง

      คน เคียงข้าง

      มีการเร่งความเร็วและรุ่นย่อยของAston Martin Db11 ได้แก่

      รุ่นย่อยAston Martin Db11 5.2 L
      การเร่งความเร็ว3.9 s
  • กระจกไฟฟ้าประตูหลังของAston Martin Db11มีอะไรบ้าง

    • อุ้ย'เหี้ยย ส่อง

      อุ้ย'เหี้ยย ส่อง

      มีกระจกไฟฟ้าประตูหลังและรุ่นย่อยของAston Martin Db11 ได้แก่

      รุ่นย่อยAston Martin Db11 5.2 L
      กระจกไฟฟ้าประตูหลังไม่มี่

สูงกว่าราคาซื้อขายเฉลี่ยสูงสุด 20%

Aston Martin Db11 5.2L

แลก

เพิ่มรถของคุณ

บริการตรวจสภาพรถและบริการค้าขายเฉพาะในบริเวณกรุงเทพฯเท่านั้น

รถยอดนิยม

VS