THB 25,990,000รอคอนเฟิร์ม

ราคา Bentley Flying Spur 2021 ที่ไทย

รายละเอียด Bentley Flying Spur
เกรดLuxury
ตัวถังSedan
รูปแบบเกียร์-
ปริมาตรกระบอกสูบ6.0L
กำลังสูงสุด635PS
จำนวนที่นั่ง4
เช็คสเปค Flying Spur

ใหม่ล่าสุด Bentley Flying Spur

Bentley Flying Spur Mulliner อีกระดับความหรูหราของอัครยนตรกรรมสปอร์ตซีดาน

Bentley Mulliner (เบนท์ลีย์ มูลินเนอร์) ประกาศเปิดตัว Bentley Flying Spur Mulliner (เบนท์ลีย์ฟลายอิ้ง สเปอร์ มูลินเนอร์) รุ่นใหม่ อัครยนตรกรรมแกรนด์ทัวเรอร์ 4 ประตูสุดหรู และไฟฟ้าคันแรกจากเบนท์ลีย์ มูลินเนอร์ สามารถสัมผัสได้ถึงระบบเครื่องยนต์ไฮบริด V6 หรือการตอบสนองการขับขี่ในเครื่องยนต์รุ่น V8 หรือ...
อ่านข่าว

รีวิว 2021 Bentley Flying Spur W12 ตัวท็อปสุดจัดในรุ่น 25.99 ล้านบาท 0-100 ต่ำกว่า 4 วิ เขาวิ่งกันแบบนี้!!!

ในบรรดารถยนต์รุ่นใหญ่ที่มีราคาค่าตัวระดับ 20 ล้านบาทขึ้นไป หลาย ๆ คนอาจจะเลือกมองไปที่การเลือกเป็นเจ้าของรถยต์สปอร์ตสักคัน แต่กลุ่มลูกค้าผู้บริหารหรือกลุ่มครอบครัวที่ต้องการรถยนต์หรูหราสักคัน เพื่อใช้งานทั้งในชีวิตประจำวันและยังเก็บไว้รับแขกได้อยู่นั้นBentley (เบนท์ลีย์) หนึ่งในรถยนต์ในเครือเอเอเอสใ...
อ่านข่าว
ดูเพิ่มเติม
window.googletag = window.googletag || {cmd: []}; googletag.cmd.push(function() { googletag.defineSlot('/22557728108/Model_Middle_leaderboard', [ 728, 90 ], 'div-gpt-ad-1635400996772-0').addService(googletag.pubads()); googletag.pubads().enableSingleRequest(); googletag.pubads().collapseEmptyDivs(); googletag.enableServices(); });
googletag.cmd.push(function() { googletag.display('div-gpt-ad-1635400996772-0'); });

Pros&Cons Bentley Flying Spur

Pros

  • การดีไซน์สวยงามลงตัว หรูหรา ออกแบบให้มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองแยกจากรุ่นที่เป็น 2 ประตูอย่างชัดเจน โลโก้บนฝากระโปรงดีไซน์ใหม่และไฟท้ายดีไซน์ใหม่ที่โดดเด่น
  • พละกำลังเครื่องยนต์ทำได้ดีมาก การเร่งให้ความรู้สึกสปอร์ตหลังติดเบาะ การทำความเร็วไหลขึ้นไปอย่างต่อเนื่อง มีระบบเลี้ยวสี่ล้อและช่วงล่างถุงลมทำให้การใช้งานทำได้คล่องแคล่วมากขึ้น
  • การดีไซน์ภายในหรูหราและทันสมัย เป็นการผสมผสานอย่างลงตัว จอกลางมีลูกเล่นที่น่าสนใจมาก จอควบคุมแอร์ด้านหลังสามารถดึงมาเป็นแทบเล็ตเพื่อควบคุมการทำงานของรถได้หลายอย่างมาก
  • ระบบความปลอดภัยให้มาจัดเต็ม อุปกรณ์อำนวยความสะดวกให้มาเยอะ สามารถใช้งานได้จริง การใช้งานในเมืองทำได้สะดวกมากขึ้น

Cons

  • การเร่งในโหมดคอมฟอร์ตจะมีจังหวะดีเลย์อยู่ประมาณวิก่อนที่รถจะเริ่มกระชากออกไป ทำให้บางทีการขับอาจจะเสียจังหวะไปบ้าง
  • เบาะหลังไม่มีส่วนที่ยกรองรับน่องมาให้ซึ่งน่าเสียดายเพราะในขณะเดียวกันรถลีมูซีนพรีเมี่ยมฝั่งเยอรมันหรือญี่ปุ่นเองมีให้หมด
  • การตัดโต๊ะสำหรับเขียนหนังสืออาจจากรถเจนเก่าออกไปอย่างน่าเสียดาย เพราะจะไม่สามารถนั่งทำงานบนรถได้อีกต่อไป ระบบชาร์จมือถือแบบไร้สายถูกตัดออกจากเวอร์ชั่นที่ขายในไทย
  • ภาพรวม
  • ภาพภายนอก
  • การออกแบบภายใน
  • องค์ประกอบ
  • ระบบพลังงาน
  • ประสบการณ์การขับขี่
  • ความสะดวกสบายของการนั่งรถ
  • สรุป
  • ภาพรวม

    2020 Bentley Flying Spur รถ Super GT 4 ประตูสุดหรูทรงประสิทธิภาพจากเกาะอังกฤษ

    Bentley Flying Spur (เบนท์ลี่ย์ ฟลายอิ้ง สเพอร์) รถยนต์ 4 ประตูที่มีรากฐานมาจากรถ Super GT 2 ประตูสุดเท่ของค่ายอย่าง Bentley Continental GT ก็นับว่านี่เป็นเจอเนเรชั่นที่สามแล้ว โดยเริ่มตัดคำว่า Continental ออกไปในเจนเนอเรชั่นที่แล้วนี่เองเพื่อที่จะต้องการพัฒนารถคันนี้ให้เป็นรถ Super GT 4 ประตูที่แท้จริง ในเจอเนเรชั่นที่สามเปิดตัวครั้งแรกในปี 2019 หลังจากเปิดตัว Continental GT รุ่นใหม่เมื่อปี 2017 โดยขุมพลังที่ใช้เปิดตัวยังคงเป็นเครื่องยนต์เอกลักษณ์ของทางค่ายด้วยเครื่อง W12 ขนาด 6 ลิตร พ่วงด้วยเทอร์โบคู่ สำหรับประเทศไทยมีการนำเข้ามาเปิดตัวในเดือนเมษายนปี 2020 ราคาเปิดตัวอยู่ที่ 25.99 ล้านบาท ซึ่งทันทีที่เปิดตัวได้ข่าวว่ามีเศรษฐีไทยจองไปแล้วถึง 6 คัน

    ราคา Bentley Flying Spur (MY2020)

    Bentley Flying Spur W12 ราคา 25,990,000 บาท

  • ภาพภายนอก

    การออกแบบภายนอก Bentley Flying Spur

    ปกติแล้ว Flying Spur มักจะออกแบบโดยการนำเอา Continental GT มายึดออกแล้วทำให้เป็น 4 ประตู แต่สำหรับเจนเนอเรชั่นที่สามนี้เอง นอกจากโคมไฟหน้าที่เหมือนกันนอกนั้นใช้ดีไซน์ไม่เหมือนกันเลย โดยไฟหน้าเป็นแบบ Matrix LED โดยได้แรงบันดาลใจจากคริสตัลตัวโคมล้อมด้วยกรอบโครเมียม กระจังหน้าเป็นซี่แบบตั้งดูหรูหรา บนกระจังหน้าคือความเปลี่ยนแปลงใหม่ด้วยการนำโลโกปีกของ Bentley ที่ติดแนบไปบนฝากระโปรงออกแล้วเปลี่ยนมาติดโลโก้ Flying B ที่ออกแบบใหม่เป็นแบบ 3 มิติแนวตั้งแทนโดยสามารถพับเก็บใต้ฝากระโปรงได้ถ้ามีพยายามมาจับ ช่องดักลมด้านล่างขนาดใหญ่พาดผ่านทั้งตัวรถ มีไฟตัดหมอกด้านหน้าและแถบโครเมียมตัดเข้ามุมรับกับช่องดักลม ฝากระโปรงนูนมีเหลี่ยมสันสัมผัสได้ถึงขุมพลังที่ซ่อนอยู่ข้างใน ด้านข้างมีช่องระบายความร้อนบริเวณหลังซุ้มล้อหน้าออกแบบคล้ายตัว B มีเส้นสายนูนออกมาจากตัวบอดี้พาดผ่านจากด้านหน้าไปถึงประตูหลัง โป่งล้อหลังนูนออกมาชัดเจน มีแถบโครเมียมกันกระแทกติดตั้งบริเวณแถวชายประตูรถพาดจากหลังซุ้มล้อหน้าถึงกันชนหลัง เหนือแถบโครเมียมด้านหน้ามีสัญลักษณ์ W12 แปะให้เห็นชัดๆ ล้ออัลลอยขนาด 21 นิ้ว ทำให้ล้อดูเต็มซุ้มเสริมลุคสปอร์ตและหรูหราไปพร้อมกัน ด้านท้ายบริเวณฝากระโปรงอาจจะดูเรียบๆ มีโลโก้ Bentley แปะตรงกลางและคำว่า Bentley อยู่กลางฝากระโปรงท้าย ไฮไลท์อยู่ที่ไฟท้ายที่แม้จะออกแบบดูเหลี่ยมคล้ายเจนที่แล้วแต่ในความเหลี่ยมมีดีเทลภายในโคมที่ออกแบบให้ไฟท้ายเป็นรูปตัว B เวลาขับตามดูสวยงามและชัดเจน ท่อไอเสียเดี่ยวทรงรีออก 2 ฝั่งซ้ายขวา มีแถบโครเมี่ยมที่พาดจากด้านข้างมาถึงด้านหลังบริเวณที่ติดป้ายทะเบียน โดยรวมทั้งคันออกแบบให้หรูขึ้น

    มิติตัวรถ Bentley Flying Spur

    มิติตัวรถ Bentley Flying Spur
    ความยาว (มม.) 5,316 
    ความกว้าง (มม.) 1,978 
    ความสูง (มม.) 1,484
    ระยะฐานล้อ (มม.) 3,194 
  • การออกแบบภายใน

    การออกแบบภายใน Bentley Flying Spur

    การออกแบบภายในบริเวณด้านหน้าเหมือนยกเอาคอนโซลของ Continental GT มาวางไว้เลยซึ่งมันดูดีมากอยู่แล้วโดยมีการแอบเปลี่ยนดีไซน์ช่องแอร์ตรงกลางจากแบบกลม 2 วง เป็นทรงแบบปีกและมีนาฬิกาแบบเข็มอนาล็อกขั้นอยู่ตรงกลาง วัสดุภายในแน่นอนว่าบุหนังเดินตะเข็บโดยหนังมีให้เลือกถึง 13 สี โดยหนังจะถูกทำการบุในแทบที่บริเวณบนแผงคอนโซล แผงประตู วัสดุตกแต่งเลือกได้ว่าจะใช้ลายไม้แบบสีเดียวหรือแบบ 2 สีตัดกันได้ โดยลายไม้จะยาวตั้งแต่บริเวณคอนโซลหน้าถึงแผงประตูหน้าซ้ายขวาลากเป็นแนวต่อเนื่องกัน แผงประตูหลังไม่มีลายไม้แต่ตกแต่งด้วยหนังลายข้าวหลามตัดแทน มีลำโพงขนาดใหญ่ฝังอยู่ในประตูหลังด้วยเช่นกัน เบาะนั่งเป็นลายข้าวหลามตัดทั้ง 4 เบาะ มีโลโก้ Bentley ปักอยู่บนเบาะครบทุกที่นั่งด้วยหรูหรา สวยงามมาก มาตรวัดออกแบบเป็นทรงกลม 2 วง โดยเป็นจอแบบดิจิตัลที่ทำเลียนแบบมาตรวัดแบบอนาล็อกและมีจอแสดงข้อมูลการขับขี่ขั้นกลาง พวงมาลัยหุ้มหนังทูโทนสีเดียวกันแบบเบาะภายในตัวรถ บริเวณจอกลางเป็นแบบทัชสกรีนที่คุณสามารถพับแล้วเปลี่ยนรูปแบบได้ โดยจะเลือกซ่อนให้เห็นแต่ลายไม้เรียบๆเนียนไปกับคอนโซลกลาง หรือจะเลือกพลิกจอมาเป็นมาตรวัด 3 วงแบบเข็มอนาล็อก ที่แสดงเข็มทิศ นาฬิกาจับเวลาแบบเข็ม และอุณภูมิภายนอกได้ เบาะหลังแยกเป็น 2 เบาะของใครของมัน มีจอทัชสกรีนด้านหลังบริเวณเหนือช่องแอร์กลางด้านหลังที่ดึงออกมาควบคุมฟังก์ชั่นการทำงานของรถได้ ทั้งระบบเครื่องเสียง ระบบปรับอากาศ ซันรูฟ ม่านบังแดด ไฟสร้างบรรยากาศในห้องโดยสาร ควบคุมได้ครบครัน มีจอแยกให้สำหรับผู้โดยสารด้านหลังแต่ละคน ที่พักแขนตรงกลางบุนุ่มและพับเก็บด้วยไฟฟ้าเองได้ มีกระจกแต่งหน้าให้ผู้โดยสารตอนหลังครบทั้งซ้ายขวาและไฟอ่านหนังสือแยกแต่ะละคน การตกแต่งภายในคุณสามารถเลือกการตกแต่งเพิ่มเติมเองได้ผ่านโปรแกรม Bentley Mulliner Personalisation ที่ศูนย์บริการอย่างเป็นทางการได้เลย

  • องค์ประกอบ

    เทคโนโลยีและสิ่งอำนวยความสะดวก Bentley Flying Spur

    ด้วยความเป็นรถ Super GT แต่ดั้งเดิมระบบอำนวยความสะดวกเพื่อให้การเดินทางเป็นไปอย่างสบายได้แก่ ฝาท้ายเปิดปิดด้วยไฟฟ้าพร้อมเซนเซอร์เท้า หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบยิงขึ้นจอ (HUD) ลำโพง Bang & Olufen ให้พลังเสียงที่ยอดเยี่ยมตลอดการเดินทาง จอกลางแบบทัชสกรีนขนาด 12.3 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay ได้ด้วยเช่นกัน ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ 4 โซน เบาะนั่งปรับทิศทางได้ 22 ทิศทางพร้อมระบบดันหลังเพื่อที่จะรองรับกับสรีระของแต่ละบุคคล เบาะสามารถอุ่นร้อนหรือเป่าลมระบายอากาศได้ หรือจะเปิดโหมดนวดหลังก็ได้ ที่นั่งด้านหลังมีจอแยกให้แต่ละคนและมีหูฟังไวร์เลสแยกไว้สำหรับการรับเชิงความบันเทิงของแต่ละคนด้วย ด้านการขับขี่มาพร้อมช่วงล่างแบบถุงลมสามารถปรับระดับตามความเหมาะสมของการขับขี่ได้ และมีระบบเลี้ยวสี่ล้อที่ทำให้การเลี้ยวในที่แคบทำได้ดีขึ้นและการเลี้ยวที่ความเร็วสูงทำได้มั่นใจมากขึ้น

    ระบบความปลอดภัย Bentley Flying Spur

    ระบบความปลอดภัยสำหรับรถระดับนี้แน่นอนว่ามีมาให้ครบครันทั้ง ระบบตรวจจับและเตือนคนเดินถนน (Pedestrian Warning) ระบบเบรกอัตโนมัติสำหรับในเมือง (City Braking System) ระบบเตือนป้ายและสัญญาณจราจร (Traffic-sign Recognition) ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันพร้อมระบบช่วยขับขี่โดยทำงานตั้งแต่จุดหยุดนิ่ง (Traffic Jam Assist ACC) ระบบช่วยรักษารถให้อยู่ในช่องจราจร (ALA) มีกล้องอินฟาเรดช่วยตรวจจับวัตถุตอนกลางคืน ระบบเตือนมุมอับสายตา (BSM) ระบบเตือนก่อนการชน (Pre-sense Braking) ครบถ้วน

  • ระบบพลังงาน

    ขุมพลังและสมรรถนะ

    ขุมพลังอันเป็นเอกลักษณ์ของ Bentley ตัวบนสุดซึ่งถูกนำมาประจำการบน Flying Spur รุ่นนี้เช่นกันได้แก่ เครื่องยนต์เบนซิน 12 สูบวางสูบแบบ W ขนาดความจุ 6.0 ลิตร พร้อมเทอร์โบคู่ ให้พละกำลังสูงสุด 635 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 900 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติแบบคลัชต์คู่ 8 จังหวะ ขับเคลื่อน 4 ล้อ สมรรถนะเหมาะกับการเป็นรถ Super GT ด้วยอัตราเร่งจาก 0 - 100 กม./ชม. ทำได้ภายใน 3.8 วินาที ทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 333 กม./ ชม. สำหรับรถที่หนักเกือบ 2 ตันครึ่งคันนี้ 

  • ประสบการณ์การขับขี่

    ประสบการณ์การขับขี่

    การใช้งานในชีวิตประจำวันทำได้ดีขับไปเรื่อยๆไม่กระตุก ให้ความรู้สึกคล่องตัวพอสมควร ช่วงล่างไม่ได้เน้นนุ่มไปเลย ยังคงความสปอร์ตที่ขับสบายตามสไตล์รถ Super GT การคิกดาวน์อาจมีดีเลย์นิดนึงแต่หลังจากนั้นหลังติดเบาะแน่นอน เบรคมั่นใจตามสั่ง การทำความเร็วแค่เหยียบค้างไว้ความเร็วก็ไหลขึ้นต่อเนื่อง การขับเปลี่ยนเลนทำได้ดีแต่อาจจะไม่ได้ไวมากเพราะรถใหญ่แต่ไวทันกับสถานการณ์แน่นอน รถมีให้เลือกทั้งโหมด Comfort และ Sport และถ้าเลือกโหมด Sport ปุ้ปความเร็วที่ดีเลย์จะน้อยลง การออกตัวจะกระชากมากขึ้น เสียงท่อไอเสียดังขึ้น ช่วงล่างปรับให้แข็งและลดความสูงลงอีกหน่อยให้ฟีลที่สปอร์ตมากขึ้นจริงๆ

  • ความสะดวกสบายของการนั่งรถ

    ความสะดวกสบายในการโดยสาร

    ตัวเบาะนุ่ม สบายมาก แต่ช่วงล่างมันไม่ได้นุ่มขนาดนั้นทำให้คุณอาจจะรู้สึกกระเทือนเล็กน้อย เบาะไม่มีตัวปรับรองน่องทำให้น่าเสียดายนิดหน่อยแต่รถคันนี้มันแอบซิ่งก็คงอาจจะเหมาะสมแล้วก็ได้ แต่อย่างน้อยก็เอนหลังได้ จอทัชสกรีนตรงกลางทำงานได้ดี จอส่วนตัวด้านหลังดึงออกมาเป็นแท็บเล็ตได้แถมมีหูฟังแบบไวเลสให้ใช้งานแยกได้ ทำให้นั่งดูหนังได้สบาย ที่พักแขนตรงกลางนุ่มแต่การเก็บด้วยไฟฟ้าทำงานแบบสมูทมากไปหน่อยกว่าจะเข้าที่ใช้เวลาค่อนข้างนาน ไฟอ่านหนังสือแยกปรับความสว่างได้และเป็น LED มีกระจกเผื่อเอาไว้แต่งหน้าให้ การออกแบบเรียกได้ว่าใส่ใจผู้โดยสารแถวหลังเป็นอย่างมาก โดยรวมสบาย หรู และทันสมัย แต่โต๊ะสำหรับเขียนเอกสารที่เคยมีในเจนเนอเรชั่นที่สองกลับถูกตัดออกไปอย่างน่าเสียดาย

  • สรุป

    Bentley Flying Spur เจนเนอเรชั่นที่สาม สร้างความเปลี่ยนแปลงหลายอย่างทั้งดีไซน์ภายนอกที่เปลี่ยนไปใช้ดีไซน์แยกของตัวเองแบบชัดเจน พยายามใช้ร่วมกับ Continental GT น้อยที่สุด โลโก้ Flying B แบบใหม่บนฝากระโปรงหน้าที่พับเก็บได้ ไฟท้ายทรงตัว B ที่มีในโมเดลนี้ครั้งแรกของ Bentley ผสานความหรูหราแต่ยังคงความสปอร์ตสำหรับการเดินทางไกลตามจุดกำเนิดของรถได้อย่างเต็มที่ ภายในผสานเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ากับลายไม้ได้อย่างลงตัว โดยเฉพาะจอกลางที่เป็นไฮไลท์ที่สามารถพลิกจอเลือกโหมดการทำงานได้ ไม่ซ้ำใครแน่นอน รถคันนี้ไม่ว่าจะนั่งโดยสารหรือจะขับเองคุณก็สามารถเพลิดเพลินไปกับรถได้พร้อมกัน ระบบความปลอดภัยและระบบอำนวยความสะดวก การใช้งานในเมืองทำได้ดีมากขึ้นกว่าเจนก่อน วงเลี้ยวแคบ การขับออกนอกเมืองยังแรงสะใจเหมือนเดิม เหมาะกับการเดินทางทุกรูปแบบมากขึ้น

window.googletag = window.googletag || {cmd: []}; googletag.cmd.push(function() { googletag.defineSlot('/22557728108/Model_Bottom_leaderboard', [ 728, 90 ], 'div-gpt-ad-1635401036823-0').addService(googletag.pubads()); googletag.pubads().enableSingleRequest(); googletag.pubads().collapseEmptyDivs(); googletag.enableServices(); });
googletag.cmd.push(function() { googletag.display('div-gpt-ad-1635401036823-0'); });

FAQ Bentley Flying Spur

window.googletag = window.googletag || {cmd: []}; googletag.cmd.push(function() { googletag.defineSlot('/22557728108/Model_Mrec1', [ 300, 250 ], 'div-gpt-ad-1634700362013-0').addService(googletag.pubads()); googletag.pubads().enableSingleRequest(); googletag.pubads().collapseEmptyDivs(); googletag.enableServices(); });
googletag.cmd.push(function() { googletag.display('div-gpt-ad-1634700362013-0'); });

สูงกว่าราคาซื้อขายเฉลี่ยสูงสุด 20%

2020 Bentley Flying Spur 6.0L W12

แลก

เพิ่มรถของคุณ

บริการตรวจสภาพรถและบริการค้าขายเฉพาะในบริเวณกรุงเทพฯเท่านั้น

รถยอดนิยม

VS