THB 6,390,000 - 9,490,000ยังไม่คอนเฟิร์ม

ราคา Audi e-tron GT 2021 ที่ไทย

รายละเอียด Audi e-tron GT
เกรดExecutive
ตัวถังHatchback
รูปแบบเกียร์-
ปริมาตรกระบอกสูบ-L
กำลังสูงสุด-PS
จำนวนที่นั่ง5
เช็คสเปค e-tron GT

ใหม่ล่าสุด Audi e-tron GT

จัดอันดับ EV วิ่งไกลสุด-สั้นสุด รวมทุกรุ่นที่มีขายทั่วโลก แล้วรถที่ขายในไทย ติดอันดับเท่าไหร่ ?

เปรียบเทียบรถยนต์ไฟฟ้า จัดอันดับเรียงตามระยะทางวิ่งได้ ตั้งแต่ไกลที่สุด จนถึงสั้นที่สุด รวมทุกรุ่นที่มีขายในปัจจุบัน (หรือกำลังวางจำหน่ายเร็ว ๆ นี้) และได้รับการรับรองโดยองค์กรพิทักษ์สิ่งแวดล้อม (EPA) ในสหรัฐอเมริกา อัพเดตข้อมูลล่าสุด ณ เดือนกันยายน 2021 ล่าสุด พบว่ามีรถบางรุ่นที่มีขายในไทยด้วยการจั...
อ่านข่าว

Ken Block ร่วมทำงานกับ Audi เผยอดีตฝังใจกับแบรนด์นี้ และคิดว่า EV เร้าใจไม่แพ้รถน้ำมัน

Ken Block (เคน บล็อค) ได้สร้างชื่อให้กับตัวเองในฐานะนักแข่งแรลลี่ตั้งแต่ปี 2005 จนถึงปัจจุบันนี้ในวัย 53 ปี เขาทำชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลกจากคลิปวิดีโอ Gymkhana ซึ่งเขาขับรถแข่งกำลังแรง ลัดเลาะไปตามสถานที่อันโดดเด่น โดยสมัยนั้นได้ร่วมมือกับ Ford เป็นเวลานานถึง 11 ปี คว้าแชมป์ใน 19 รายการด้วยกัน จนเก...
อ่านข่าว
ดูเพิ่มเติม

รุ่นย่อยและราคา Audi e-tron GT

(adsbygoogle = window.adsbygoogle || []).push({});

Pros&Cons Audi e-tron GT

Pros

  • การดีไซน์สวยงามลงตัว ดูล้ำอนาคตในคนละความหมายกับแฝดอย่าง Taycan รวมความบึกบึน โค้งมน และความล้ำสมัยอยู่ในดีไซน์รถคันเดียว ขับไปไหนมีแต่คนมองแน่นอน
  • ราคาเปิดตัวนับว่าสมเหตุสมผลถ้าเทียบกับอุปกรณ์ที่ติดมากับรถและพละกำลังของรถที่ได้ ซึ่งในราคาเดียวกันถ้าคุณไปซื้อแฝดพี่ Taycan คุณอาจจะได้แค่รถแบบพื้นฐานที่อุปกรณ์โล้นๆ ในขณะเดียวกันถ้าคุณเอาอาวดี้ คุณจะได้ของเล่นภายในรถเพียบเลย
  • ระบบความปลอดภัยเชิงปกป้อง (แอคทีฟ) ให้มาเยอะและดี สามารถใช้งานจริงในชีวิตประจำวันได้
  • การจัดออฟชั่นเรียกได้ว่าไม่ได้กั้กและจัดมาให้เกือบเต็มทั้งไฟหน้า เรดาร์ เครื่องเสียง เป็นต้น

Cons

  • สำหรับรุ่นเริ่มต้นจะได้บอร์ดสำหรับชาร์จรถแบบ 11kW ซึ่งใช้เวลาชาร์จนานกว่าแบบ 22 kW ถึง 2 เท่า ถึงแม้จะสั่งเป็นออฟชั่นติดตั้งเพิ่มได้ แต่ถ้าจะซื้อ e-Tron GT จริงๆข้ามไปเล่นรุ่น Performance เลยดูจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า
  • ที่นั่งด้านหลังอาจนั่ง 3 คนไม่ได้จริง เพราะช่องแอร์กลางด้านหลังยื่นเข้ามาค่อนข้างใกล้คนนั่งมาก ทั้งที่รถคันนี้ตั้งใจให้เป็นแบบ 4+1 ที่นั่ง
  • ภายในบริเวณคอนโซลเหมือนยกของรุ่นพี่มาใส่ดื้อๆเลย ไม่ได้ล้ำสมัยเหมือนที่ Taycan มาตรวัดดูแต่งต่างจากรุ่นปกติ น่าจะมีการดีไซน์ใหม่ให้สวยและล้ำกว่านี้
  • ถ้าซื้อสำหรับเดินทางไกลเกินไป รถไฟฟ้าสไตล์สปอร์ตจีทีอาจไม่เหมาะด้วยเรื่องข้อจำกัดด้านระยะทางวิ่งสูงสุด
  • ภาพรวม
  • ภาพภายนอก
  • การออกแบบภายใน
  • องค์ประกอบ
  • ระบบพลังงาน
  • ประสบการณ์การขับขี่
  • ความสะดวกสบายของการนั่งรถ
  • สรุป
  • ภาพรวม

    2020 Audi e-Tron GT รถ GT 4 ประตูสุดเท่ขวัญใจ Iron Man

    อาวดี้ตั้งใจที่จะเป็นหนึ่งในผู้ดำด้านรถไฟฟ้าโดยการเร่งผันตัวเองจากการเป็นผู้ผลิตเครื่องยนต์สันดาปเพียงอย่างเดียวมาเป็นผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าด้วยโดยเริ่มการตลาดรถไฟฟ้าด้วยชื่อ e-Tron ซึ่งครั้งแรกเปิดตัวในรูปแบบของ SUV ซึ่งก็ได้ความสนใจในระดับหนึ่งแต่ยังไม่ถึงกับเปรี้ยงปร้างมาก อาวดี้จึงเดินเกมต่อเนื่องอย่างไม่หยุดยั้งด้วยการส่งรถต้นแบบมาในสไตล์ 4 ประตูคูเป้โดยนำมาเปิดตัวในภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์อย่าง Avengers Endgame ในฐานะรถคู่ใจคันล่าสุดของโทนี่ สตาร์ก หรือไอร่อนแมนนั่นเอง ซึ่งด้วยภาพลักษณ์ที่เท่และดุดันเข้ากับตัวสตาร์ก ทำให้กระแสของทั้งหนังทั้งรถดังเปรี้ยงปร้างไปพร้อมกัน e-Tron GT เปิดตัวหลังจากนั้น 1 ปีโดยรูปลักษณ์แทบไม่ต่างจากตัวคอนเซปต์ในภาพยนตร์เลยทำให้ถูกใจแฟนๆที่ตั้งตารอคอยว่าคันจริงจะเป็นอย่างไร ซึ่ง e-Tron GT ใช้แพลตฟอร์มร่วมกันกับ Porsche Taycan จึงมั่นใจได้ถึงความมั่นใจในการขับขี่และอรรถรสที่จะได้จากรถคันนี้ ในรูปลักษณ์ที่เท่กันไปคนละสไตล์ สำหรับประเทศไทยได้มีการนำ RS e-Tron GT เข้ามาโชว์ตัวครั้งแรกในงานมอเตอร์โชว์ 2021 ซึ่งเป็นรุ่นพวงมาลัยขวาคันแรกของเอเชียด้วย ซึ่งสามารถเรียกคนเข้าบูทได้มากพอสมควรและเป็น 1 ในดาวเด่นประจำงาน

    ราคา Audi e-Tron GT

    Audi e-Tron GT Quattro ราคา 6,390,000 บาท
    Audi e-Tron GT Quattro Performance ราคา 6,790,000 บาท
    Audi RS e-Tron GT Quattro ราคา 9,390,000 บาท

  • ภาพภายนอก

    การออกแบบภายนอก Audi e-Tron GT

    e-Tron GT เป็นการนำแพลตฟอร์มของ Taycan ที่มีความล้ำอนาคตอยู่แล้วมาตีความใหม่ให้ดูบึกบึนในด้านหน้าและโค้งมนในด้านท้าย ด้านหน้ามาพร้อมไฟหน้าแบบ Matrix LED โดยมีไฟเดย์ไลท์ที่คล้ายๆลูกศรแต่เป็นแบบเส้นประดูล้ำอนาคต กระจังหน้าขนาดใหญ่แต่ตรงกลางเป็นแบบทึบเพราะไม่มีเครื่องยนต์และลดค่าสัปประสิทธ์แรงเสียดทางของรถยนต์ ตัดด้วยทริมสีดำเงารอบๆกระจังหน้ารับกับไฟหน้า มีช่องดักลมซ้ายขวาเพื่อรับลมไประบายความร้อนที่เบรก ด้านหน้าอาจดูไม่ล้ำเหมือน Taycan แต่ดุกว่าแน่นอน สำหรับด้านข้างนี่ค่อนข้างเหมือนกันตั้งแต่เสา A ยัน เสา D ของรถ จะต่างกันก็ตรงล้อที่เป็นของอาวดี้และในรุ่นเริ่มต้นให้ลายล้อแอโร่มาไม่น่าเกลียดเหมือนของ Taycan ยิ่งรุ่น RS จะเป็นลายดาวแบบทูโทนที่โคตรเท่ รุ่นล่างจะได้คาลิปเปอร์สีดำ รุ่น Performance ใช้คาลิปเปอร์สีส้มพร้อมดิสก์เบรกแบบเคลือบทังสเตนคาร์ไบด์ และรุ่นท้อป RS มากับคาลิปเปอร์สีแดงพร้อมเบรคเซรามิค สำหรับด้านท้ายให้ความเป็นอนาคตอย่างสุดล้ำด้วยชุดไฟท้ายแบบแถบยาวสุดความยาวรถซ้ายขวาโดยบริเวณด้านซ้ายและขวาจะเป็นไฟท้ายแบบก้อนที่ใหญ่โดยไฟเบรกแบบลูกศรเส้นประเชื่อมกันหมด ซึ่งต่างกับ Taycan ที่เป็นเส้นบางเรียบๆเส้นเดียว ดุกันไปคนละแบบ บริเวณชายล่างมาพร้อมดิฟฟิวเซอร์รมดำขนาดใหญ่พอประมาณเสริมลุคความดุดัน

    มิติตัวรถ Audi e-Tron GT

    มิติตัวรถ Audi e-Tron GT
    รุ่น e-Tron GT RS e-Tron GT
    ความยาว (มม.) 4989 4990
    ความกว้าง (มม.) 1964 1960
    ความสูง (มม.) 1413 1410
    ระยะฐานล้อ (มม.) 2898 2900
    น้ำหนัก (กก.) 2350 2420
  • การออกแบบภายใน

    การออกแบบภายใน Audi e-Tron GT

    หลายคนอาจจะคาดหวังว่าภายในมันน่าจะล้ำกว่าอาวดี้รุ่นอื่นๆ เหมือนที่มาตรวัดในรุ่น Taycan ที่ล้ำกว่าของรุ่นปกติ แต่ภายใน e-Tron GT ก็ไม่ได้ให้ความรู้สึกต่างไปจากพวกพี่ใหญ่อย่าง A6 หรือ Q8 แต่อย่างใด ไม่ใช่ว่าไม่สวยแต่อาจจะคาดหวังเยอะไปหน่อยเท่านั้นเองโดยในรุ่น e-Tron GT ธรรมดาวัสดุภายในจะหุ้มหนัง ส่วนรุ่น RS ตรงไหนที่หุ้มอาคันทาร่าได้ก็จะหุ้มมาให้เช่น พวงมาลัย แผงประตู เป็นต้น โดยมาตรวัดความเร็วเป็นจอ Audi Virtual Cockpit ที่คุ้นเคยขนาด 12.3 นิ้ว ซึ่งสามารถแสดงค่าได้หลากหลายนอกจากความเร็ว พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นแบบ 3 ก้านตัดขอบด้านล่างเหมือนกันทุกรุ่น ต่างกันที่วัสดุและสัญลักษณ์ RS สำหรับรุ่นท้อปสุด บริเวณคอนโซลกลางจะมีการเอียงเข้าหาคนขับเล็กน้อยเพื่อให้ใช้งานสะดวกขึ้นโดยมีจอกลางแบบทัชสกรีนขนาด 10.1 นิ้ว คอยสั่งการความบันเทิงและระบบต่างภายในรถ ถัดลงมาจะเป็นส่วนควบคุมระบบปรับอากาศอัตโนมัติที่เป็นปุ่มกดแบบจริงๆ ขอบคุณที่ไม่ล้ำจนไปใช้จอทัชสกรีนที่ใช้งานยากกว่าเหมือนหลายยี่ห้อ และมีช่องแอร์กลางอยู่ใต้ที่คุมแอร์อีกที ซึ่งตำแหน่งแอร์กลางอาจต่ำไปหน่อยถ้าเทียบกับรถทั่วไป บริเวณคอนโซลเกียร์เป็นที่อยู่ของปุ่มปรับโหมดการขับขี่ ปุ่มไฟฉุกเฉิน ปุ่มสตาร์ทรถ และเกียร์แบบก้อนเล็กแค่กระดิกนิ้วก็เปลี่ยนเกียร์ได้ มีที่วางแก้วน้ำให้ 2 ช่อง ถัดมาเป็นที่เท้าแขนที่สามารถเปิดกล่องเก็บของใส่ข้างใต้ได้ ที่นั่งด้านหลังเป็นลักษณะแบบ 2 + 1 ที่นั่ง เพราะช่องแอร์สำหรับเป่าผู้โดยสารตอนหลังค่อนข้างยื่นเข้ามาใกล้เบาะหน่อย ถ้าใครที่นั่งตรงกลางอาจจะลำบากหน่อย ซึ่งดูจากลักษณะที่นั่งเหมือนถูกออกแบบมาให้นั่ง 2 คนเป็นหลักมากกว่า บานกระจกหลังอาจจะดูแคบหน่อยเพราะหลังคาลาดลงเยอะ การเข้าโดยสารอาจต้องระวังศีรษะเล็กน้อย เบาะนั่งค่อนข้างตั้งชันแต่วัสดุที่ใช้เหมือนกันทั้งหน้าหลังซึ่งให้ความรู้สึกพรีเมี่ยมภายในห้องโดยสาร มีหลังคาแบบพาโนรามิคเปิดปิดได้คอยช่วยให้คนนั่งหลังไม่รู้สึกอึดอัดเกินไปจากแนวหลังคาลาดด้วย

    เทคโนโลยีและสิ่งอำนวยความสะดวก

    Audi e-Tron GT มาพร้อมเทคโนโลยีและสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายให้สมกับเป็นรถไฟฟ้าล้ำอนาคตโดยมาพร้อมกับไฟหน้าแบบ Matrix LED พร้อม Audi Laser Light เพื่อการส่องสว่างที่ชัดเจนและสามารถปรับรูปแบบไฟตามสภาวะของการจราจรได้ กระจกมองข้างและมองหลังแบบปรับลดแสงอัตโนมัติ ระบบปรับน้ำฝนแบบอัตโนมัติ ระบบเข้าออกรถแบบ Comfort Key ไม่ต้องหยิบกุญแจออกมาเพื่อปลดล็อคหรือล็อครถ ฝาท้ายแบบไฟฟ้าโดยไม่ต้องใช้มือ ภายในห้องโดยสารมาพร้อมเบาะหนังคู่หน้าปรับไฟฟ้าแบบอุ่นเบาะได้พร้อมระบบบันทึกตำแหน่ง พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นพร้อมระบบอุ่นพวงมาลัย ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ 3 โซน ระบบเครื่องเสียงจาก Bang & Olufsen พร้อมระบบเสียง 3 มิติ ระบบอินโฟเทนเมนท์รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto มีไฟสำหรับสร้างบรรยากาศในห้องโดยสารแบบปรับสีได้ มีช่อง USB ทั้งด้านหน้าและด้านหลังจุดละ 2 ช่อง สำหรับการขับขี่มีระบบเหยียบเบรคค้างไว้ให้อัตโนมัติ (Audi Brake Hold Assist) และเบรกมือไฟฟ้ามาให้

  • องค์ประกอบ

    ระบบความปลอดภัยเชิงปกป้อง (Passive safety)

    • ระบบเบรกป้องกันล้อล็อค (ABS)
    • ระบบกระจายแรงเบรก (EBD)
    • ระบบควบคุมการทรงตัว (ESC)
    • ถุงลมคู่หน้า / ด้านข้าง / ถุงลมป้องกันศีรษะกระแทก / หัวเข่า  

    ระบบความปลอดภัยเชิงป้องกัน (Active safety)

    • เซนเซอร์กะระยะช่วยจอดด้านหน้า ด้านหลัง ด้านข้าง
    • กล้องมองภาพรอบทิศทาง
    • ระบบเตือนมุมอับเมื่อเปลี่ยนช่องจราจร (Lane Change Assist)
    • ระบบแจ้งเตือนเมื่อรถออกนอกเลน (Lane Departure Warning)
    • ระบบแจ้งเตือนสภาพแวดล้อมด้านหน้ารถเมื่ออยู่ทางแยก (Front Cross Traffic Assist)
    • ระบบแจ้งเตือนสภาพแวดล้อมด้านข้างและด้านท้ายรถเมื่อเปิดประตูลงจากรถ (Exit Warning)
    • ระบบแจ้งเตือนสภาพแวดล้อมด้านท้ายเมื่อเข้าเกียร์ถอยหลัง (Rear Cross-Traffic Assist)
    • ระบบป้องกันก่อนเกิดอุบัติเหตุ (Audi Pre Sense)
  • ระบบพลังงาน

    ขุมพลังและสมรรถนะ

    สำหรับขุมพลังของ Audi e-Tron ทุกรุ่นย่อยจะผลิตกำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าแบบซิงโครนัสชนิดแม่เหล็กถาวรคู่ โดยแยกกันคนละตัวบริเวณล้อคู่หน้าและล้อคู่หลัง แต่จะให้กำลังไม่เท่ากันโดยสำหรับรุ่น e-Tron GT ทั้ง 2 รุ่นย่อยจะทำพละกำลังได้ 476 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 630 นิวตันเมตร ในโหมดธรรมดา และสามารถเรียกใช้โหมดบูสต์ที่จะให้แรงม้าเพิ่มขึ้นชั่วคราวโดยเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 530 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 640 นิวตันเมตร สำหรับรุ่นตัวแรง RS e-Tron GT ในโหมดธรรมดาจะให้แรงม้ามาที่ 598 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 830 นิวตันเมตร และเมื่อใช้โหมดบูสต์แรงม้าจะเพิ่มขึ้นเป็น 646 แรงม้า แรงบิดเท่าเดิม สำหรับสมรรถนะดูได้จากตารางดังต่อไปนี้

    สมรรถนะ Audi e-Tron GT
    รุ่น e-Tron GT Quattro RS e-Tron GT Quattro

    แรงม้า / แรงบิด (โหมดธรรมดา)

    476 แรงม้า / 630 นิวตันเมตร

    598 แรงม้า / 830 นิวตันเมตร
    แรงม้า / แรงบิด (โหมดบูสต์) 530 แรงม้า / 640 นิวตันเมตร 646 แรงม้า / 830 นิวตันเมตร
    อัตราเร่ง 0 - 100 (โหมดธรรมดา) 4.5 วินาที 3.6 วินาที
    อัตราเร่ง 0 - 100 (โหมดบูสต์) 4.1 วินาที 3.3 วินาที
    ความเร็วสูงสุด 245 กม./ชม. 250 กม./ชม.
    อัตราการใช้พลังงาน 19.9 กิโลวัตต์ชั่วโมง / 100 กม. 20.6 กิโลวัตต์ชั่วโมง / 100 กม.
    ระยะทางวิ่งสูงสุด 452 กิโลเมตร 433 กิโลเมตร

     

  • ประสบการณ์การขับขี่

    ประสบการณ์การขับขี่

    ถ้า Taycan คือการเปิดวาร์ปไปอวกาศ เจ้า e-Tron GT มันก็คือยานอวกาศดีๆอีกรุ่นนี่เองที่พร้อมจะพาเราวาร์ปเหมือนกัน แน่นอนว่าส่วนหนึ่งมันเป็นคาแร็คเตอร์ของรถไฟฟ้าที่ให้ความรู้สึกพุ่งทะยานไปข้างหน้าอย่างกับจะวาร์ปไปอีกกาแล็คซี่ แต่อีกส่วนหนึ่งก็มาจากพื้นฐานรถที่ดีที่ทำให้การขับ การเร่ง เป็นไปอย่างง่ายดาย โดยในช่วงจังหวะคิกดาวน์จะมีการสร้างเสียงจำลองเหมือนยานกำลังออกตัวข้ามมิติจริงๆ การเบรคก็ทำได้ดีโดยในรุ่น Performance และ RS ให้ความมั่นใจมาก การใช้งานทั่วไปไม่มีปัญหา เงียบ ช่วงล่างเฟิร์มดีแต่ไม่กระด้างมาก เรียกได้ว่าน่าประทับใจสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวันที่ต้องการสีสันบ้างเล็กน้อยเวลาเร่ง แต่ถ้าขับไปต่างจังหวัดแล้วเผลอเหยียบเพลินอย่าลืมหาสถานีชาร์จเผื่อไว้ด้วย ยังไงการขับรถไฟฟ้าล้วนคุณจะต้องวางแผนก่อนการเดินทางเพราะถ้าไม่มีที่ชาร์จคุณคงไปไหนไม่ได้ไกล แต่ขับกรุงเทพไปชลบุรีแบบเช้าเย็นกลับถ้าไม่เถลไถลมากกับไม่เหยียบเร็วมากรับรองรอด

  • ความสะดวกสบายของการนั่งรถ

    ความสะดวกสบายในการโดยสาร

    เบาะหน้าแบบสปอร์ตให้การนั่งที่รู้สึกเหมือนจมลงไปกับรถนิดๆ แต่นั่งได้กระชับและสบายดี ตำแหน่งการนั่งคือนั่งแบบรถสปอร์ตจริงๆ ตำแหน่งเท้าแขนและวัสดุที่เลือกใช้ถือว่านุ่มกำลังดีรับกับแขนดี ส่วนเบาะหลังนี่รู้สึกว่าชันกว่า Taycan นิดหน่อยนั่งแล้วหลังต้องตั้งตรงแต่ก็นั่งได้ไม่ลำบากอะไรมาก แต่ไม่แน่ใจว่าถ้าขับไกลมากจะยังสบายอยู่หรือไม่

  • สรุป

    Audi e-Tron GT คือ จะเรียกว่าเป็นรถคูเป้ 4 ประตูก็คงไม่ผิดนักด้วยรูปทรงที่แม้จะแชร์แพลตฟอร์มกับ Taycan แต่ดีไซน์ด้านหน้าด้านหลังเรียกได้ว่ามันคือรถคนละคนกันอย่างแน่นอน ดุกว่า บึกบึนกว่า ไฟท้ายใหญ่และดูล้ำ เรียกได้ว่าขับตามก็รู้ว่าคือเจ้า e-Tron GT เรื่องสมรรถนะไม่ต้องห่วง วาร์ปตามสไตล์รถไฟฟ้า ตำแหน่งการขับขี่ดี เบาะหลังเหมาะกับนั่ง 2 คน และตัวอย่าสูงมากจะนั่งสบาย เรื่องชาร์จถ้าไม่ได้สั่งรุ่นที่ออนบอร์ดชาร์จแบบ 22kW ซึ่งจะมีมาเป็นอุปกรณ์พื้นฐานในรุ่น Performance ขึ้นไปอาจจะทำให้เวลาชาร์จไฟนานกว่ารุ่นอื่น 2 เท่า สรุปคือรถคันโปรดขวัญใจไอร่อนแมนคันนี้มีให้ครบทั้งความแรง ความสวย ความล้ำสมัย และระบบอินโฟเทนเมนต์ภายในที่ดี ถ้าให้เลือกซื้อให้ยอมกัดฟันซื้อรุ่น Performance ขึ้นไปรับรองคุ้ม ราคานี้ได้ศักยภาพเท่า Taycan 4S ในราราที่ถูกกว่าและอุปกรณ์พื้นฐานเหนือกว่าเยอะ แล้วคุณจะไม่เสียใจ

ภายนอก

ภายใน

(adsbygoogle = window.adsbygoogle || []).push({});

5 อันดับรถแฮทช์แบ็ค

10 อันดับรถยนต์ที่ขายดีที่สุด

สูงกว่าราคาซื้อขายเฉลี่ยสูงสุด 20%

2021 Audi e-tron GT quattro

แลก

เพิ่มรถของคุณ

บริการตรวจสภาพรถและบริการค้าขายเฉพาะในบริเวณกรุงเทพฯเท่านั้น

รถยอดนิยม

VS