• เกรด Compact Executive
  • ตัวถัง SUV
  • รูปแบบเกียร์ AT
  • ปริมาตรกระบอกสูบ 1.5 - 2.0 L
  • กำลังสูงสุด 180 - 300 PS
  • จำนวนที่นั่ง 5
2021 - 2022 Land Rover Range Rover Evoque มีให้เลือกถึง 4 รุ่นย่อยพร้อมราคาเริ่มต้นอยู่ที่ THB 3,999,000 ถึง THB 5,400,000 รุ่นเริ่มต้นของ range-rover-evoque คือ 2020 Land Rover Range Rover Evoque 1.5L SE ที่ราคา THB 3,999,000 ส่วนรุ่นท็อปสุด Land Rover Range Rover Evoque มาพร้อมราคา THB 5,400,000.
window.googletag = window.googletag || {cmd: []}; googletag.cmd.push(function() { googletag.defineSlot('/22557728108/Model_Middle_leaderboard', [ 728, 90 ], 'div-gpt-ad-1635400996772-0').addService(googletag.pubads()); googletag.pubads().enableSingleRequest(); googletag.pubads().collapseEmptyDivs(); googletag.enableServices(); });
googletag.cmd.push(function() { googletag.display('div-gpt-ad-1635400996772-0'); });
  • ภาพรวม
  • ภาพภายนอก
  • การออกแบบภายใน
  • องค์ประกอบ
  • ระบบพลังงาน
  • ประสบการณ์การขับขี่
  • ความสะดวกสบายของการนั่งรถ
  • สรุป
  • ภาพรวม

    Range Rover Evoque รถ Urban SUV หรูสำหรับวิถีชีวิตคนเมือง

    Land Rover (แลนด์โรเวอร์) เปิดตัว Range Rover Evoque ครั้งแรกเมื่อปี 2011 โดยตั้งใจจะทำรถครอสโอเวอร์สำหรับคนเมืองที่มีดีไซน์ที่โดดเด่นโดยได้รับความร่วมมือจาก Victoria Beckham ในการช่วยดีไซน์ ซึ่งการใช้หลังคาและเสา D สีดำที่ทำให้หลังคารู้สึกโปร่งมากขึ้น (Floating Roof) ที่นิยมใช้กันมากขึ้นในรถหลายยี่ห้อในปัจจุบันก็มีที่มาจากรถรุ่นนี้เช่นกัน หลังจากที่เปิดตัวแล้วประสบความสำเร็จอย่างสวยงาม แลนด์โรเวอร์ก็ได้เปิดตัวรถรุ่นนี้ในอีกหลายตัวถัง โดยมีตัวเปิดประทุนเพิ่มเข้ามา หลังจากที่เกาะความสำเร็จของรุ่นแรกมายาวนานถึง 8 ปี ในที่สุดแลนด์โรเวอร์ก็ได้เปิดตัว Range Rover Evoque เจนที่ 2 ในปี 2019 ซึ่งโดยภาพรวมมิติตัวรถแทบไม่ต่างจากรุ่นแรกมากนัก สำหรับประเทศไทยได้มีการเปิดตัวในช่วงปลายปี 2019 โดยทำตลาดด้วยเครื่องยนต์เบนซินไฮบริดเริ่มต้นที่ราคา 3.99 ล้านบาท และมีรุ่นตกแต่งพิเศษเปิดตัวในปี 2021 ในรุ่น Lafayette Edition

    ตารางราคาและผ่อนดาวน์ Range Rover Evoque

    ตารางราคาและผ่อนดาวน์ Range Rover Evoque
    รุ่นย่อย ราคา (บาท) เงินดาวน์ (20%) ค่างวด (72 เดือน)
    1.5 Litre Plug-In Hybrid Petrol SE Plus 3,999,000 799,800 52,431
    1.5 Litre Plug-In Hybrid Petrol R-Dynamic 4,499,000 899,800 58,987
    2.0 Litre Ingenium Diesel SE 4,900,000 980,000 64,244
    2.0 Litre Ingenium Diesel R-Dynamic SE 5,400,000 1,080,000 70,800
  • ภาพภายนอก

    การออกแบบภายนอก Range Rover Evoque

    Range Rover Evoque เป็นรถที่ได้รับการออกแบบโดยเน้นให้มีความทันสมัย ลงตัว และคล่องแคล่วสำหรับการใช้งานในเมืองมาตั้งแต่แรก ในเจนที่ 2 ยังคงคอนเซปต์เดิมเพราะดีไซน์ภายนอกแทบไม่เปลี่ยนจากเจนที่แล้วเลย โดยที่ด้านหน้าจะมาพร้อมกระจังหน้าลายใหม่ลักษณะคล้ายรังผึ้งแต่ทรงกระจังยังเป็นแบบสี่เหลี่ยมคางหมูเหมือนเดิม ไฟหน้าเป็นแบบ LED พร้อมเดย์ไลท์แบบเส้นที่ดูทันสมัยขึ้น มีช่องดักลมซ้ายขวาที่ใช้ได้จริงเพื่อประโยชน์ทางหลักอากาศพลศาสตร์และช่วยระบายความร้อนออกจากเบรกคู่หน้า มีไฟตัดหมอกที่ลักษณะเป็นเส้นแนวนอนบริเวณใต้ช่องดักลมดูกลมกลืนไปกับรถ แผงกันกระแทกสีเงินบริเวณชายล่างรถด้านหน้าแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการพร้อมลุยซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของค่ายนี้อยู่แล้ว ตักอักษร Range Rover แปะอยู่บนฝากระโปรงหน้าก็เป็นอีกจุดที่สังเกตง่าย บริเวณด้านข้างทรงแนวหลังคาจะยกสูงที่สุดที่เสา A ก่อนค่อยๆลาดลงไปจนถึงด้านท้ายรถที่เสา D ดูสวยงาม รถจะมีลักษณะยกสูงมาจากโรงงานแล้วอย่างสังเกตได้ชัด มีครีบสีเงินบริเวณเหนือซุ้มล้อพาดถึงประตูหน้าที่เป็นแค่ดีไซน์เฉยๆ ไม่ได้ระบายเอาลมร้อนออกมาแต่อย่างใด มือจับประตูซ่อนอยู่ในตัวรถและจะไม่ยืดออกมาจนกว่าคุณจะเอามือเข้าไปใกล้โดยที่พกกุญแจติดตัวไปด้วย ล้อที่ให้มาเป็นมาตรฐานสำหรับตัวเริ่มต้นในประเทศไทยเป็นล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว ซึ่งถือว่าให้มาไซส์ใหญ่เลย และลายลักษณะคล้ายดอกไม้สีทูโทนปัดเงาก็นับว่าสวยลงตัวอยู่ ฝาถังน้ำมันและฝาสำหรับชาร์จไฟจะอยู่ตำแหน่งเดียวกันบริเวณใต้เสา D ของแต่ละด้านของรถ ด้านท้ายมีการตกแต่งทริมสีดำเงาพาดจากไฟท้ายด้านซ้ายไปถึงด้านขวาพร้อมตัวอักษร Range Rover ที่ทำให้ท้ายรถดูดุและสวยกว่ารุ่นที่แล้ว ไฟท้ายรมดำไฟเป็นทรงตัว U 2 ก้อนติดกัน สเกิร์ตล่างเป็นแผ่นกันกระแทกสีเงินเช่นเดียวกับด้านหน้า

    มิติตัวรถ Range Rover Evoque

    มิติตัวรถ Range Rover Evoque
    ความยาว (มม.)2681
    ความกว้าง (มม.)4371
    ความสูง (มม.)1904
    ระยะฐานล้อ (มม.)1649
    ความสูงใต้ท้องรถ (มม.)212
  • การออกแบบภายใน

    การออกแบบภายใน Range Rover Evoque

    การออกแบบภายใน Range Rover Evoque แตกต่างจากเจนแรกค่อนข้างมากเพราะใช้ดีไซน์สำหรับแลนด์โรเวอร์ยุคใหม่แล้ว โดยเหมือนเป็นการแชร์ดีไซน์จากรุ่นพี่อย่าง Velar มาใช้โดยมาพร้อมหน้าจอดิจิตอลขนาดใหญ่ 3 ตำแหน่งทั้งบริเวณมาตรแสดงความเร็ว จอกลางแสดงระบบความบันเทิงของรถ (Pivi Pro) และจอบริเวณเหนือคอนโซลเกียร์ที่เป็นที่ทำงานของระบบปรับอากาศอัตโนมัติและโหมดการขับขี่ของตัวรถ มีการใช้วัสดุบุนุ่มทั่วทั้งคอนโซลและแผงประตูของรถทำให้บรรยากาศภายในดูพรีเมี่ยม โดยช่องแอร์กลางและไฟฉุกเฉินอยู่เหนือจอ Pivi Pro โดยตัวจอเองสามารถปรับระดับการเงยหน้าจอให้เข้ากับคนขับได้ พวงมาลัยเป็นแบบมัลติฟังก์ชั่นแบบ 4 ก้านหุ้มหนัง หัวเกียร์ไม่ได้เป็นแบบหมุนเหมือนรุ่นพี่แต่อย่างใดแต่เป็นคันเกียร์แบบดั้งเดิมที่ใช้งานง่าย ที่นั่งมีไซส์ที่ไม่เล็กไม่ใหญ่และใช้วัสดุเดียวกับหนังที่หุ้มคอนโซล ซึ่งถ้าเราสั่งภายในแบบทูโทนเบาะก็จะเป็นสีหลักสีเดียวตัดกับภายในทูโทนซึ่งจะทำให้ภายในสวยขึ้น เบาะหลังเป็นแบบ 3 ที่นั่งโดยตรงกลางสามารถดึงเบาะมาเป็นที่พักแขนได้ และเบาะหลังสามารถพับได้แต่พับไม่ได้แบนราบไปกับพื้นซะทีเดียว หลังคาเป็นแบบพาโนรามิคซันรูฟยาวไปถึงเบาะหลัง

  • องค์ประกอบ

    เทคโนโลยีและสิ่งอำนวยความสะดวก

    สำหรับเจ้า Range Rover Evoque มาพร้อมเทคโนโลยีมากมายได้แก่ ไฟหน้าปรับระดับสูงต่ำอัตโนมัติพร้อมระบบเปิดปิดไฟหน้าอัตโนมัติ ฝาท้ายเปิดปิดด้วยไฟฟ้า กระจกมองข้างปรับและพับด้วยไฟฟ้าพร้อมระบบจดจำตำแหน่งและปรับมุมองศาขณะถอยหลังตามที่ได้บันทึกไว้ ระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ มือจับประตูแบบซ่อนไว้ในตัวถังรถ สำหรับภายในห้องโดยสารมาพร้อมเบาะนั่งคู่หน้าแบบปรับไฟฟ้า 14 ทิศทาง กระจกมองหลังแบบปรับแสงอัตโนมัติพร้อมสามารถสวิทช์โหมดไปแสดงภาพจากกล้องมองหลังแทนได้ ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ 2 โซน ไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสาร หน้าจอกลาง Pivi Pro แบบทัชสกรีนรองรับ Apple CarPlay และ Android Auto มีระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Cruise Control)

    ระบบความปลอดภัย

    ระบบความปลอดภัยเชิงปกป้อง (Passive safety)

    • ระบบเบรกป้องกันล้อล็อค (ABS)
    • ระบบควบคุมการทรงตัว (DSC)
    • ระบบกระจายแรงเบรก (EBD)
    • ถุงลมคู่หน้า / ด้านข้าง / ถุงลมป้องกันศีรษะกระแทก / หัวเข่า

    ระบบความปลอดภัยเชิงป้องกัน (Active safety)

    • ระบบป้องกันการลื่นไถล (ETC)
    • ระบบช่วยออกตัวบนพื้นลื่น (Low Traction Launch)
    • ระบบป้องกันการพลิกคว่ำ (Roll Stability Control)
    • ระบบควบคุมแรงบิดขณะเข้าโค้ง (Torque Vectoring)
    • ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (Hill Launch Assist)
    • ระบบช่วยลงทางลาดชัน (Hill Descent Control)
    • เซนเซอร์กะระยะช่วยจอดรอบคัน ครึ่งคันหน้า ครึ่งคันหลัง
    • กล้องมองภาพรอบคัน
    • ระบบช่วยรักษารถให้อยู่ในช่องจราจร (Lane Keep Assist)
    • ระบบเตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตา (Blind Spot Monitoring)
    • ระบบเตือนมุมอับสายตาตอนเปิดประตูรถ
    • ระบบเตือนเมื่อคนขับมีอาการเหนื่อยล้า (Driver Condition Monitor)
    • ระบบเตือนป้ายจราจร (Traffic Sign Recognition) พร้อมระบบจำกัดความเร็ว
  • ระบบพลังงาน

    ขุมพลังและสมรรถนะ

    ขุมพลังสำหรับ Range Rover Evoque ในไทยเป็นขุมพลังแบบปลั้กอินไฮบริดเพียงแบบเดียวโดยมาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบ ความจุ 1.5 ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังสูงสุด 304 แรงม้า ที่ 5500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 504 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ ขับเคลื่อน 4 ล้อ และมีระบบเสียบปลั๊กชาร์จไฟเพื่อเติมพลังงานไว้ในแบตให้กับมอเตอร์ไฟฟ้า สมรรถนะสำหรับลูกครึ่งคันนี้สามารถทำอัตราเร่งจาก 0 - 100 กม./ชม. ได้ภายใน 6.4 วินาที และสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ที่ 212 กม./ชม. อัตราการบริโภคเชื้อเพลิงเฉลี่ยอยู่ที่ 17.2 กม./ลิตร มีค่าการปล่อยไอเสียเฉลี่ยอยู่ที่ 151 กรัม/กม. สำหรับการบังคับให้ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนอย่างเดียวสามารถทำได้ที่ความเร็วสูงสุดถึง 135 กม./ชม.

  • ประสบการณ์การขับขี่

    เมื่อคุณสตาร์ทรถ Range Rover Evoque จะไม่ได้ยินเสียงเครื่องยนต์เลยเพราะโหมดเริ่มต้นของรถคันนี้คือไฮบริดและเมื่อรถยังไม่ได้ทำความเร็วและแบตเตอร์รี่มีไฟเหลือ มอเตอร์ไฟฟ้าจะเป็นตัวทำงานซึ่งจะทำให้คุณสามารถขับรถออกจากบ้านได้อย่างเงียบเชียบ สำหรับการใช้งานทั่วไปเป็นรถที่ขับง่ายและนุ่มสบาย โดยถ้าเทียบกับเจนก่อนถือว่าขับง่ายและนุ่มกว่ากันเยอะลดความสปอร์ตและความกระด้างลงไป การขับออกต่างจังหวัดทำได้ง่ายและสบายกว่า เครื่องถ้าคุณขับไม่เร็วมากขับไปเรื่อยๆ มอเตอร์ไฟฟ้าจะทำงานเป็นหลักเช่นถ้าคุณขับแช่ที่ 90 กม./ชม. มอเตอร์ก็ยังทำงานอย่างเดียวโดยไม่มีเครื่องยนต์ช่วย อาจจะเพราะแบตเตอร์รี่ไซส์ใหญ่ด้วย แต่เมื่อไหร่ที่คิกดาวน์เพื่อเรียกพลังเครื่องยนต์ก็พร้อมที่จะช่วยมอเตอร์ไฟฟ้าทันที สามารถเร่งแซงได้อย่างมั่นใจ โดยรวมคือรถคันนี้ขับง่ายขึ้น กระด้างน้อยลง แรงขึ้นและการทำงานในโหมดไฮบริดทำได้สมูท เหมาะสำหรับการใช้ในเมืองมากขึ้นหรือเดินทางไกลก็ให้ความสบายได้ดี

  • ความสะดวกสบายของการนั่งรถ

    เบาะไซส์ Range Rover Evoque ไม่เล็กไม่ใหญ่แต่นั่งได้ค่อนข้างสบายที่เท้าแขนมีการบุนุ่ม การเก็บเสียงภายในห้องโดยสารทำได้ดีกว่ารุ่นที่แล้วจะด้วยเพราะเป็นไฮบริดด้วยก็อาจจะมีส่วน ช่วงล่างนุ่มสบาย ด้านหลังเฮดรูมเหลือๆแต่ถ้านั่ง 3 คนอาจจะเบียดๆกันนิดหน่อยด้วยความเป็นรถไซส์คอมแพ็กไม่ได้ใหญ่โตอะไรมาก การตกแต่งภายในน่าประทับใจ มีหลังคาแบบพาโนรามิคทำให้เวลาขับตอนกลางคืนเปิดดูวิวแล้วปลอดโปร่งแต่ถ้าใช้ตอนกลางวันจะร้อนไปหน่อยเพราะแดดเมืองไทยมันแรง

  • สรุป

    Range Rover Evoque เปิดตัวเจนเนอเรชั่นใหม่หลังจากหายไปนานเพื่อทวงตำแหน่งรถครอสโอเวอร์พรีเมี่ยมสำหรับคนเมืองคืนมา โดยการกลับมาครั้งนี้แม้สัดส่วนบอดี้จะไม่ได้แตกต่างจากเจนแรกอย่างมีนัยสำคัญแต่การเซ็ตอัพรถกลับเน้นความนุ่มนวลมากขึ้น ทำให้การใช้งานทั้งในเมืองและการเดินทางไกลมีความสบายมากขึ้น มีการทำตลาดด้วยเครื่องยนต์ปลั้กอินไฮบริดที่มอเตอร์ไฟฟ้าทำงานที่ความเร็วใช้งานได้ดีช่วยในเรื่องประหยัดน้ำมันและลดการปล่อยมลพิษ ออฟชั่นความปลอดภัยที่ให้มาเรียกว่าค่อนข้างจัดเต็มแม้แต่รุ่นเริ่มต้นก็ได้มาเยอะมาก ใช้งานจริงช่วยเรื่องความปลอดภัยได้เป็นอย่างดี

window.googletag = window.googletag || {cmd: []}; googletag.cmd.push(function() { googletag.defineSlot('/22557728108/Model_Bottom_leaderboard', [ 728, 90 ], 'div-gpt-ad-1635401036823-0').addService(googletag.pubads()); googletag.pubads().enableSingleRequest(); googletag.pubads().collapseEmptyDivs(); googletag.enableServices(); });
googletag.cmd.push(function() { googletag.display('div-gpt-ad-1635401036823-0'); });
  • กระจกมองหลังแบบตัดแสงของLand Rover Range Rover Evoqueมีอะไรบ้าง

    มีกระจกมองหลังแบบตัดแสงและรุ่นย่อยของLand Rover Range Rover Evoque ได้แก่

    รุ่นย่อย2020 Land Rover Range Rover Evoque 2.0L SE2020 Land Rover Range Rover Evoque 2.0L SE R-Dynamic2020 Land Rover Range Rover Evoque 1.5L SE2020 Land Rover Range Rover Evoque 1.5L SE R-Dynamic
    กระจกมองหลังแบบตัดแสงใช่ใช่ใช่ใช่
  • ที่พักแขนคอนโซลกลางของLand Rover Range Rover Evoqueมีอะไรบ้าง

    มีที่พักแขนคอนโซลกลางและรุ่นย่อยของLand Rover Range Rover Evoque ได้แก่

    รุ่นย่อย2020 Land Rover Range Rover Evoque 2.0L SE2020 Land Rover Range Rover Evoque 2.0L SE R-Dynamic2020 Land Rover Range Rover Evoque 1.5L SE2020 Land Rover Range Rover Evoque 1.5L SE R-Dynamic
    ที่พักแขนคอนโซลกลางใช่ใช่ใช่ใช่
  • ถุงลมด้านข้างคู่หน้าของLand Rover Range Rover Evoqueมีอะไรบ้าง

    มีถุงลมด้านข้างคู่หน้าและรุ่นย่อยของLand Rover Range Rover Evoque ได้แก่

    รุ่นย่อย2020 Land Rover Range Rover Evoque 2.0L SE2020 Land Rover Range Rover Evoque 2.0L SE R-Dynamic2020 Land Rover Range Rover Evoque 1.5L SE2020 Land Rover Range Rover Evoque 1.5L SE R-Dynamic
    ถุงลมด้านข้างคู่หน้าใช่ใช่ใช่ใช่
window.googletag = window.googletag || {cmd: []}; googletag.cmd.push(function() { googletag.defineSlot('/22557728108/Model_Mrec1', [ 300, 250 ], 'div-gpt-ad-1634700362013-0').addService(googletag.pubads()); googletag.pubads().enableSingleRequest(); googletag.pubads().collapseEmptyDivs(); googletag.enableServices(); });
googletag.cmd.push(function() { googletag.display('div-gpt-ad-1634700362013-0'); });

ราคากลางสำหรับการแลกเปลี่ยน

2020 Land Rover Range Rover Evoque 1.5L SE

แลก

เพิ่มรถของคุณ

บริการตรวจสภาพรถและบริการค้าขายเฉพาะในบริเวณกรุงเทพฯเท่านั้น

Lexus NX
THB 3,240,000 - 4,320,000
Mercedes-Benz GLE-Class
THB 4,699,000 - 5,990,000
Mercedes-Benz GLC-Class Coupe
THB 4,040,000 - 7,290,000
Mercedes-Benz GLC-Class
THB 3,239,000 - 3,699,000
Land Rover Range Rover Sport
THB 5,699,000 - 14,000,000
VS