THB 3,239,000 - 3,699,000ยังไม่คอนเฟิร์ม

ราคา Mercedes-Benz GLC-Class 2021 ที่ไทย

รายละเอียด Mercedes-Benz GLC-Class
เกรดCompact Executive
ตัวถังSUV
รูปแบบเกียร์-
ปริมาตรกระบอกสูบ2.0L
กำลังสูงสุด194PS
จำนวนที่นั่ง5
เช็คสเปค GLC-Class

รุ่นย่อยและราคา Mercedes-Benz GLC-Class

(adsbygoogle = window.adsbygoogle || []).push({});

Pros&Cons Mercedes-Benz GLC-Class

Pros

  • Mercedes-Benz GLC-Class มีเครื่องยนต์ให้เลือกหลากหลาย ทั้งแบบเครื่องยนต์ดีเซลที่ให้กำลังสูงสุด 194 แรงม้า และเครื่องยนต์เบนซินที่ให้กำลัง 211 แรงม้า อีกทั้ง Mercedes-Benz GLC-Class ก็ยังมีให้เลือกทั้งแบบ Coupé หรือ SUV และยังมีให้เลือกทั้งแบบที่ใช้เครื่องยนต์ และระบบไฮบริดด้วย เรียกได้ว่า Mercedes-Benz GLC-Class เป็นอีกรุ่นที่สามารถเลือกสรรได้ตามใจ
  • การออกแบบภายนอกของ Mercedes-Benz GLC-Class มีดีไซน์รถเรียบหรู เส้นสายโฉบเฉี่ยว ตัวถังทันสมัย มีความเป็นเอกลักษณ์สไตล์ Mercedes-Benz ไม่ว่าจะเป็น Coupé หรือ SUV ก็สามารถดึงดูดทุกสายตา
  • ห้องโดยสารภายในของ Mercedes-Benz GLC-Class ใชัวัสดุคุณภาพสูง ออกแบบกว้างขวางนั่งสบาย เบาะนั่งหุ้มหนังทรงสปอร์ต ด้านบนคอนโซลหน้า และด้านบนของแผงประตูก็หุ้มด้วยหนัง แดชบอร์ดและคอนโซลกลางที่มีขอบลายเส้นที่ดูไหลลื่น ทำให้ภายในรถดูหรูหรามากยิ่งขี้น
  • ทัศนวิสัยการขับขี่ของ Mercedes-Benz GLC-Class ถือว่าทำได้ดี การออกแบบภายนอกมีจุดบอกน้อยมาก นอกจากนี้ Mercedes-Benz GLC-Class ยังมาพร้อมกล้องแสดงภาพขณะถอยจอด ทำให้มั่นใจในการขับขี่มากขึ้น
  • นอกจากระบบความปลอดภัยมาตรฐานที่มีมาให้แล้ว Mercedes-Benz GLC-Class ก็ให้เทคโนโลยีช่วยขับขี่มาครบครัน ไม่ว่าจะเป็นระบบช่วยรักษาระยะห่างจากหน้ารถ ระบบช่วยเตือนขณะเปลี่ยนเลน ระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้าขณะขับขี่ เซ็นเซอร์พร้อมระบบช่วยนำรถเข้าจอดอัตโนมัติ เป็นต้น
  • ช่วงล่างของ Mercedes-Benz GLC-Class ค่อนข้างนุ่มนวล ระบบกันสะเทือนทำงานได้ดี ทำให้ขับสบาย ไม่ว่าจะเป็นการขับในเมือง ถนนขรุขระก็แทบจะไม่รู้สึกถึงการสั่นสะเทือน การขับด้วยความเร็วปกติค่อนข้างนุ่มนวล ทำให้ Mercedes-Benz GLC-Class สามารถขับออกต่างจังหวัดได้สบาย

Cons

  • เมื่อเทียบกับรถในกลุ่มเดียวกันแล้ว ราคาเร่ิมต้นของ Mercedes-Benz GLC-Class ค่อนข้างสูง โดยราคาเริ่มต้นที่สามล้านกว่า และหากต้องการความเป็น AMG ราคาก็จะพุ่งสูงไปถึง 4 ล้านเลยทีเดียว
  • การใช้งานระบบการสั่งงานภายในของ Mercedes-Benz GLC-Class ยุ่งยาก แม้จะเป็นรถบบ MBUX ที่ทันสมัย มีฟังก์ชั่นมากมาย แต่ก็ต้องใช้เวลาในการเรียนรู้ค่อนข้างนาน อีกทั้งการใช้ Touchpad บางครั้งอาจไม่สะดวกเท่ากับระบบสัมผัสหน้าจอ
  • อะไหล่ของ Mercedes-Benz GLC-Class ราคาค่อนข้างสูง ในรุ่นที่เป็นไฮบริด หากแบตเสื่อมต้องเปลี่ยนทั้งหมด ซึ่งราคาแบตเตอรี่แพงพอสมควร และหากต้องมีการซ่อมแซมเปลี่ยนอะไหล่ วัสดุอะไหล่ของ Mercedes-Benz GLC-Class นอกจากจะแพงแล้ว อาจต้องรอนานกว่าปกติ
  • แม้ Mercedes-Benz GLC-Class จะมีช่องเสียบ USB แบบ Reversible Type C มาให้ 2 ช่อง แต่ก็รองรับสมาร์ทโฟนรุ่นราคาแพงที่ใช้ได้เท่านั้น ซึ่งในต่างประเทศอย่างยุโรปอาจชาร์จแบตด้วย USB type C แต่สำหรับไทยยังมีปะปนกันไป ซึ่งอาจทำให้ยุ่งยากในการใช้งาน
  • ภาพรวม
  • ภาพภายนอก
  • การออกแบบภายใน
  • องค์ประกอบ
  • ระบบพลังงาน
  • ประสบการณ์การขับขี่
  • อัตราความประหยัดน้ำมัน
  • สรุป
  • ภาพรวม

    Mercedes-Benz GLC-Class รถอเนกประสงค์พรีเมียม สปอร์ต โฉบเฉี่ยว 

    Mercedes-Benz ค่ายรถหรูจากยุโรป ที่คราวนี้ส่ง Mercedes-Benz GLC-Class รถอเนกประสงค์หรูที่มาพร้อมดีไซน์โฉบเฉี่ยวได้อย่างลงตัว โดยมีให้เลือกทั้งแบบ Coupé และ SUV ในคูเป้นั้น มี 2 รุ่นย่อยให้เลือก ได้แก่ Mercedes-Benz GLC 220 d 4MATIC Coupé AMG Dynamic กับ Mercedes-Benz GLC 300 e 4MATIC Coupé AMG Dynamic ทั้งสองรุ่นราคา 4.04 ล้านบาท ขณะที่แบบ SUV มีให้เลือก 3 รุ่นย่อย ได้แก่ Mercedes-Benz GLC 220 d ราคา 3.349 ล้านบาท Mercedes-Benz GLC 220 d AMG Dynamic และ Mercedes-Benz GLC 300 e 4MATIC AMG Dynamic ซึ่งมีราคา 3.699 ล้านบาทเท่ากัน
    Mercedes-Benz GLC-Class รถอเนกประสงค์หรูที่ผสานความสปอร์ตและโฉบเฉี่ยวเข้าด้วยกัน โดยได้เปิดตัวรุ่นล่าสุดเมื่อปี 2020 ซึ่งตัวถังมี 2 รูปแบบให้เลือก ได้แก่ GLC รุ่นปกติที่มีตัวถังท้ายตัดสไตล์ SUV และ GLC Coupé รถเอสยูวีทรงท้ายลาดสไตล์รถสปอร์ต พร้อมตัวเลือกเครื่องยนต์ ที่มีทั้งเครื่องยนต์ดีเซล ที่ให้กำลังสูงสุด 194 แรงม้า และเบนซินที่มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังรวมสูงสุด 320 แรงม้า ทั้งยังมีสิ่งอำนวยความสะดวก ตัวช่วยขับขี่ และระบบความปลอดภัยที่จัดเต็ม ที่ทำให้มั่นใจในทุกการเดินทาง

    ตารางผ่อนดาวน์ Mercedes-Benz GLC-Class

    ตารางผ่อนดาวน์ Mercedes-Benz GLC-Class
    รุ่นย่อย ราคา (บาท) เงินดาวน์ (20%) ค่างวด (72 เดือน)
    Mercedes-Benz GLC 220 d 3,349,000 669,800 43,910
    Mercedes-Benz GLC 220 d AMG Dynamic 3,699,000 739,800 48,498
    Mercedes-Benz GLC 300 e 4MATIC AMG Dynamic 3,699,000 739,800 48,498
    Mercedes-Benz GLC 220 d 4MATIC Coupé AMG Dynamic 4,040,000 808,000 52,969
    Mercedes-Benz GLC 300 e 4MATIC Coupé AMG Dynamic 4,040,000 808,000 52,969
  • ภาพภายนอก

    มิติตัวถัง 

    มิติตัวรถ Mercedes-Benz GLC-Class
    รุ่นย่อย Coupé SUV
    ความยาว(มม.) 1,890 1,890
    ความกว้าง(มม.) 4,731 4,655
    ความสูง(มม.) 1,602 1,644
    ระยะฐานล้อ(มม.) 2,873 2,873
    ความกว้างฐานล้อหน้า (มม.) 1,621 1,621
    ความกว้างฐานล้อหลัง (มม.) 1,617 1,617

    ภายนอกโฉบเฉี่ยว โดดเด่นทุกการเดินทาง

    การออกแบบภายนอกของ Mercedes-Benz GLC-Class ในรุ่น Coupé มาในดีไซน์คูเป้ที่ท้ายลาดเอียงสไตล์สปอร์ต ขณะที่รุ่นปกติเป็นเอสยูวีตัวถังท้ายตัด ในรุ่น 220 d เป็นกระจังหน้าสีเงินโครเมียม พร้อมสัญลักษณ์ Benz ส่วนรุ่นอื่นที่ห้อยท้าย AMG ตกแต่งแบบ AMG กันชนหน้าหลัง เสริมความโดดเด่นด้วยกระจังหน้าแบบ diamond radiotor grille สีเงิน พร้อมตราสัญลักษณ์ง Benz โคมไฟหน้าเป็นแบบ LED สามารถปรับไฟสูงได้อัตโนมัติ พร้อมไฟส่องสว่างกลางวันแบบ LED daytime running lights กระจกมองข้างสามารถปรับระดับและพับไฟฟ้าได้ กระจกส่องหลังสามารถปรับลดแสงสะท้อนได้อัตโนมัติ ประตูท้ายเปิดปิดอัตโนมัติ พร้อมระบบ Hand-free ด้านล่างเป็นล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ต AMG ขนาด 19 นิ้ว
    ใน Mercedes-Benz GLC-Class รุ่นไฮบริดเพิ่มระบบปรับโคมไฟหน้าขณะเลี้ยวโค้ง ระบบไฟสูงแบบ Ultra range Highbeam ระยะส่องสว่าง 650 เมตรที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยขณะขับขี่ ส่วนด้านล่างเป็นล้ออัลลอย AMG ขนาด 20 นิ้วนอกจากนี้ยังมีหลังคาซันรูฟที่สามารถเลื่อนเปิดปิดได้ด้วยระบบไฟฟ้าในรุ่นเครื่องยนต์ไฮบริด และ 200 d AMG Dynamic ที่ทำให้ตัวรถดูหรูหรามากยิ่งขี้น

  • การออกแบบภายใน

    ภายในหรู สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน 

    ห้องโดยสารภายในของ Mercedes-Benz GLC-Class ออกไปในโทนสีดำ เบาะนั่งหุ้มหนังแบบ ARTICO เบาะนั่งคู่หน้าสามารถปรับระดับด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมปุ่มบันทึกท่านั่งขับขี่ได้ถึง 3 โปรแกรม พวงมาลัยเป็นมัลติฟังก์ชั่นหุ้มหนัง การปรับระดับพวงมาลัยทำด้วยระบบไฟฟ้า หน้าจอเรือนไมล์เป็นแบบ All-Digital Instrument Display ขนาด 12.3 นิ้ว ที่แสดงข้อมูลมาตรวัดความเร็วและวัดรอบเครื่องยนต์ได้อย่างชัดเจน เบาะผู้โดยสารด้านหลังของ Mercedes-Benz GLC-Class สามารถปรับองศาได้ อีกทั้งยังสามารถพับเก็บแบบ 1/3 และ 2/3 เพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระ
    ด้านความบันเทิงภายใน Mercedes-Benz GLC-Class มาพร้อมระบบ MBUX ที่สามารถสัมผัสได้ หรือจะใช้ TouchPad ในการควบคุมก็ไม่มีปัญหา ระบบปรับอากาศเป็นแบบแยกอิสระ 2 โซนซ้ายขวา ภายในยังเพิ่มความหรูหราด้วยไฟ Ambient Light ที่สามารถปรับแต่งได้ถึง 64 เฉดสี นอกจากนี้ยังมีระบบเชื่อมต่อ Smart Phone ที่รองรับทั้ง Apple CarPlay และ Andriod Auto และสามารถเชื่อมต่อ Bluetooth ได้ อีกทั้งยังมีแผนที่นำทางพร้อมระบบรายงานสภาพจราจรที่ทำให้การขับขี่ทุกเส้นทางราบรื่น

  • องค์ประกอบ

    ระบบความปลอดภัย

    • ถุงลมนิรภัยสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้า
    • ม่านถุงลมนิรภัย
    • ระบบการแจ้งเตือนการคาดเข็มขัด
    • ระบบควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ (ESP)
    • ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (ABS)
    • ระบบเบรก Adaptive Brake พร้อมฟังก์ชั่น Hold และ Hill Start Assist
    • ระบบช่วยเบรกแอคทีฟ
    • ระบบช่วยเตือนขณะเปลี่ยนเลยน
    • ระบบเตือนแรงดันลมยาง
    • ระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้าขณะขับขี่
    • เซ็นเซอร์ข่วยนำรถเข้าจอด
    • ระบบช่วยนำรถเข้าจอดอัตโนมัติ
    • กล้องแสดงภาพขณะถอยจอด

    อุปกรณ์อำนวยความสะดวก

    • ระบบรักษาความเร็ว (Cruise Control)
    • พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น
    • ปุ่มควบคุมเรื่องเสียงบนพวงมาลัย
    • ฟังก์ชั่น ECO Start/Stop
    • ระบบควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติ Thermatic แบบ 2 โซน
    • พวงมาลัยปรับระดับด้วยระบบไฟฟ้า 
    • กุญแจรีโมทคอนโทรล
    • กระจกมองข้างปรับระดับ และพับเก็บด้วยระบบไฟฟ้า
    • ไฟเรืองแสงล้อมรอบห้องโดยสาร
    • ระบบปรับโหมดการขับขี่แบบ Dynamic Select
  • ระบบพลังงาน

    Mercedes-Benz GLC-Class มี 2 รูปแบบให้เลือกตามสไตล์ ได้แก่ เครื่องยนต์ดีเซลและระบบไฮบริด โดยเครื่องยนต์ดีเซลเป็นแบบแถวเรียง 4 สูบ 16 วาล์ว พ่วงด้วยเทอร์โบพร้อมอินเตอร์คูลเลอร์ ขนาด 2.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 194 แรงม้า ที่ 3,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตรที่ 1,600-2,800 รอบ/นาที อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมงอยู่ที่ 7.7 วินาที ความเร็วสูงสุดประมาณ 215 กิโลเมตร/ชั่วโมง ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด (9 G Tronic) พร้อมระบบเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย โดย Mercedes-Benz GLC-Class ในรุ่นเครื่องยนต์ดีเซลนี้ มีอยู่ 3 รุ่น คือ Mercedes-Benz GLC 220 d และ Mercedes-Benz GLC 220 d AMG Dynamic และ Mercedes-Benz GLC 220 d 4MATIC Coupé AMG Dynamic

    ส่วนเครื่องยนต์ไฮบริดใช้เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 16 วาล์ว พ่วงเทอร์โบ พร้อมอินเตอร์คูลเลอร์ ขนาด 2.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 211 แรงม้าที่ 5,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตรที่ 1,300-4,000 รอบ/นาที มีมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลัง 122 แรงม้า แรงบิด 440 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมงอยู่ที่ 5.4 วินาที ความเร็วสูงสุดประมาณ 230 กิโลเมตร/ชั่วโมง เมื่อประสานพลังร่วมกัน ให้กำลังมากถึง 320 แรงม้า ที่ 700 นิวตันเมตร และส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด (9 G Tronic) พร้อมระบบเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย โดยมี 2 รุ่น ได้แก่ Mercedes-Benz GLC 300 e 4MATIC AMG Dynamic และ Mercedes-Benz GLC 300 e 4MATIC Coupé AMG Dynamic

  • ประสบการณ์การขับขี่

    ขับสนุก มั่นใจในทุกเส้นทาง

    Mercedes-Benz GLC-Class มีการออกแบบที่ทันสมัยมากขึ้น ไฟหน้าไฟท้ายดีไซน์ลงตัว ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง เบาะนั่งค่อนข้างกระชับ นั่งสบาย การบรรทุกสัมภาระก็เก็บได้สบาย ด้านการขับเคลื่อนทำได้ดี เวลาเข้าโค้งเฉียบคม ระบบกันสะเทือนทำได้ดี ให้ความนุ่มนวลในระดับที่น่าพอใจ ไม่ว่าจะผ่านถนนขรุขระ หรือก้อนกรวดก้อนหิน ไม่ค่อยสะเทือนมากนัก แถมเรื่องความปลอดภัยก็จัดเต็ม ทำให้ขับขี่มั่นใจอย่างแน่นอน

  • อัตราความประหยัดน้ำมัน

    อัตราการประหยัดน้ำมันใน Mercedes-Benz GLC-Class รุ่นเครื่องยนต์ดีเซล ให้อัตราเฉลี่ยประมาณ 16 กิโลเมตร/ลิตร หากขับขี่นอกเมืองจะให้อัตราการประหยัดประมาณ 14.2 ลิตร ขณะที่ขับในเมืองให้อัตราการประหยัดน้ำมัน 11.89 ลิตร

    ส่วนอัตราการประหยัดน้ำมันของ Mercedes-Benz GLC-Class รุ่นไฮบริด ที่เป็นเครื่องยนต์ดีเซล คู่มอเตอร์ไฟฟ้า อัตราการประหยัดน้ำมันของเครื่องยนต์อยู่ที่ 50 กิโลเมตร/ลิตร เมื่อขับด้วยไฟฟ้าล้วนสามารถวิ่งได้ 46-49 กิโลเมตร

  • สรุป

    สำหรับ Mercedes-Benz GLC-Class เรียกได้ว่าเป็นรถอเนกประสงค์ที่มีให้เลือกตามสไตล์ ไม่ว่าจะเป็นแบบ Coupé หรือดีไซน์แบบ SUV ทั่วไป ที่ไม่ว่าดีไซน์ไหนก็มีความโฉบเฉี่ยว หรูหรา ทันสมัย เหมาะกับคนที่ต้องการรถที่ใช้งานในชีวิตประจำวัน หรือหากต้องการเดินทางไกล Mercedes-Benz GLC-Class ก็ทำได้ดี ภายในยังมีพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกให้ทั้งผู้ขับและผู้โดยสาร นอกจากนี้เครื่องยนต์ก็ยังมีให้เลือกทั้งขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ หรือแบบไฮบริด ซึ่ง Mercedes-Benz GLC-Class ถือได้ว่าเป็นรถที่ตอบโจทย์ทั้งสายประหยัดพลังงาน และสายซิ่ง และด้วยราคานี้ก็ถือว่าเป็นรถอเนกประสงค์ที่คุ้มค่าทีเดียว

ภายนอก

ภายใน

(adsbygoogle = window.adsbygoogle || []).push({});

FAQ Mercedes-Benz GLC-Class

สูงกว่าราคาซื้อขายเฉลี่ยสูงสุด 20%

2020 Mercedes-Benz GLC-Class 2.0 220 d

แลก

เพิ่มรถของคุณ

บริการตรวจสภาพรถและบริการค้าขายเฉพาะในบริเวณกรุงเทพฯเท่านั้น

รถยอดนิยม

VS